เสียงแจ้งเตือนข้อความบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นติดต่อกันสามครั้งติด เปรียบเสมือนเสียงระฆังประกาศศึกในสมรภูมิขนาดย่อมระหว่างห้อง 404 และ 405 เอยกำลังยืนกอดอกแน่น ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความขัดแย้งระหว่างความอับอายกับความโกรธที่ตีรวนขึ้นมาจนหน้าดำหน้าแดง
หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบ เผยให้เห็นข้อความจากคนที่เพิ่งสร้างเรื่องชวนปวดหัวให้เธอเมื่อไม่กี่นาตรีก่อน
[ทิวาเจ้าเก่า]: เมื่อกี้พิมพ์อะไรยาวเหยียดส่งมาเหรอครับคุณบัญชี? อ่านไม่ทัน มือลั่นลบซะก่อน หรือว่า... คิดถึงผมจนเพ้อล่ะสิ ;)
"ไอ้... ไอ้คนหน้ามึน!" เอยพึมพำกับตัวเองเสียงลอดไรฟัน มือเล็กคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดพิมพ์ตอบกลับด้วยความเร็วแสง นิ้วเรียวรัวแป้นพิมพ์แบบไม่คิดชีวิตด้วยความโมโหที่พุ่งทะลุปรอท
[Euy_Accounting]: ใครคิดถึงคุณฟะ! อย่ามโนนะทิวา! มือฉันลั่นต่างหาก ลั่นแบบกะโหลกไขว้มากๆ ด้วย! เลิกกวนประสาทฉันสักทีได้ไหม หรือว่างมากจนไม่มีอะไรทำ อยากให้ฉันช่วยหาเอกสารภาษีโรงเรือนไปยื่นสรรพากรเหรอคะคุณวิศวะปากเสีย!
ผ่านไปไม่ถึงสามวินาที สถานะในแชทขึ้นคำว่า *'กำลังพิมพ์...'* ทันที ราวกับว่าพ่อคุณรอนั่งจ้องหน้าจออยู่ตลอดเวลา
[ทิวาเจ้าเก่า]: ว่างมากครับ... ยิ่งรู้ว่าข้างห้องกำลังนั่งหน้าแดงตัวงออยู่ด้วย ยิ่งว่างมาคุยเป็นเพื่อนใหญ่เลย เผ2470ทสิ คืนนี้จะได้นอนหลับฝันดี
เอยสะดุ้งเฮือก เผลอหันขวับไปมองผนังห้องด้านที่ติดกับห้องของเขาโดยอัตโนมัติ ราวกับว่าทะลุกำแพงปูนหนาไปเห็นรอยยิ้มกวนประสาทของเจ้าตัวได้ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนเธอต้องยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาพัดวีแก้มตัวเองพัลวัน
"บ้าที่สุด... หมอนี่มันติดกล้องวงจรปิดไว้ในห้องฉันหรือไงเนี่ย!" เอยโวยวายเบาๆ กับความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของตัวเอง เธอพลาดท่าให้เขาอีกแล้ว พลาดแบบเสียฟอร์มสุดๆ ตั้งแต่เรื่องที่เผลอพิมพ์ความในใจยืดยาวส่งไปหาเขาเมื่อตอนก่อนหน้านี้ แม้จะกดลบแทบไม่ทัน แต่ความเร็วด้านความด้านของทิวานั้น... ดูท่าจะเร็วกว่าระบบปฏิบัติการของโทรศัพท์มือถือเสียอีก
ในขณะที่ศึกข้อความกำลังระอุ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นก๊อกๆ สามครั้งอย่างเป็นจังหวะ
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เอยขมวดคิ้วมุ่น เดินไปส่องตาแมวที่บานประตูด้วยความระแวง ทว่าภาพที่ปรากฏตรงเลนส์ตาปลาคือใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะมาพร้อมรอยยิ้มมุมปากและแววตาระรื่นที่เธอหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก ทิวายืนถือกล่องพลาสติกใสบรรจุเค้กส้มสีส้มสดใสไว้ในมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างก็ถือกระป๋องกาแฟเย็น
แอด... เสียงบานประตูเปิดออกเล็กน้อย พร้อมกับร่างบางของเจ้าของห้องที่โผล่หน้าออกมาทำตาข่ายใส่
