ปลายกระบอกไฟฉายแรงสูงกวาดผ่านม่านหมอกหนาทึบที่ลอยต่ำคล้ายไอวิญญาณในป่าดิบชื้น แสงสีขาวนวลตัดกับความมืดมิดของราวป่าเบื้องหน้า ทิ้งเงายาวทอดทับรากไม้โบราณที่แผ่ขยายราวกับกรงเล็บอสูร
“ดูท่าทาง... แขกที่ไม่ได้รับเชิญของเรา จะมาเร็วกว่าที่คิดนะครับ หมอธันวา”
อัคคีกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ทว่าดวงตาคมกริบภายใต้ปีกหมวกปีกกว้างกลับกวาดมองไปรอบกายอย่างระแวดระวัง มือขวาของพรานหนุ่มวางอยู่บนด้ามมีดหมออาคมที่เหน็บไว้ข้างเอวโดยสัญชาตญาณ ดั่งนักล่าที่พร้อมตลบหลังเหยื่อได้ทุกเมื่อ
หมอธันวาขยับแว่นสายตาที่ขึ้นฝ้าเล็กน้อยจากความชื้นในอากาศ ใบหน้าคมคายของจิตแพทย์หนุ่มยังคงความนิ่งสงบ แม้ภายในใจจะเริ่มประเมินสถานการณ์ด้วยกระบวนการทางความคิดที่รวดเร็ว เขาไม่เชื่อเรื่องภูตผีปีศาจ แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกเขาชัดเจนว่า ‘มนุษย์’ ที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดคู่นี้ อันตรายเสียยิ่งกว่าสัตว์ร้ายในป่าลึก
“รวดเร็วกว่ากำหนดการสามชั่วโมง... หรือหมายความว่า พวกเขาไม่ได้เดินตามรอยเรามาตั้งแต่แรกครับ คุณอัคคี” หมอธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ เชิงตั้งคำถาม “แต่พวกเขารอเราอยู่ที่นี่อยู่แล้ว”
อัคคีเหลือบสายตากลับมามองคู่หูชั่วคราวเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่คาดเดาความรู้สึกได้ยาก “สมกับที่เป็นจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาอาชญากรครับ มองปัญหาทะลุปรุโปร่งดีนี่ครับ... ใช่ครับ พวกมันไม่ได้สะกดรอยตามเรา แต่พวกมันกำลัง ‘ต้อน’ เราต่างหาก”
สิ้นคำพูดของพรานอาคม เสียงฝีเท้าฝ่าพงหญ้าแห้งก็ดังขึ้นจากทิศทางเบื้องหน้า ระยะห่างราวๆ สามสิบเมตร ทว่าแปลกประหลาดนัก... มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของฝูงชนที่เดินเกะกะ แต่เป็นจังหวะก้าวที่พร้อมเพรียงและไร้ซึ่งเสียงพูดคุย ราวกับทหารรับจ้างที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี หรือไม่ก็... กลุ่มคนที่สูญเสียความเป็นมนุษย์ไปแล้ว
อัคคีส่งสัญญาณมือให้หมอธันวาก้มตัวลงต่ำ พรานหนุ่มดึงตัวจิตแพทย์หนุ่มให้หลบหลังโขดหินใหญ่ที่มีมอสส์สีเขียวเข้มปกคลุม กลิ่นอายของธูปหอมผสมกับกลิ่นสาบป่าลอยมาแตะจมูก เป็นกลิ่นที่อัคคีคุ้นเคยดี—กลิ่นอายของ ‘ไสยดำสายต่ำ’ ที่ใช้ควบคุมจิตใจคน
“อยู่ตรงนี้ ห้ามส่งเสียงเด็ดขาดไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น” อัคคีกระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจของเขาแทบเป็นเนื้อเดียวกับความเงียบงัน
หมอธันวาพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ แม้เขาจะมีอุดมการณ์ที่เชื่อมั่นในวิทยาศาสตร์และจิตวิทยา แต่ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายอยู่แค่เอื้อม การเคารพประสบการณ์ของคนถิ่นย่อมเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุด ดวงตาสอกส่องผ่านช่องว่างของโขดหินเพื่อบันทึกภาพทุกอย่างเก็บไว้ในความทรงจำ
