"แก... ไหนกิ๊ฟบอกว่าพวกยัยมีนกับฟางกำลังตามมาไง ทำไมตอนนี้โต๊ะสี่ตัวในร้านนี้ถึงเหลือแค่เราสองคนล่ะ?"
เสียงใสของเอยตวัดสูงขึ้นเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนก ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นใสจ้องมองไปที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งเด้งข้อความแจ้งเตือนจากเพื่อนสนิทตัวดี ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบคาเฟ่มินิมอลสไตล์เกาหลีโทนอบอุ่นที่ตอนนี้... ว่างเปล่าอย่างไร้พิรุธ ไม่มีเงาของเพื่อนสาวสักคน นอกเสียจากกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดและเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ ที่ลอยคลอเคลียอยู่ในอากาศ
ทิวาที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้ามในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก ปล่อยเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ เขาค่อยๆ วางแก้วลาเต้เย็นลงบนโต๊ะไม้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคนที่กำลังนั่งหน้ามุ่ยคิ้วขมวดเป็นปม
"อ้าว ก็ยัยกิ๊ฟคงรถติดมั้งครับ... หรือไม่ก็อาจจะมีภารกิจกู้โลกด่วน" เจ้าตัวตอบด้วยน้ำเสียงกวนประสาทที่ทำเอาเอยอยากจะหยิบกระดาษทิชชูแถวนั้นมาปาใส่หน้าสักสิบรอบ
"รถติดบ้าอะไรล่ะ! นี่มันวันเสาร์บ่ายโมงนะ แล้วเมื่อกี้ฉันโทรหา ยัยกิ๊ฟก็ตัดสายทิ้งแถมส่งสติกเกอร์รูปแมวกวักมือมาให้อีก!" เอยโวยวายเสียงดังลั่นจนโต๊ะข้างๆ (ที่ไม่มีใครนั่ง) เกือบจะสะดุ้ง เธอรีบควaกระเป๋าผ้าแคนวาสขึ้นมาสะพายไหล่ทันที "ไม่รู้ล่ะ ฉันจะกลับบ้าน เพื่อนแกเทฉันชัดๆ แบบนี้มันแผนสมรู้ร่วมคิดชัดเจน!"
"เดี๋ยวสิครับคุณนักบัญชี จะรีบหนีไปไหนล่ะ เค้กมะนาวยังไม่ได้สั่งเลยนะ" ทิวาเอ่ยกลั้วหัวเราะ พร้อมกับขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวๆ ก้าวมาขวางทางเดินออกไว้พอดิบพอดี จนเอยต้องเบรกตัวโก่งเกือบจะพุ่งชนอกแกร่งของเขาเข้าอย่างจัง
"ถอยไปเลยนะทิวา! นายรู้ใช่ไหมว่ายัยกิ๊ฟทำอะไร? นายเป็นคนวางแผนใช่ไหมฮะ!" เอยเงยหน้าขึ้นต่อว่า ดวงตากลมโตฉายแววเอาเรื่องแต่กลับซ่อนความหวั่นไหวไว้ลึกๆ ยิ่งนึกถึงข้อความปริศนาจากตอนที่แล้วที่เกือบจะหลุดโป๊ะออกไป หัวใจเธอก็ยิ่งเต้นรัวเหมือนกลองเพล
"ผมเนี่ยนะจะกล้าบงการชีวิตประธานบริษัท เอ๊ย... ประธานแผนกบัญชีผู้เข้มงวด?" ทิวายิ้มมุมปาก ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนเอยต้องเอนตัวหนีโดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกับกลิ่นสะอาดสดชื่นลอยเข้ามาแตะจมูก "แต่ก็นะ... ถ้าไม่มีแผนนี้ ผมก็คงไม่มีโอกาสได้นั่งคุยกับคุณสองต่อสองแบบนี้นานๆ หรอก จริงไหมครับ?"
"ใครอยากคุยกับนายกัน! หลบไปเลยนะ ไม่งั้นฉัน... ฉันจะงอนนายจริงด้วย!"
"อูui คำขู่ระดับสิบกระโหลกมากครับ กลัวจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย" ทิวาแกล้งทำ2มือสั่นระริกประกอบฉาก แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยความเอ็นดู เขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจังขึ้นเล็กน้อยจนเอยเผลอชะงัก "โอเคๆ ยอมรับก็ได้ว่าผมวานให้กิ๊ฟช่วย... แต่ไม่ได้มีเจตนาร้ายสักหน่อย แค่อยากเลี้ยงกาแฟไถ่โทษเรื่องวันก่อนที่แกล้งแรงไปเท่านั้นเอง นั่งลงก่อนเถอะน่า เอย... นะครับ?"