"มาทำไมดึกดื่นค่ะคุณทิวา แถวนี้ไม่มีบริการส่งเดลิเวอรีฟรีตอนเที่ยงคืนนะคะ แล้วก็... กรุณาถอยห่างจากประตูห้องฉันไปสามก้าวด้วย อากาศถ่ายเทไม่สะดวกเพราะคนหน้ามึนแถวนี้หายใจเปลืองออกซิเจนค่ะ" เอยเปิดฉากบ่นทันทีที่ประตูเปิดกว้างพอที่จะเห็นหน้าอีกฝ่าย โดยพยายามทำเสียงให้เข้มและดุที่สุดเท่าที่จะทำได้
ทิวาไม่ได้ถอยหลังตามที่สั่งแต่อย่างใด หนุ่มวิศวะร่างสูงโปร่งกลับก้าวเท้าเข้ามาประชิดกรอบประตูมากขึ้นอีกนิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นความเย็นจากเครื่องปรับอากาศลอยแตะจมูก เอยเผลอผถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณเมื่อถูกร่างสูงกดดันด้วยความสูงและรัศมีที่เหนือกว่า
"ใจร้ายจัง..." ทิวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงลากยาว ทอดสายตากรุ้มกริมมองคนตัวเล็กที่ตอนนี้กำลังทำแก้มป่องเหมือนปลาปักเป้าเวลาโกรธ "ผมแค่น้ำตาลตกเพราะนั่งแกะแบบโปรเจกต์ให้คุณเพื่อนสนิทตัวดีของคุณ... กิ๊ฟมันฝากบอกมาว่า ให้เอาเค้กส้มร้านโปรดมาส่งให้คุณกินแก้เครียดเรื่องงานบัญชีปลายเดือนด้วย"
ชื่อของ 'กิ๊ฟ' ถูกโยนเข้ามากลางวงสนทนา เอยถึงกับชะงัก ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างจับผิด
"ยัยกิ๊ฟเนี่ยนะฝากมา?"
"อือฮึ" ทิวายัก كتف เล็กน้อยอย่างกวนๆ ก่อนจะยื่นกล่องเค้กส้มมาตรงหน้า "แต่ความจริงคือ... ผมเดินผ่านร้านพอดีแล้วนึกถึงหน้าคนแถวนี้ที่กำลังหัวฟู นั่งพิมพ์แชทยาวเป็นหางว่าวแต่ลบไม่ทัน... ก็เลยซื้อมาฝาก เผื่อกินแล้วจะอารมณ์ดีขึ้น เลิกส่งข้อความมายาวๆ แบบนั้นอีก กลัวผมเขิน"
"อี๋! ใครเขินคุณฟะ! อย่ามาหลงตัวเองนะทิวา หน้าอย่างคุณนี่ต้องใช้กระจกเงาบานเท่าตึกใบйоคส่องถึงจะเห็นความหลงตัวเองของตัวเองครบถ้วนนะ!" เอยโวยวายลั่น เสียงใสแปดหลอดจนคนฟังหัวเราะร่วนในลำคออย่างชอบใจ
ทิวาชอบเหลือเกิน... ชอบเวลาที่แม่สาวนักบัญชีคนนี้ทำท่าทางฮึดฮัดเหมือนแมวขู่ฟ่อ ขนพองฟูแต่ไม่มีพิษมีภัยอะไรเลยสักนิด ยิ่งแกล้ง ยิ่งเห็นอาการลนลานแก้ตัวน้ำขุ่นๆ แบบนั้น เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าโลกใบนี้มีสีสันขึ้นมาเป็นกอง
"โอเคๆ ไม่เขินก็ไม่เขิน" ทิวายกมือยอมแพ้แบบขอไปที แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากกลับไม่ได้ลดดีกรีลงเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มถือวิสาสะวางกล่องเค้กส้มลงบนโต๊ะเครื่องแป้งใกล้ประตู โดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาตแม้แต่น้อย "อ่ะ วางไว้ตรงนี้นะ กินซะล่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้หน้าตาจะเหี่ยวแก่ก่อนวัยอันShoulder เพราะมัวแต่คิดมากเรื่องยอดบัญชีไม่ตรง"
"นี่คุณ! ถือวิสาสะเข้ามาในห้องฉันได้ยังไงเนี่ย ออกไปเลยนะ!" เอยทำท่าจะเข้าไปผลักอกแกร่งให้ออกจากพื้นที่ส่วนตัว แต่ทิวากลับอาศัยความได้เปรียบเรื่องส่วนสูง ยกมือข้างหนึ่งขึ้นแตะเบาๆ ที่กลุ่มผมนุ่มฟูของเธอราวกับเอ็นดูเด็กน้อย
สัมผัสอุ่นวาบที่เส้นผมทำเอาเอยนิ่งค้างไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยที่เต้นรัวอยู่แล้ว ยิ่งกระหน่ำรัวแรงขึ้นราวกับตีกลองเพล เธอมองสบตาเข้ากับนัยน์ตาสีนิลคู่คมที่พราวระยับไปด้วยประกายความอ่อนโยนบางอย่างที่ซ่อนอยู่หลังท่าทีทะเล้น
