เสียงกรรไกรคมกริบตัดกระดาษแข็งดัง *ฉับ* เป็นจังหวะเดียวกับความอดทนของเอยที่ขาดผึ่งลงพอดี
นั่นคือแผนผังชีวิตประจำสัปดาห์ฉบับปรับปรุงใหม่ ที่เธอลงทุนปริ้นท์เคลือบพลาสติกอย่างดี แปะหราไว้หน้าห้องนอนเพื่อประกาศสงครามเย็นกับสิ่งมีชีวิตห้องตรงข้ามโดยเฉพาะ ข้อความตัวหนาเป้งบรรทัดสุดท้ายเขียนไว้ตัวเบ้อเริ่มว่า *“เขตปลอดการยืมของทุกชนิด ไม่เว้นแม้แต่ไม้จิ้มฟัน!”*
แต่ดูเหมือนว่ามาตรการระดับเดฟคอนวันของเธอ จะไร้ความหมายสิ้นเชิงเมื่อเผชิญหน้ากับมนุษย์หน้ามึนอย่างทิวา
“น้องเอยครับ... คือว่าพี่รบกวนหน่อยนะ”
เสียงเคาะประตูกวนประสาทดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงแง้มเปิดเบาๆ ทั้งที่เจ้าตัวถือวิสาสะบิดลูกบิดเข้ามาเองเรียบร้อยแล้ว ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดเซอร์ๆ กางเกงวอร์มสีเทาอ่อนก้าวเข้ามาในห้องเธอหน้าตาเฉย ราวกับที่นี่เป็นห้องนั่งเล่นส่วนตัวของเขา ทิวายืนพิงกรอบประตู กอดอกมองเธอด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เอยเห็นแล้วอยากจะคว้าแฟ้มบัญชีปาใส่หน้าสักสามรอบ
“นี่คุณ! ใครอนุญาตให้เข้ามาไม่ทราบ!” เอยดีดตัวผงะถอยหลังจนสะโพกชนขอบโต๊ะทำงาน มือบางชี้หน้าผู้บุกรุกสั่นระริก “แล้วป้ายประกาศตัวเบ้อเริ่มที่แปะอยู่หน้าห้องน่ะ ตาบอดสีหรือว่าอ่านหนังสือไม่ออกคะ ถึงได้กล้าเดินหน้ามึนเข้ามาอีก!”
“อ่านออกครับ ตัวหนังสือออกจะใหญ่เบ้อเริ่ม แถมคนเขียนก็... สวย เอ้ย หมายถึงลายมือสวยเป็นระเบียบสมกับเป็นสาวบัญชีดีจัง” ทิวาลอยหน้าลอยตาตอบ สายตาพราวระยับกวาดมองไปทั่วห้องราวกับกำลังสำรวจอสังหาริมทรัพย์ราคาแพง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่กองเอกสารบนโต๊ะของเธอ “แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ พอดีว่า... พี่มาขอความช่วยเหลือจริงๆ”
“ไม่ช่วย! ไม่ให้ยืม! และเชิญออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ!” เอยตัดบทฉับไวแบบไม่เปิดโอกาสให้สาธยาย เธอยกมือขึ้นกากบาทเป็นเครื่องหมายปฏิเสธทันควัน “เมื่อวานยืมที่เปิดกระป๋อง วันก่อนยืมไขควง เมื่อวานซืนยืมถ่านรีโมตแอร์ นี่คุณเป็นวิศวกรหรือเป็นโจรย่องเบาแถวนี้กันแน่คะ ถึงได้ไม่มีอุปกรณ์อะไรเป็นของตัวเองเลยสักอย่าง!”
“โถ่... น้องเอยครับ อย่าใจร้ายนักเลยหน่า” ทิวาถอนหายใจยาวเหยียด ทำหน้าหงอยเหมือนหมาถูกเจ้าของดุจนเอยเกือบจะใจอ่อน—เกือบจะ... ถ้าตาทิมนี่ไม่ได้แอบซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไว้ที่มุมปาก “ก็ของพวกนั้นมันเสียหายยามวิกาลนี่นา ใครจะไปคาดคิดว่ารีโมตแอร์จะถ่านหมดตอนตีสองครึ่งล่ะ จริงไหม?”
“ก็ซื้อสำรองเก็บไว้สิคะ เซเว่นก็อยู่แค่ปากซอยเนี่ย!”
