พรานอาคมปะทะจิตแพทย์หนุ่มกับบันทึกศพซ่อนวิญญาณ•ตอนที่ 12

แผนที่โบราณบนแผ่นหนัง

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
คมมีดอาคมในฝักหนังเสือถูกชักออกครึ่งคืบ เสียงโลหะเสียดสีกับแผ่นหนังดัง *กริ๊ด* แผ่วเบาแต่บาดลึกถึงประสาทสัมผัส ประกายตาสีสนิมเหล็กของอัคคีไม่ได้มองที่ตัวหมอธันวาเลยแม้แต่น้อย สายตาคมกริบราวกับพรานป่าผู้ผ่านการล่ามานับร้อยศพพุ่งตรงไปยังบานกระจกใสเบื้องหลังร่างของจิตแพทย์หนุ่ม เงาตะคุ่มที่ทาบทับอยู่บนกระจกเมื่อครู่ บัดนี้มันบิดเกลียวรากขนลุกซัน โครงร่างของมันขยายใหญ่ขึ้นจนน่ากลัว ราวกับกระดูกสันหลังที่หักงอผิดมนุษย์กำลังพยายามดึงรั้งเนื้อหนังที่เน่าเปื่อยให้เข้ารูปเข้าทรง "อย่าขยับ" เสียงทุ้มต่ำของอัคคีลอดไรฟัน มันไม่ใช่คำสั่งของคนตื่นตูม หากแต่เป็นน้ำเสียงของนักล่าที่คำนวณระยะเวลาและความตายไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว มือขวาที่กุมด้ามมีดกระชับแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン หมอธันวายังคงยืนนิ่งค้าง สัญชาตญาณความเป็นแพทย์บอกให้เขาหันกลับไปพิสูจน์ความจริงด้วยวิทยาศาสตร์ แต่ความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านมาจากกระจกเบื้องหลังทำให้สันหลังของเขาชาวาบ ลมหายใจที่พ่นออกมากลายเป็นไอสีขาวจางๆ ทั้งที่อุณหภูมิห้องไม่ได้หนาวเย็นขนาดนั้น "คุณอัคคี... ภาพหลอนจากการอดนอนร่วมกันสองคืน มันสร้างอุปาทานหมู่ได้ทรงพลังขนาดนี้เลยหรือครับ" หมอธันวาเค้นเสียงพูดออกทางมุมปาก พยายามรักษามาตรศรีของแพทย์ผู้ยึดมั่นในเหตุผล แม้ว่าเม็ดเหงื่อกาฬจะผุดพรายขึ้นตามไรผมก็ตาม "ตาฝาดหรือครับหมอ... ลองเงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าที่ลากพื้นไม้ด้านหลังคุณสิครับว่า มันตรงกับจังหวะการเดินของมนุษย์ที่มีลมหายใจหรือเปล่า" *ลาก... กรอด... ลาก...* เสียงนั้นดังขึ้นจริงๆ เสียงครูดของหนังเท้าแห้งกร้านเสียดสีกับพื้นไม้สักปาร์เกต์ มันขยับเข้ามาใกล้ทุกที ใกล้จนกระทั่งหมอธันวารับรู้ได้ถึงกลิ่นอับชื้น—กลิ่นของดินปนฟอร์มาลีนและซากศพที่ถูกปิดตายอยู่ในห้องอับทึบมานานแรมปี ในเสี้ยววินาทีที่เงาบนกระจกยกมือที่บิดเบี้ยวขึ้นเตรียมคว้าหัวไหล่ของจิตแพทย์หนุ่ม อัคคีก็ไม่รอช้า ร่างสูงใหญ่พุ่งทะยานข้ามโต๊ะทำงานไม้สักเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง นิ้วมืออีกข้างคีบยันต์กระดาษสีเหลืองหมึกชาดซัดออกไปราวกับลูกดอกพุ่งแหวกอากาศ *เปรี้ยง!* ประกายไฟสีฟ้าแลบแปล๊บขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ดังเสียดแก้วหู แรงกระแทกจากการปะทะทำให้ม่านหน้าต่างปลิวสะบัด เงาดำนั้นสะดุ้งโหยงและสลายตัวกลายเป็นควันสีเทาจางหายไปกับความมืด นอกหน้าต่างยามวิกาล ห้องกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของหมอธันวาที่ทรุดลงนั่งพิงขอบโต๊ะอย่างหมดแรง กับอัคคีที่ยืนนิ่งสงบ ดึงมีดกลับเข้าฝักด้วยกิริยาอันเยือกเย็นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "คุณ... คุณทำอะไรลงไปเมื่อครี้..." หมอธันวาเอ่ยเสียงสั่น พยายามควบคุมสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้ารูปเข้ารอย "ผมไม่ได้ทำอะไรครับหมอ ผมแค่ทักทายแขกที่ไม่ได้รับเชิญ" อัคคีปรายตามองหมอหนุ่มที่นั่งกองอยู่บนพื้น ก่อนจะยื่นมือหนาออกไปตรงหน้า "ลุกขึ้นเถอะครับ พื้นห้องผมไม่ได้สะอาดพอให้คุณนอนคิดวิเคราะห์เรื่องจิตวิทยาหรอกนะ" หมอธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง เขายื่นมือไปจับฝ่ามือที่หยาบกร้านและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นของพรานอาคม แรงดึงเพียงนิดเดียวช่วยพยุงให้เขาลุกขึ้นยืนได้ แต่มันกลับทิ้งกระแสความร้อนแปลกประหลาดไว้ที่ฝ่ามือ เป็นพลังงานดิบเถื่อนที่ขัดแย้งกับความเป็นปัญญาชนของเขาอย่างสิ้นเชิง "คุณอธิบายทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้ใช่ไหมล่ะครับ หมอ" อัคคีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงแววเย้ยหยันเล็กน้อย "สิ่งที่หมอเรียกว่าอาการทางจิต มันจับต้องไม่ได้และฆ่าคนไม่ได้ แต่ไอ้สิ่งที่เพิ่งยืนอยู่ข้างหลังคุณเมื่อกี้ ถ้าผมชักมีดช้าไปอีกวินาทีเดียว หมอคงได้ไปนอนเป็นเพื่อนมันในห้องเก็บศพสมใจอยากแล้วครับ" หมอธันวาไม่ตอบทันที เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงความเป็นมืออาชีพกลับคืนมา แววตาที่เคยฉายแววตื่นตระหนกค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความท้าทายตามวิสัยของนักวิชาการที่ไม่ยอมจำนนใครง่ายๆ "ผมยังยืนยันคำเดิมครับคุณอัคคี สมองมนุษย์ภายใต้ภาวะความกดดันสูง สามารถสร้างภาพหลอนและประสาทสัมผัสเทียมที่สมจริงได้อย่างน่ากลัว การที่คุณปาแผ่นกระดาษเหลืองๆ นั่นออกไป แล้วเกิดเสียงดังพร้อมควันไฟ มันอาจจะเป็นปฏิกิริยาเคมีง่ายๆ ที่คุณเตรียมไว้ต้มตุ๋นผม เพื่อให้ผมเชื่อเรื่องไสยเวทงมงายของคุณตั้งแต่แรกก็เป็นได้" อัคคีแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและลึกซึ้งในความดื้อรั้นของอีกฝ่าย "ดื้อด้านเสียจริงนะครับหมอ... คนเรานี่แปลก มักจะปฏิเสธความจริงที่อยู่นอกเหนือกรอบความรู้ของตัวเองเสมอ เพราะถ้ามันจริง โลกที่พวกคุณสร้างขึ้นว่าทุกอย่างต้องมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มารองรับก็จะพังทลายลงใช่ไหมครับ" อัคคีเดินเลี่ยงไปที่มุมห้อง เปิดลิ้นชักเหล็กเก่าคร่ำคร่าหยิบบางสิ่งออกมา "แต่เอาเถอะครับ ผมไม่ได้มีเวลามาเถียงเรื่องปรัชญากับหมอทั้งคืนหรอก งานของเราเพิ่งจะเริ่มต้นต่างหาก" สิ่งที่อัคคีหยิบออกมาวางลงบนโต๊ะไม้สัก คือวัตถุชิ้นสำคัญที่พวกเขาตามหามาตลอด มันคือวัตถุดิบที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าดิบเก่าๆ ส่งกลิ่นอับของกาลเวลาและสาบเสือโชยออกมาจางๆ หมอธันวาขยับแว่นตา ขยับเข้าไปใกล้ด้วยสัญชาตญาณนักวิจัย ความสนใจถูกดึงดูดเข้าหาสิ่งตรงหน้าทันที ลืมความหวาดกลัวเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น "นั่นคือ..." "แผนที่โบราณบนแผ่นหนัง" อัคคีตอบสั้นๆ พร้อมกับค่อยๆ คลายปมเชือกที่มัดห่อผ้าดิบออกอย่างระมัดระวัง ราวกับกำลังเปิดฝาโลงศพของกษัตริย์โบราณ ผ้าดิบถูกคลี่ออก เผยให้เห็นแผ่นหนังสีเหลืองกรอบ แข็งกระด้าง และมีคราบสีดำคล้ำคล้ายคราบเลือดแห้งกรังกระจายอยู่ทั่วแผ่น บนพื้นผิวหนังนั้นมีรอยขูดขีดและรอยสักด้วยหมึกสีแดงชาด เป็นลวดลายเส้นสายที่ซับซ้อนราวกับเขาวงกต ผสมผสานระหว่างอักขระขอมโบราณและแผนที่ภูมิประเทศป่าทึบ หมอธันวาก้มตัวลงมองอย่างพินิจพิจารณา สัญชาตญาณแพทย์และนักถอดรหัสทำงานทันที "นี่ไม่ใช่แผนที่ทางภูมิศาสตร์ธรรมดา... เส้นพวกนี้ ลายเส้นแบบนี้ มันคือแผนผังการไหลเวียนของพลังงาน... หรือพูดอีกอย่างหนึ่ง มันคือเส้นทางเดินของกระแสจิตและอาคมในพื้นที่ป่าอาถรรพ์" "ถูกต้องครับครึ่งหนึ่ง" อัคคีเอ่ยเสริม น้ำเสียงจริงจังขึ้น "แต่มันไม่ใช่แค่แผนที่ธรรมดา มันคือ 'แผนที่ซ่อนวิญญาณ' แผ่นนี้ถูกทำขึ้นโดยพรานใหญ่ในอดีตผู้ต้องการซ่อนขุมทรัพย์สมบัติโบราณ และใช้ชีวิตของคนเจ็ดคนเป็นเครื่องเซ่นสังเวยเพื่อสะกดรอยอาคมไม่ให้ใครล่วงรู้ทางเข้าออก" หมอธันวานิ่วหน้า ใช้ปลายนิ้วมือสวมถุงมือยางแตะลงบนรอยขีดข่วนบนแผ่นหนังอย่างแผ่วเบา "ถ้ามองในมุมของผม นี่คือการบันทึกตำแหน่งทางจิตวิทยาของเหยื่อที่ถูกกระทำความรุนแรงจนเกิดอาการทางจิตขั้นรุนแรง... แต่เดี๋ยวก่อน" จิตแพทย์หนุ่มชะงัก สายตาคมกวาดมองไปที่มุมซ้ายล่างของแผ่นหนัง ซึ่งมีรอยสักรูปดวงตาสีดำสนิทที่ดูเหมือนจะขยับได้เมื่อโดนแสงไฟจากตะเกียงส่องกระทบ "มีอะไรหรือครับหมอ" อัคคีสังเกตเห็นความผิดปกติในสีหน้าของอีกฝ่าย "รอยนี่..." หมอธันวาชี้ไปที่สัญลักษณ์รูปดวงตา "มันไม่ใช่รอยขูดขีดโบราณ... มันเพิ่งถูกเขียนขึ้นมาใหม่ด้วยหมึกพิมพ์สมัยใหม่ผสมกับสารคัดหลั่งบางอย่าง... ดูจากความชื้นของหมึกแล้ว..." หมอธันวาเงยหน้าขึ้นสบตาอัคคี ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตระหนกที่แท้จริง ไม่ใช่ความกลัวจากภาพหลอน แต่เป็นความกลัวจากความจริงอันโหดร้ายของมนุษย์ "มันไม่ได้เขียนขึ้นเมื่อร้อยปีก่อน... แผ่นหนังนี่เพิ่งถูกแก้ไขเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง!" ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพัก เสียงเหล็กกระทบกันดัง *เคร้ง* และก่อนที่อัคคีจะทันได้ชักมีดอาคมออกป้องกันตัว ประตูไม้เนื้อแข็งก็ถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบด้วยแรงมหาศาล! ร่างในชุดดำสนิทสามร่างพุ่งทะยานเข้ามาในห้อง พร้อมกับปากกระบอกปืนเก็บเสียงที่เล็งตรงมายังหัวใจของพวกเขาโดยไม่มีการเจรจาใดๆ ทั้งสิ้น! *** ขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดครั้งนี้ด้วยกันนะครับ — เพชรตาเสือโบราณ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมปะทะจิตแพทย์หนุ่มกับบันทึกศพซ่อนวิญญาณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%