พี่ข้างห้องคนนี้... เลิกกวนประสาททีจะได้ไหม•ตอนที่ 29

เลื่อนสถานะจากข้างห้องสู่ข้างกาย

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"ถ้าคุณทิวายังกล้าตักผักชีใส่มาในชามก๋วยเตี๋ยวของเอยอีกแม้แต่ก้านเดียว คืนนี้เชิญไปนอนนอกห้องเลยนะคะ ไม่ต้องเข้าห้องมา!" เสียงโวยวายเล็กๆ แหลมสูงที่เป็นเอกลักษณ์ดังลั่นห้องครัวสไตล์โมเดิร์นของคอนโดมิเนียมย่านอารีย์ เอยในชุดนอนผ้าฝ้ายลายหมีพูห์ยืนเท้าสะเอว หน้าตาบึ้งตึง ใบหน้าหวานง้ำงอด้วยความขัดแย้งระหว่างความหิวกับความเกลียดชังที่มีต่อผักชีฝรั่งอย่างรุนแรง ดวงตากลมโตถลึงมองชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังยืนยิ้มระรื่นถือทัพพีตักน้ำซุปอยู่หน้าเตา ทิวาหัวเราะในลำคอเบาๆ ไหล่กว้างไหวตามแรงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้จนเอยต้องเอนตัวหนีตามสัญชาตญาณ ปลายจมูกโด่งรั้นเกือบจะชนกับแก้มใสที่ขึ้นสีแดงเรื่อโดยไม่ต้องปัดบลัชออน "โหน... ดุเป็นหมาป่าเลยนะเราอ่ะ ไหนใครบอกว่าเมื่อคืนจะรักและเชื่อฟังคุณแฟนทุกอย่างไงจ๊ะ หื้ม?" ทิวาลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความเอ็นดูระคนเจ้าเล่ห์ "อีกอย่าง ผักชีมันมีวิตามินซีสูงนะเด็กดื้อ เอยกินเข้าไปหน่อยสิ เดี๋ยวด็กว้าง เอ๊ย! เดี๋ยวก็สูง" "นี่! อย่ามาบูลลี่ส่วนสูงของเอยนะ!" เอยปัดมือเขาออกแทบไม่ทัน รีบถอยหลังกรูดไปจนหลังชนเคาน์เตอร์ครัว หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "แล้วก็ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลยนะ เอาออกไปเดี๋ยวนี้เลย! ไม่งั้นเอยฟ้องแม่จริงๆ ด้วยว่าคุณแกล้งลูกสาวท่าน!" "โอ๋ๆๆ ล้อเล่นน่า แม่ยายยิ่งรักผมมากกว่าลูกสาวตัวเองอยู่แล้ว เธอฟ้องไปแม่ก็เข้าข้างผมชัวร์" ทิวายักคิ้วหลิ่วตาอย่างมั่นหน้าสุดฤทธิ์ ก่อนจะยอมใช้ช้อนเขี่ยใบผักชีสีเขียวสดออกจนหมดเกลี้ยงจากชามก๋วยเตี๋ยวของคนตัวเล็กอย่างตามใจ "เรียบร้อยครับผม คุณหนูเอยทานได้แล้วค่ะ เดี๋ยวเส้นอืดหมดอร่อยนะ" เอยค้อนวงใหญ่ใส่คนฉวยโอกาสไปทีหนึ่งอย่างหมั่นไส้ แต่ก็ยอมเดินกลับมานั่งลงที่เก้าอี้ทานอาหารแต่โดยดี กลิ่นหอมกรุ่นของก๋วยเตี๋ยวน้ำใสฝีมือวิศวกรหนุ่มที่ผันตัวมาเป็นเชฟจำเป็นลอยเข้าจมูกจนท้องร้องโครกคราก เธอตักน้ำซุปเข้าปากคำหนึ่งแล้วก็ต้องยอมรับในใจเงียบๆ ว่าผู้ชายคนนี้ทำอาหารอร่อยเป็นบ้า... อร่อยจนน่าหงุดหงิด บรรยากาศยามสายในวันหยุดสุดสัปดาห์อบอวลไปด้วยความสุขจนน่าหมั่นไส้ สำหรับคู่รักห้อง 708 และ 709 ที่ตอนนี้แทบจะทุบกำแพงทะลุหากกันอยู่แล้ว ตั้งแต่วันที่ตกลงเลื่อนสถานะจาก "พี่ข้างห้องตัวแสบ" มาเป็น "แฟน" อย่างเต็มตัว ชีวิตของเอยก็ไม่เคยสงบสุข (ในแบบที่เรียบง่ายเกินไป) อีกเลย เพราะทิวายขยันหาเรื่องมาหยอด มาแกล้ง มาทำให้ใจสั่นเล่นได้ทุกวี่ทุกวัน จนเพื่อนสนิทอย่างกิ๊ฟถึงกับเอ่ยปากแซวว่า *'พวกแกสองคนช่วยเกรงใจคนโสดรอบข้างบ้างเถอะ อยากจะปาขันหมากใส่หน้าจริงๆ'* ติ๊ด! เสียงข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชทสีเขียวดังขึ้นขัดจังหวะความหวาน เอยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู ปรากฏว่าเป็นกลุ่มแชท "แก๊งชงเข้มข้นจนไตพัง" ที่มีเอย กิ๊ฟ และแฟนหนุ่มของกิ๊ฟอยู่ในนั้น **กิ๊ฟเพื่อนรัก (รักมากแต่ตบตอนนี้ทันไหม):** *อีเอย! อีชะนีตัวดี! แกกับคุณทิวาว่างไหมวะ วันนี้กลุ่มเพื่อนคณะบัญชีนัดกินหมูกระทะแถวสะพานควาย แกต้องลากคุณแฟนสุดหล่อมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการนะเว้ย! ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด ไม่งั้นฉันไปลากคอพวกแกถึงห้องจริงด้วย!* เอยขมวดคิ้วเล็กน้อย พิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว **Eyyy:** *กระชั้นชิดไปป่ะแก ละอีกอย่าง... คุณทิวาเขาเป็นคนเรื่องเยอะนะ จะให้ไปกินหมูกระทะข้างทางริมถนนเนี่ยนะ เขาจะยอมเหรอ?* ยังไม่ทันที่เอยจะวางมือถือลง เสียงทุ้มต่ำของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็เอ่ยแทรกขึ้นมาทันทีราวกับมีตาวิเศษ "ใครว่าผมไม่กินหมูกระทะล่ะครับ?" ทิวายื่นหน้าข้ามโต๊ะมามองหน้าจอโทรศัพท์ ตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความเจ้าเล่ห์ "เพื่อไปคุมไข่... เอ๊ย! ไปคุมความปลอดภัยให้แฟนสาวคนสวย นั่งกินริมถนนแค่นี้สบายมากครับคุณเอย บอกเพื่อนเธอเลยว่าเย็นนี้พี่ทิวาคนนี้เลี้ยงเอง จัดเต็มทุกเตา!" เอยเงยหน้าขึ้นมองค้อน "ใครบอกว่าจะให้เลี้ยงยะ! แล้วพูดจาให้มันดีๆ นะตาบ้า" "เอ้า ก็อยากเปย์แฟนเด็กนี่นา ผิดตรงไหน" ทิวายักไหล่ลอยหน้าลอยตา ทำเอาเอยอยากจะหยิบตะเกียบฟาดหัวสักทีสองทีให้หายหมั่นไส้ แต่ริมฝีปากบางกลับเผลอยกยิ้มขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของหายนะ (แห่งความหวานเลี่ยน) ในเย็นวันนั้น ร้านหมูกระทะย่านสะพานควายคราคร่ำไปด้วยผู้คนและควันโขมงโฉงเฉง โต๊ะยาวริมฟุตบาทถูกยึดครองโดยแก๊งเพื่อนสาวคณะบัญชีของเอยราวๆ เจ็ดแปดคน ทันทีที่เอยเดินควงแขนมากับทิวา เสียงกรี๊ดกร๊าดและเสียงแซวก็ดังลั่นจนโต๊ะข้างๆ หันมามอง "กรี๊ดดด! นึกว่าพระเอกซีรีส์เกาหลีที่ไหนหลงมา!" กิ๊ฟปรบมือแปะๆ แกล้งทำท่าทางกรี๊ดสลบคาอกแฟนหนุ่มตัวเอง "คุณทิวายขา... เพื่อนหนูมันดุมากไหมคะ ช่วงนี้เอาช้างมาฉุดก็ไม่อยู่แล้วเนี่ย" ทิวายิ้มมุมปาก มือหนาโอบไหล่บางของเอยเข้ามาแนบชิดอย่างแสดงความเป็นเจ้าของอย่างแนบเนียน สายตาคมกริบกวาดมองเพื่อนๆ ของแฟนสาวด้วยความสุภาพแต่แฝงความแพรวพราว "ก็ดุพอสมควรครับ แต่ผมชอบแบบนี้แหละ เลี้ยงง่ายดี แค่มีหมูกระทะกับชานมไข่มุกก็หยุดเห่า... เอ๊ย! หยุดบ่นได้แล้วครับ" "ไอ้พี่ทิวา!" เอยหน้าแดงแจ๋ หยิกหมับเข้าที่เอวสอบของชายหนุ่มเต็มแรงจนเจ้าตัวร้องโอ๊ยออกมาเบาๆ เรียกเสียงหัวเราะครื้นเครงจากกลุ่มเพื่อนสนิทได้ทันที บรรยากาศการกินหมูกระทะดำเนินไปอย่างสนุกสนาน ทิวาสลัดภาพวิศวกรมาดขรึมปากร้ายทิ้งไปจนหมดสิ้น กลายเป็นพ่อบ้านใจกล้าสายปิ้งย่างที่คอยคีบเนื้อหมูสามชั้นย่างเกรียมกำลังดีใส่จานให้เอยไม่ขาดมือ แถมยังคอยซับเหงื่อที่ซึมตามไรผมให้คนตัวเล็กท่ามกลางสายตาอิจฉาริษยาของเพื่อนๆ ในโต๊ะ "อีเอย แกไปทำบุญด้วยอะไรวะเนี่ย ชาตินี้ทำไมแต้มบุญสูงจัง ได้ผู้ชายทั้งหล่อ ทั้งรวย แถมคลั่งรักขนาดนี้มาเป็นแฟน" เพื่อนสาวคนหนึ่งเอ่ยปากแซuพร้อมกับทำท่าจะร้องไห้ เอยเคี้ยวลูกชิ้นชีสตุ้ยๆ แก้มป่อง พลางเหลือบมองคนข้างกายที่กำลังยิ้มรับคำชมอย่างภูมิอกภูมิใจ เธอแอบเบะปากหมั่นไส้ในใจ แต่ใบหูกลับแดงแจ๋ด้วยความเขินอายจนซ่อนไม่มิด ทว่า... ท่ามกลางเสียงหัวเราะและควันหมูกระทะที่คละคลุ้ง โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของเอยที่วางอยู่บนตักก็สั่นครืดคราดขึ้นมาติดๆ กันหลายครั้ง เอยหยิบขึ้นมาดูด้วยความสงสัย หน้าจอแสดงชื่อผู้ติดต่อที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอแข็งค้างไปในทันที *[แม่]: "เอย... ลูกจำสัญญากับแม่เรื่องย้ายกลับต่างจังหวัดตอนสิ้นปีได้ใช่ไหมจ๊ะ?"* *[แม่]: "แม่จัดการเรื่องงานที่ธนาคารสาขาที่โน่นไว้ให้เรียบร้อยแล้วนะ ลูกจะได้กลับมาอยู่ใกล้ครอบครัวสักที"* *[แม่]: "อีกสองเดือนเอง เตรียมตัวเคลียร์ของที่ห้องพักได้เลยนะลูก"* ข้อความสั้นๆ สามบรรทัดจากมารดาบังเกิดเกล้าพุ่งเข้ากระแทกกลางใจราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบซ้ำๆ โลกทั้งใบที่เมื่อครู่ยังหมุนวนไปด้วยความหวานชื่น กลับหยุดชะงักลงในเสี้ยววินาที รอยยิ้มบนเรียวปากบางเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย มือเล็กที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ความสุขที่เพิ่งเอื้อมไปแตะ เหมือนกำลังจะถูกพรากกลับไปด้วยคำว่า "ครอบครัว" และ "อนาคต" ที่ถูกขีดเส้นไว้ล่วงหน้า ทิวาที่นั่งอยู่ข้างๆ สังเกตเห็นความผิดปกติทันที รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าของชายหนุ่มมลายหายไป สัญชาตญาณความห่วงใยและสายตาที่สังเกตรายละเอียดเก่งกาจทำให้เขารวบมือเล็กที่กำลังสั่นเทานั้นมากุมไว้แน่น ไออุ่นจากฝ่ามือหนาช่วยดึงสติเอยกลับมาได้บ้าง "เอย..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกแผ่วเบา ดวงตาคมกริบมองสบตาเอยด้วยความกังวลระคนจริงจัง "เป็นอะไรหรือเปล่า ใครส่งอะไรมา หน้าซีดหมดแล้ว" เอยเงยหน้าขึ้นสบตากับคนรัก หัวใจดวงน้อยบีบรัดจนเจ็บแปลบ น้ำใสๆ เอ่อคลอเบ้าตาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอมองหน้าทิวาที่เพิ่งประกาศกร้าวต่อหน้าเพื่อนๆ ว่าจะคอยดูแลเธอ กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อนึกถึงระยะทางและกำหนดเวลาอีกเพียงแค่สองเดือนข้างหน้า เธออุตส่าห์เลื่อนสถานะจากข้างห้องมาอยู่ข้างกายเขาแล้วแท้ๆ... แต่ทำไมโชคชะตาถึงใจร้ายนัก เอยสูดหายใจเข้าลึกเพื่อกลั้นก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอ ปลายเสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์เมื่อริมฝีปากอิ่มขยับเอ่ยพูดประโยคที่ทำให้ทิวาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "พี่ทิวา... เอย... เอยต้องย้ายกลับต่างจังหวัดตอนสิ้นปีนี้ค่ะ" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา... *** *ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความรักของเอยกับพี่ทิวานะคะ*
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องคนนี้... เลิกกวนประสาททีจะได้ไหม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%