“ขี้เกียจเดินนี่นา อีกอย่าง...” ทิวาก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธอทีละน้อย จงใจทิ้งระยะห่างให้แคบลงจนเอยต้องเผลอกลั้นหายใจ “...พี่ไม่ได้มาขอยืมของพวกนั้นสักหน่อย วันนี้พี่มี ‘วาระเร่งด่วน’ กว่านั้นเยอะ”
“วาระเร่งด่วนอะไรของคุณ?” เอยเชิดหน้าขึ้นพยายามรักษาฟอร์ม ถึงแม้หัวใจเจ้ากรรมจะเต้นรัวผิดจังหวะเพราะระยะห่างที่ใกล้เกินไปจนได้กลิ่นสบู่หอมอ่อนๆ จากตัวเขา
ทิวายื่นสมาร์ทโฟนหน้าจอแตกนิดหน่อยมาตรงหน้าเธอ บนหน้าจอแสดงผลหน้าต่างโปรแกรมเขียนแบบโครงสร้าง 3 มิติที่ค้างเติ่งอยู่ พร้อมกับข้อความแจ้งเตือน Error สีแดงฉานตัวเบ้อเริ่ม
“เนี่ย... โปรแกรมเรนเดอร์งานส่งลูกค้าพรุ่งนี้เช้าค้างเติ่งอยู่ตรงนี้ แล้วโน้ตบุ๊กพี่เกิดอาการช็อกโลกดับวูบเปิดไม่ติดขึ้นมาดื้อๆ” ทิวาทำเสียงหงอยสนิท แววตาที่มองเอยตอนนี้เต็มไปด้วยความน่าสงสาร (ที่เธอรู้ว่ามันแกล้งทำเก้าสิบเปอร์เซ็นต์) “ในบรรดาเพื่อนบ้านร่วมชั้นทั้งหมด มีแต่น้องเอยคนสวยนี่แหละที่เป็นผู้มีอุปการคุณ ช่วยชีวิตช่างภาพ เอ้ย ช่างโยธาตาดำๆ คนนี้ทีเถอะนะ”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะคะ?” เอยกอดอกแน่น เชิดหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคู่นั้น “โน้ตบุ๊กพังก็ไปร้านซ่อมสิคะ หรือไม่ก็หิ้วไปนั่งทำที่ร้านกาแฟโต้รุ่งโน่น!”
“โธ่… ดึกป่านนี้ร้านเปิดที่ไหนล่ะครับ อีกอย่าง ไฟล์งานสำคัญทั้งหมดมันอยู่ในเครื่องนั้น เครื่องสำรองก็ดันไม่อยู่กับตัว” ทิวาโน้มตัวลงมาใกล้ขึ้นอีกนิด เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างหูจนเอยรู้สึกจักจี้ที่ต้นคอ “ให้พี่ใช้คอมพิวเตอร์น้องเอยแค่ชั่วโมงเดียวพอนะ นะครับ... คนสวย ถ้างานนี้ไม่ผ่าน พี่โดนหัวหน้าเฉ่งจนหูชาแน่ๆ เลย”
“นี่! อย่ามาเนียนเรียกฉันว่าคนสวยนะ!” เอยหันขวับกลับมาต่อ องค์แม่สายวีนประทับร่างทันทีเมื่ออีกฝ่ายรุกหนักเกินไป “แล้วอีกอย่าง คอมพิวเตอร์นี่เป็นอุปกรณ์ทำมาหากินของฉัน ข้อมูลบัญชีบริษัทลับสุดยอด เกิดคุณมากดอะไรพังเสียหายขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบคะ!”
“พี่รับผิดชอบด้วยหัวใจเลยเอ้า!” ทิวาตอบหน้าตาเฉยแถมยังส่งวิ้งค์ตาหวานให้ทีหนึ่งจนเอยแทบสำลักน้ำลายตัวเอง “นะเอยนะ… ช่วยเพื่อนบ้านผู้ตาดำๆ คนนี้หน่อยเถอะ พี่สัญญาว่าจะไม่แตะต้องอะไรนอกจากโปรแกรมงานของพี่จริงๆ สัญญาด้วยเกียรติของวิศวกรโยธาเลยเอ้า!”
เอยมองค้อนตาคว่ำ เธออยากจะปฏิเสธให้เด็ดขาดเหมือนป้ายหน้าห้อง แต่พอมองเห็นสีหน้าท่าทางที่ดูจริงจังขึ้นมานิดนึง (แม้จะเจือความกวนประสาทอยู่เต็มเปี่ยม) ของคนตรงหน้า ประกอบกับเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความเหนื่อยล้าที่เล็ดลอดออกมาจากปากเขาแล้ว ความเป็นคนใจอ่อนที่ซ่อนอยู่ใต้เกราะกำบังก็เริ่มทำงานอีกจนได้
ให้ตายเถอะ... เธอนี่มันแพ้ทางคนแบบนี้ตลอดเลยจริงๆ สินะ!
“ก็ได้! แค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้นนะคะ!” เอยสะบัดเสียงใส่ สะบัดก้นลุกขึ้นจากเก้าอี้หมุนแล้วผายมือเชิญด้วยความจำยอม “เชิญค่ะ! เชิญใช้บริการตามสบายเลยพ่อคุณ แต่อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะคะ ถ้ามีไฟล์แปลกปลอมหรือไวรัสหลุดเข้ามาในเครื่องฉันแม้แต่ตัวเดียว ฉันจะคิดบัญชีคุณเป็นรายวินาทีเลยคอยดู!”
