พี่ข้างห้องคนนี้... เลิกกวนประสาททีจะได้ไหม•ตอนที่ 28

คำสารภาพที่น่ารักที่สุด

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
เสียงทุบประตูดังปับๆๆ สะท้อนก้องไปทั่วทางเดินหน้าห้องพักชั้นเจ็ด จนเอยที่กำลังยืนกอดอกหน้าบึ้งตึงถึงกับต้องสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์เดือดพล่านในอก รูปถ่ายบ้าบออะไรนั่นที่ส่งเข้ามาในไลน์กลุ่มเมื่อครู่ มันคือหลักฐานชั้นดีว่านายทิวาวิทยาศาสตร์การแกล้งคนนี้มีประวัติไม่ธรรมดา... แต่เดี๋ยวก่อน ประเด็นคือมันเป็นรูปสมัยปีหนึ่งตอนที่เธอยังไว้ผมหน้าม้าเต่อและใส่แว่นหนาเตอะต่างหากล่ะ! "เอย! ฟังพี่ก่อนสครับ! ถ้าไม่เปิดพี่จะนั่งคุกเข่าเคาะประตูตรงนี้จนกว่านิติจะมาเชิญตัวออกไปจริงๆ ด้วยนะ!" เสียงทุบเปลี่ยนเป็นเสียงตะโกนงอแงที่คุ้นหู พร้อมกับเสียงฝีเท้าเดินวนไปวนมาอย่างร้อนรน เอยเม้มปากแน่นด้วยความหมั่นไส้ มือเรียวกระชากเปิดประตูห้องออกอย่างแรงจนคนตัวสูงที่กำลังทำท่าจะเคาะซ้ำเกือบเซถลาเข้ามาข้างใน "จะเสียงดังทำไมคะคุณวิศวะ! รบกวนเวลาพักผ่อนคนอื่นเขาหมดแล้ว!" เอยแหวใส่ทันทีที่ประตูเปิดออก ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนวงหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้ส่งยิ้มแหยๆ แบบหมาหงอยมาให้ ทว่ารอยยิ้มนั้นมันช่างดูเจ้าเล่ห์เสียจนน่าหมั่นไส้ในสายตาเธอ "ก็คนมันร้อนใจนี่นา กลัวหนูเอยเข้าใจพี่ผิดคิดว่าพี่เป็นเพลย์บอยเก่าเก็บ" ทิวาไหวไหล่เบาๆ ก่อนจะก้าวล้ำเข้ามาในห้องหน้าตาเฉยโดยไม่รอให้อนุญาต ขายยาวๆ ก้าวฉับๆ ไปยืนหยุดอยู่กลางห้องรับแขก ทำเอาเจ้าของห้องต้องรีบปิดประตูแล้วเดินตามไปโวย "ใครอนุญาตให้เข้าห้องคะ ออกไปเลยนะ! แล้วก็เคลียร์เรื่องรูปนั้นมาเดี๋ยวนี้ด้วย รูปบ้าอะไร ทำไมมันถึงไปโผล่ในกลุ่มเพื่อนฉันได้!" ทิวาไม่ตอบทันที ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวโปรดของเอยอย่างถือวิสาสะ ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาเอยใจกระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้ เขายกมือขึ้นกอดอกแล้วมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่บอกว่า *'ยัยเตี้ยนี่เวลาโมโหแล้วน่าแกล้งเป็นบ้า'* "ก็รูปที่เพื่อนหนู... ยัยกิ๊ฟตัวแสบส่งมาท้าทายไง ว่าถ้าพี่กล้าเอารูปนี้มาแฉ พี่จะกล้าพอที่จะขอหนูเป็นแฟนต่อหน้าทุกคนไหมล่ะ" เอยชะงักกึก อ้าปากค้างเล็กน้อย สมองประมวลผลคำพูดของคนตรงหน้าไม่ทัน "อะ... อะไรนะ? ใครท้าใครนะ?" พรึบ! จู่ๆ ไฟในห้องรับแขกก็ดับลงพรวดเดียว ท่ามกลางความตกใจของเอยที่กำลังจะอ้าปากด่า ไฟดวงเล็กดวงน้อยแบบฟรี่ไรท์ (Fairy Light) สีส้มอบอุ่นก็สว่างวาบขึ้นตามแนวระเบียงและกรอบหน้าต่าง พร้อมกับเสียงเพลงคลอเบาๆ จากลำโพงบลูทูธที่ถูกเชื่อมต่อไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เอยหันขวับไปมองรอบตัวด้วยความงุนงง ประตูห้องนอนถูกเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของกิ๊ฟเพื่อนสนิทที่ถือเค้กก้อนเล็กปักเทียนสว่างไสวเดินยิ้มกริ่มออกมา ตามด้วยเสียงปรบมือเบาๆ และเสียงแซวจากเพื่อนร่วมชั้นและคนในคอนโดบางคนที่แอบมารวมตัวกันอยู่ที่ระเบียงตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้! "HBD... เอ้ย! ไม่ใช่! ยินดีด้วยค่ะซิส! ในที่สุดก็สลัดคานทองได้สักที!" กิ๊ฟหัวเราะคิกคัก พร้อมกับยื่นเค้กมาตรงหน้าเอยที่ยืนทำหน้าเหวอสนิท