มันเป็นสายตาที่ทำเอาคนปากเก่งอย่างเอยพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ความโกรธ ความเกร็ง และคำด่าทอนับร้อยประโยคที่เตรียมไว้ในใจพลันมลายหายวับไปกับตา เหลือเพียงความรู้สึกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอกจนหายใจไม่ทั่วท้อง
"ดึกแล้ว... นอนได้แล้วครับคุณบัญชี" ทิว่ากระซิบเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวลเสียจนคนฟังรู้สึกเหมือนโดนมนต์สะกด "พรุ่งนี้ตื่นมาจะได้ไม่ต้องมานั่งเคลียร์กับผมผ่านแชทอีก... เจอกันตอนเช้าครับ"
พูดจบ เจ้าพ่อแห่งการกวนประสาทก็หมุนตัวเดินกลับห้องของตัวเองไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้เอยยืนเคว้งคว้างอยู่กลางห้อง พร้อมกับหัวใจที่เต้นผิดจังหวะจนควบคุมไม่ได้
มือเรียวบางยกขึ้นทาบอกซ้ายสัมผัสจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดังโครมคราม ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดยิ่งกว่าเดิม เธอกัดริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจตัวเอง
*ให้ตายเเถอะ... แพ้ทางเขาอีกแล้วเรา!*
เอยสะบัดหน้าไล่ความฟุ้งซ่านออกจากหัว พลางเดินดุ่มๆ ไปปิดประตูห้องแล้วล็อกกลอนอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหมาขี้หยอดตัวนั้นแอบย่องกลับเข้ามาอีก เธอก้มลงมองกล่องเค้กส้มที่วางอยู่บนโต๊ะ บนฝากล่องมีกระดาษโน้ตแผ่นเล็กแปะไว้ด้วยลายมือหวัดๆ ของคนข้างห้อง
*[กินให้อร่อยนะครับ... คุณคนขี้วีน]*
เอยเผลอหลุดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะส่ายหัวเบาๆ ให้กับความพ่ายแพ้ราบคาบของตัวเองในค่ำคืนนี้ ทว่า... ในขณะที่เธอกำลังจะหยิบช้อนเล็กๆ มาตักเค้กส้มเข้าปากเพื่อดับความหงุดหงิด เสียงโทรศัพท์มือถือบนเตียงนอนก็แผדเสียงแจ้งเตือนขึ้นมาอีกครั้ง
*พิ้งค์!*
เอยชะงัก ชำเลืองมองหน้าจอโทรศัพท์ที่วางอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ปกติเวลานี้ไม่ค่อยมีใครส่งข้อความมาหาเธอนอกจากกิ๊ฟเพื่อนสนิท หรือ... อาจจะเป็นคนห้อง 404 ที่เพิ่งเดินกลับห้องไปหมาดๆ
ด้วยความสงสัยระคนอยากรู้อยากเห็น เธอก้าวเข้าไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอแสดงข้อความใหม่จากแอปพลิเคชันแชท ทว่าชื่อผู้ส่งกลับไม่ใช่ทั้งทิวาและกิ๊ฟ... แต่เป็นบัญชีปริศนาที่ไม่มีชื่อและรูปโปรไฟล์เป็นภาพสีดำสนิท พร้อมกับข้อความสั้นๆ เพียงบรรทัดเดียวที่ปรากฏขึ้นเด่นชัดบนหน้าจอ
[Unknown]: ระวังตัวไว้ให้ดี... คนที่คุณไว้วางใจ อาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ความอบอุ่นหัวใจจากรสชาติความหวานของเค้กส้มเมื่อครู่พลันถูกความเย็นยะเยือกเข้าเกาะกุมจนสันหลังวาบ เธอนิ่งค้างไปกับที่ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อตระหนักได้ว่า... ข้อความนี้ไม่ได้ถูกส่งมาจากทิวา และบางที ความลับที่เธอพยายามซ่อนไว้ อาจจะไม่ใช่ความลับอีกต่อไปแล้ว!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาถึงตรงนี้นะคะ แล้วมาลุ้นไปพร้อมกันในตอนหน้าค่ะ!
พี่ข้างห้องคนนี้... เลิกกวนประสาททีจะได้ไหม•ตอนที่ 6
คนขี้วีนกับหมาหยอกไก่
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องคนนี้... เลิกกวนประสาททีจะได้ไหม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!