แสงไฟจากคบเพลิงและไฟฉาย LED ส่องวับแวมลอดพุ่มไม้ กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งปรากฏกายขึ้นในลานดินกว้างหน้าซากโบราณสถานร้าง พวกเขามีกันราวห้าคน สวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าถูกอำพรางด้วยหน้ากากไม้แกะสลักรูปอสูรโบราณที่น่ากลัว ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของหมอธันวาที่สุด คือสิ่งของที่คนตรงกลางถืออยู่
มันคือกระเป๋าหนังสีน้ำตาลเข้ม... กระเป๋าเอกสารที่บรรจุ ‘บันทึกศพซ่อนวิญญาณ’ ของเหยื่อคดีปริศนาที่พวกเขาตามหา
“ดูนั่นสิครับ...” หมอธันวาขยับปากกระซิบเบาแทบไม่ได้ยิน ชี้ไปยังชายในชุดคลุมคนกลางที่กำลังเปิดกระเป๋าออก แสงไฟจากไฟฉายแรงสูงส่องกระทบกับกระดาษสมุดบันทึกที่เปื้อนคราบสีคล้ายรอยเลือด “พวกมันไม่ได้แค่ขโมยหลักฐาน... แต่พวกมันกำลังทำพิธีกรรมบางอย่างกับบันทึกเล่มนั้น”
อัคคีหรี่ตาลงมองภาพเบื้องหน้า รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างของพรานหนุ่มชั่วขณะ เมื่อเขาเห็นสัญลักษณ์ที่สลักอยู่บนหน้ากากของชายคนนั้น มันคือสัญลักษณ์ของกลุ่ม ‘พรานเงา’ กลุ่มคนที่เคยพรากเอาชีวิตคนรักของเขาไปเมื่อหลายปีก่อน
บาดแผลในใจที่เคยตกสะเก็ด ถูกความแค้นกระชากให้เปิดออกอีกครั้ง ลมหายใจของอัคคีสะดุดไปชั่ววินาที ก่อนที่เขาจะดึงสติกลับมาด้วยความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์
“ไม่ใช่แค่ทำพิธีครับ หมอธันวา...” อัคคีกระซิบตอบ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อย “พวกมันกำลังใช้บันทึกเล่มนั้นเป็น ‘สะพาน’ ดึงวิญญาณของเหยื่อรายล่าสุดกลับมา เพื่อปิดบังความจริงบางอย่างที่ฝังอยู่ในคดีนี้”
ก่อนที่หมอธันวาจะได้ซักถามอะไรเพิ่มเติม ชายสวมหน้ากากอสูรคนกลางก็หยุดการเคลื่อนไหว เขานิ่งงันไปชั่วครู่ ก่อนจะค่อยๆ หันใบหน้าอันน่ากลัวนั้นตรงมาทางโขดหินที่พวกเขาหลบอยู่ ราวกับมีดวงตาทิพย์มองทะลุกำแพงหินและความมืดมิดเข้ามาได้
“รู้ตัวแล้วสินะครับ...” หมอธันวาพึมพำ หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นตัวระดับอะดรีนาลีนหลั่งพล่าน
อัคคีไม่รอช้า พรานหนุ่มดึงยันต์กระดาษสีเหลืองเก่าคร่ำครึออกจากอกเสื้อ นิ้วเรียวตวัดวาดอักขระกลางอากาศด้วยความเร็วแสง ดวงตาส่องประกายวาวโรจน์ด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น
“เตรียมตัวให้ดีครับ หมอธันวา... คืนนี้ เราคงไม่ได้กลับออกไปมือเปล่าแน่”
ปัง! เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวฉีกกระชากความเงียบงันของผืนป่า พร้อมกับกระสุนนัดปริศนาที่พุ่งเจาะเข้าฝังลงบนต้นไม้เหนือศีรษะของทั้งคู่เพียงคืบเดียว!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความลับอันมืดดำนี้ด้วยกันนะครับ
— เพชรตาเสือโบราณ
พรานอาคมปะทะจิตแพทย์หนุ่มกับบันทึกศพซ่อนวิญญาณ•ตอนที่ 9
ผู้พิทักษ์ที่สาบสูญ
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมปะทะจิตแพทย์หนุ่มกับบันทึกศพซ่อนวิญญาณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!