“รับทราบครับผม!” ทิวารับคำเสียงใสด้วยความดีใจ ออกอาการลิงโลดจนเอยหมั่นไส้ ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งแทนที่เธออย่างรวดเร็ว นิ้วเรียวยาวเริ่มขยับพิมพ์แป้นพิมพ์อย่างคล่องแคล่วว่องไว บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงคลิกเมาส์และเสียงแป้นพิมพ์กระทบกันเบาๆ
เอยยืนกอดอกมองดูแผ่นหลังกว้างของคนข้างห้องที่ตอนนี้กำลังตั้งอกตั้งใจทำงานอย่างขะมักเขม้น แสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สะท้อนเข้ากับใบหน้าคมสัน สันจมูกโด่งเป็นสันและคางที่มีไรหนวดจางๆ ทำให้เผลอมองเพลินไปชั่วขณะ... เอาเข้าจริง ผู้ชายคนนี้เวลากลิ้งกลอกกวนประสาทก็น่าหมั่นไส้เป็นบ้า แต่พอเวลาตั้งใจทำงานขึ้นมาแบบนี้ ก็ปฏิเสธยากจริงๆ ว่ามีเสน่ห์แปลกๆ
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนข้อความแอปพลิเคชันแชทดังขึ้นเบาๆ จากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน เอยก้มลงหยิบขึ้นมาดู ปรากฏว่าเป็นข้อความจากกิ๊ฟ เพื่อนสนิทตัวดีที่ส่งรูปมีมตลกๆ มาแซح
*‘เป็นไงบ้างแก? คุณวิศวกรห้องข้างๆ ไปป้วนเปี้ยนอะไรแถวนั้นอีกรึเปล่า หรือว่าแอบเนียนไปขอจีบเพื่อนฉันแล้ว?’*
เอยอมยิ้มเล็กน้อย พิมพ์ข้อความตอบกลับเพื่อนสาวไปด้วยความเร็วแสง
*‘จีบอะไรล่ะแก มาขอใช้คอมพิวเตอร์ทำงานต่างหาก ตาบ้านี่น่ารำคาญที่สุดเลย ชอบหาข้ออ้างมาวุ่นวายอยู่เรื่อย เผลอแป๊บเดียวก็เดินเข้าห้องคนอื่นหน้าตาเฉยแล้วเนี่ย’*
ทว่า ในจังหวะที่เอยกำลังจะกดส่งข้อความนั้นเอง จู่ๆ ทิวาก็หันขวับกลับมาอย่างกะทันหัน พร้อมกับเอ่ยทักขึ้นเสียงดังทำเอาเธอสะดุ้งสุดตัว
“เอ้ย เอย! ตรงนี้ใช้ปุ่มลัดอะไรนะที่เซฟไฟล์โปรเจกต์ด่วนน่ะ พี่ลืม!”
“อุ๊ย!” เอยตกใจจนนิ้วโป้งเผลอกดพลาดไปโดนปุ่ม ‘ส่ง’ ข้อความในหน้าต่างแชทเต็มแรง แทนที่จะเป็นการพับหน้าจอตามที่ตั้งใจไว้!
ข้อความยาวเหยียดที่เอยเพิ่งพิมพ์นินทาเขาไปเมื่อครู่ถูกส่งตรงเข้าห้องแชทส่วนตัวของ... **ทิวา** อย่างพอดิบพอดี ไม่มีผิดเพี้ยน!
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก สมองขาวโพลนในพริบตา เอยรีบละลานละลุกลนพยายามจะกดปุ่มยกเลิกข้อความ (Unsend) ให้ทันก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้อ่าน แต่นิ้วเจ้ากรรมดันสั่นระริกจนกดผิดกดถูก
ในขณะเดียวกัน หน้าจอสมาร์ทโฟนของทิวาก็มีเสียงแจ้งเตือนข้อความเด้งขึ้นมา *ปิ๊ง!* พร้อมกับหน้าจอของเขาที่สว่างวาบขึ้นในทันที
ทิวากะพริบตาปริบๆ หันมามองหน้าเอยที่ตอนนี้หน้าซีดเผือดราวกับคนเจอผี ก่อนที่มุมปากหยักจะค่อยๆ ยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่กว้างที่สุดเท่าที่เอยเคยเห็นมาตั้งแต่รู้จักกัน...
“อ๋อ... นินทาพี่ว่าน่ารำคาญนี่เอง แถมยังแอบชมว่าพี่มีเสน่ห์ตอนตั้งใจทำงานด้วยสินะครับเนี่ย น้องเอย...”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความอลวนของคนข้างห้องคนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วมาลุ้นตอนต่อไปด้วยกันนะคะ!
พี่ข้างห้องคนนี้... เลิกกวนประสาททีจะได้ไหม•ตอนที่ 4
อย่าหวังว่าจะได้ยืมอะไรอีก
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องคนนี้... เลิกกวนประสาททีจะได้ไหม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!