คำว่า 'นะคะ' ที่หลุดออกมาจากปากของหนุ่มวิศวะสายกวนคนนี้ทำเอาเอยถึงกับใบ้กินไปชั่วขณะ ปกติมีแต่เธอที่จะต้องเป็นฝ่ายแพ้ทางคำพูดหยอดๆ ของเขา แต่วันนี้พออีกฝ่ายงัดไม้ตายนี้มาใช้แบบไม่ทันตั้งตัว เธอก็รู้สึกเหมือนเลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาที่ใบหน้าจนร้อนผ่าวไปหมด
"อะ... ใครให้เรียกชื่อเล่นเฉยๆ เล่า! แล้วก็... เออๆ นั่งก็ไดT! ขาแข็งจะตายอยู่แล้วเนี่ย!" เอยรีบตัดบทแก้เขินด้วยการทิ้งตัวลงนั่งกระแทก้นลงบนเก้าอี้ตามเดิม ซ่อนรอยยิ้มที่เกือบจะหลุด
บรรยากาศบนโต๊ะเงียบลงไปชั่วครู่ มีเพียงเสียงเพลงคลอเบาๆ ทิวาสั่งเค้กมะนาวและชาเขียวมัทฉะที่เอยชอบมาให้โดยที่เธอไม่ได้เอ่ยปากสั่งด้วยซ้ำ ความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้แหละที่ทำเอาหัวใจที่พยายามตั้งกำแพงไว้แน่นหนาเริ่มสั่นคลอน
"มองหน้าผมแบบนี้... แอบคิดอะไรอยู่หรือเปล่าครับ หรือว่ากำลังเขินที่ผมเลี้ยงขนม?" ทิวาเท้าคางมองด้วยสายตากรุ้มกริม
"ใครเขิน! หลงตัวเองที่สุด!" เอยรีบหันขวับไปมองนอกกระจกใสร้านคาเฟ่เพื่อหลบสายตาวับวาวคู่นั้น พลางหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อแชทไปถล่มยัยกิ๊ฟเพื่อนตัวดีที่กล้าหักหลังกันได้ลงคอ
นิ้วเรียวกดพิมพ์ข้อความรัวๆ ส่งไปหายัยเพื่อนสนิท *'ยัยกิ๊ฟ! แกตายแน่ กลับมาโดนฉันเทศน์แน่ ปล่อยให้ฉันอยู่กับตานี่สองคนได้ยังไง!'*
แต่ในขณะที่เอยกำลังก้มหน้าก้มตาพิมพ์แชทอยู่นั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันสีเขียวก็ดังขึ้น *'Ping!'*
เอยเหลือบมองหน้าจอด้วยคิดว่าเป็นกิ๊ฟที่ส่งข้อความมาแก้ตัว แต่ทว่า... ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอแชทกลับไม่ใช่ชื่อของเพื่อนสนิท และข้อความที่ส่งเข้ามาก็ทำเอาลมหายใจของเธอสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
*Tiva: "จริงๆ แล้ว... ผมไม่ได้แค่อยากเลี้ยงกาแฟหรอกนะเอย..."*
เอยเบิกตากว้าง หันขวับไปมองคนตรงหน้าทันที ทิวายังคงนั่งอยู่ที่เดิม รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่หายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงแววตาจริงจังที่สะท้อนภาพเงาของเธอไว้อย่างชัดเจน มือหนาของเขาค่อยๆ เลื่อนโทรศัพท์มือถือคว่ำลงบนโต๊ะช้าๆ
ก่อนที่ข้อความถัดมาจะเด้งขึ้นมาบนหน้าจอของเอยต่อหน้าต่อตา โดยที่เขายังไม่ต้องพิมพ์อะไรเพิ่มเลยด้วยซ้ำ...
*Tiva: "แต่ผมอยากเป็นคนดูแลคุณ... ไปตลอดชีวิตเลยต่างหากล่ะ เอยรับไว้พิจารณาหน่อยได้ไหมครับ?"*
"สมุดบันทึกสีน้ำตาล" ขอขอบคุณนักอ่านทุกคนที่แวะมาร่วมลุ้นและอมยิ้มไปกับความสัมพันธ์ป่วนๆ นี้นะคะ
พี่ข้างห้องคนนี้... เลิกกวนประสาททีจะได้ไหม•ตอนที่ 7
แผนซ้อนแผนของกิ๊ฟ
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องคนนี้... เลิกกวนประสาททีจะได้ไหม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!