เอยหันขวับกลับมามองทิวาที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่ในมือของชายหนุ่มมีช่อดอกไม้ช่อโตซ่อนอยู่ด้านหลัง รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่หายไป เหลือเพียงแววตาจริงจังที่สะท้อนเงาของเธออยู่ข้างในนั้น ความอบอุ่นบางอย่างแผ่ซ่านเข้ามาในอกจนเอยรู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตาอย่างไม่มีสาเหตุ "พี่..." เอยพยายามจะเปล่งเสียงดุเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่ตีรวนขึ้นมาจนหน้าแดงก่ำ แต่เสียงมันกลับสั่นพร่าเสียจนน่าอาย "พี่จีบหนูมาสามเดือนเต็มๆ แล้วนะเอย" ทิวาก้าวเข้ามาประชิดตัว ชายหนุ่มส่งช่อดอกไม้ช่อโตมาตรงหน้า สายตาที่มองมาหวานเชื่อมจนคนใจแข็งอย่างเอยแทบละลาย "พี่อาจจะกวนประสาท ปากเสีย ชอบแกล้งให้หนูโมโหจนหัวฟูทุกวัน... แต่เชื่อเถอะว่าไม่มีวันไหนเลยที่พี่ไม่ได้มองหนูเป็นคนพิเศษ" เสียงเป่าปากและเสียงเชียร์จากกิ๊ฟและเพื่อนๆ ที่ยืนออกันอยู่ตรงระเบียงดังขึ้นแซวระงม แต่เอยไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว หูของเอืออึงไปหมด หัวใจเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงเพลงในห้อง "เป็นแฟนกับพี่นะเอย... เลิกไล่ให้พี่ไปไกลๆ สักทีเถอะ พี่เหนื่อยต้องเดินกลับมาเคาะห้องหนูทุกวันแล้ว" คำสารภาพรักที่มาพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากและแววตาสั่นระริกเล็กน้อยจากผู้ชายที่เคยเย่อหยิ่งที่สุดในตึก มันช่างเป็นภาพที่น่ารักและทรงพลังที่สุดในชีวิตของเธอ เอยเม้มริมฝีปากแน่น น้ำตาคลอเบาะด้วยความหมั่นไส้ปนซาบซึ้ง เธอชี้หน้าเขาอย่างคาดโทษทั้งที่แก้มแดงแจ๋ "นายมัน... คนฉวยโอกาสที่สุดเลยทิวา! วางแผนไว้หมดแล้วใช่ไหมเนี่ย!" "สรุปว่าจะตอบว่าอะไรครับ คุณแฟน?" ทิวายิ้มกว้าง ดวงตาพราวระยับยิ่งขึ้นเมื่อเห็นอาการเขินจนทำอะไรไม่ถูกของคนตัวเล็ก เอยสูดหายใจเข้าลึก พยักหน้างุดๆ งึมงำในลำคอเบาจนแทบไม่ได้ยิน "เออ... ก็ได้! เป็นก็เป็นค่ะ ตาบ้า!" เสียงเฮลั่นห้องดังสนั่น พร้อมกับที่กิ๊ฟโย่าย้ายส่ายสะโพกด้วยความดีใจจนเกือบทำเค้กหล่นพื้น ทิวาหัวเราะร่อด้วยความสะใจก่อนจะถือวิสาสะดึงตัวคนตัวเล็กเข้ามาสวมกอดไว้แน่นท่ามกลางเสียงปรบมือและแซวกันเกรียวกราวของเพื่อนๆ กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยและอ้อมกอดอุ่นๆ ของคนตรงหน้า ทำให้เอยเผลอยกมือขึ้นกอดตอบเขาแน่น ซบหน้าลงกับอกแว่นหนาของเขาเพื่อซ่อนรอยยิ้มกว้างที่สุดในรอบปี ทว่า... ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและอบอุ่นหัวใจจนแทบจะละลายนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตในโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกหน้าโซฟา กลับดังขึ้นขัดจังหวะด้วยเสียงสั่นยาว *ครืดดดด...* เอยผละออกจากอ้อมกอดของทิวาเล็กน้อยเพื่อเหลือบสายตาไปมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นมาท่ามกลางแสงไฟสลัว ชื่อผู้ส่งข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอทำเอาลมหายใจของเอยสะดุดกึก รอยยิ้มหวานเชื่อมเมื่อครู่แข็งค้างในทันที - *[แม่]: "เอย... ลูกจำสัญญากับแม่เรื่องย้ายกลับต่างจังหวัดตอนสิ้นปีได้ใช่ไหมจ๊ะ?"* (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่เดินทางร่วมยิ้มและอินไปกับความรักของเอยและทิวานะคะ - สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องคนนี้... เลิกกวนประสาททีจะได้ไหม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%