"เลิกตื๊อเอยสักทีเถอะค่ะพี่มีนา เอยพูดชัดเจนไปหมดแล้วนะคะว่าระหว่างเรามันจบลงตั้งแต่เมื่อไหร่!"
น้ำเสียงของเอยสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความอึดอัด แต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ขณะยืนเผชิญหน้ากับร่างสูงของอดีคน้องรหัสตัวปัญหาที่ยืนขวางทางเข้าห้องพักของเธอไว้ สายตาของหญิงสาวกวาดมองเลยไปด้านหลังเพื่อหาทางหนีทีไล่ แต่ทว่า ลิฟต์คอนโดฯ ตัวเก่งดันเกิดขัดข้องจนต้องเดินขึ้นบันไดหนีไฟ และนั่นก็กลายเป็นจุดอับสายตาที่อีกฝ่ายฉวยโอกาสเข้ามาดักรอ
มีนากำมือแน่น รอยยิ้มเจื่อนๆ ที่มักจะประดับบนใบหน้าบัดนี้เลือนหาย เหลือเพียงแววตาตัดพ้อที่เอยเห็นแล้วรู้สึกเหนื่อยหน่ายเสียยิ่งกว่ากลัว "เอยใจร้ายจังนะครับ... คบกันมาตั้งปีเศษๆ จู่ๆ จะตัดเยื่อใยกันง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ? หรือว่า... เพราะไอ้หน้าอ่อนห้องข้างๆ นั่นมันคอยเป่าหูคุณอยู่ ถึงทำให้คุณเปลี่ยนไปขนาดนี้"
"อย่าพาลใส่คนอื่นค่ะ!" เอยสวนกลับทันควัน เลือดขึ้นหน้าด้วยความโกรธ "เรื่องของเรามันพังเพราะตัวพี่เองทั้งนั้น อย่ามาโทษคนอื่นเลยค่ะ แล้วก็กรุณาถอยไป เอยจะเข้าห้อง!"
แต่มีนากลับก้าวเข้ามาประชิดตัวมากขึ้น มือใหญ่เอื้อมคว้าข้อแขนของเอยไว้แน่นโดยไม่ฟังเสียงทักท้วง "ไม่ครับ! วันนี้เราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง ผมไม่ยอมเลิกราเด็ดขาด เอยต้องให้โอกาสผมพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง—"
"ปล่อยมือจากเอยเดี๋ยวนี้!"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังแทรกขึ้นมาจากมุมมืดของบันไดหนีไฟ น้ำเสียงนั้นไม่ได้ตะคอก แต่กลับเยียบเย็นและกดต่ำจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา ทิวาก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว เสื้อแจ็กเก็ตยีนตัวเก่งยับย่นเล็กน้อยจากการรีบวิ่งขึ้นบันไดมาหatสี่ชั้นรวด แต่ดวงตาคมกริบที่จ้องตรงไปยังมือของมีนากลับคมกราบยิ่งกว่าใบมีด
มีนาสะดุ้งโหยง รีบปล่อยมือออกจากแขนเอยราวกับโดนไฟลวกเมื่อเห็นว่าเป็นใคร "แก... ยุ่งอะไรด้วยวะ ไอฟากห้องข้างๆ นี่เรื่องส่วนตัวของฉันกับแฟนเก่า!"
"แฟนเก่า?" ทิวายกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เอยเห็นแล้วรู้ทันทีว่า 'ภัยพิบัติ' กำลังจะมาเยือน "จำไม่ได้เหรอครับว่าคำว่า 'แฟนเก่า' เนี่ย เขาใช้เรียกคนที่ *จบความสัมพันธ์* กันไปแล้ว ไม่ใช่คนที่ยังหน้าด้านตามตื๊อชาวบ้านเขาอยู่แบบนี้"
"แก!" มีนาพุ่งตัวเข้าไปหาด้วยความโมโห แต่ทว่าความสูงและสัญชาตญาณนักกีฬาของทิวากลับทำให้เขาก้าวขยับเพียงนิดเดียวก็สามารถบล็อกทางไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทิวาไม่ได้ใช้กำลัง แต่เขาใช้ความนิ่งและส่วนสูงที่ได้เปรียบกดดันจนมีนาต้องถอยกรูด
"ฟังให้ดีนะครับ" ทิวาก้มหน้าลงกระซิบด้วยน้ำเสียงที่รอดไรฟัน แต่ดังพอให้เอยและมีนาได้ยินชัดเจนทุกพยางค์ "ผู้หญิงเขาบอกว่าไม่ คือ ไม่ ถ้ามึงยังกล้ามาวุ่นวายกับคนของกูอีกแม้แต่ปลายเล็บ... กูไม่ได้แค่มาพูดดีๆ แบบนี้แน่ เคลียร์ของมึงให้จบซะ แล้วไสหัวไปจากชั้นนี้ซะที"
มีนาหน้าซีดเผือด สลับมองหน้าทิวากับสายตาที่เต็มไปด้วยความระอาของเอย สุดท้ายก็พ่นคำหยาบคายออกมาเบาๆ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีลงบันไดหนีไฟไปอย่างหัวเสีย เสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งห่างออกไปจนกระทั่งทุกอย่างกลับคืนสู่ความเงียบงัน
เอยยืนนิ่งค้าง หัวใจเต้นรัวระส่ำไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัวจากเหตุการณ์เมื่อครู่ แต่เป็นเพราะคำพูดประโยคเมื่อกี้ของคนตรงหน้าต่างหาก... *คนของกู* ประโยคบ้าบออะไรกัน ทำไมถึงทำให้หน้าร้อนผ่าวขึ้นมาได้ขนาดนี้!
ทิวาถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะหันกลับมามองสำรวจร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเป็นห่วง เมื่อมั่นใจว่าเธอไม่ได้รับบาดเจ็บตรงไหน สีหน้ากวนๆ แบบฉบับเจ้าพ่อ (กวนประสาท) ถึงค่อยๆ กลับคืนสู่ใบหน้าหล่อเหลานั้น
"ยืนบื้ออะไรอยู่ล่ะครับ หรือว่าติดใจอยากฟังพี่ประกาศความเป็นเจ้าของอีกรอบ หึ?" ทิวายิ้มกรุ่มกริ่ม ยักคิ้วหลิ่วตาใส่ตามฟอร์ม
เอยรีบดึงสติแล้วเชิดหน้าขึ้นทันที พยายามกลบเกลื่อนรอยแดงบนพวงแก้มด้วยการทำเสียงดุ "ใครอยากฟังคุณพูดบ้าๆ กันคะ! ใครเป็นคนของคุณ ไม่ทราบว่าชอบอนุมานเอาเองเก่งจังนะทิวา!"
"อ้าว ก็เห็นยืนอึ้งจนหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก นึกว่าเขินซะอีก" ทิวาก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว จนเอยต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับประตูห้องพักของตัวเอง "อีกอย่าง... เมื่อกี้พี่เคลียร์ปัญหาหัวใจให้จนเกลี้ยงเกลาขนาดนี้แล้ว ไม่มีรางวัลปลอบใจให้คนหล่อหน่อยเหรอครับ?"
"รางวัลอะไรล่ะคะ! ฉันไม่ได้ขอให้คุณมาช่วยสักหน่อย!" เอยเถียงเสียงแข็ง ทั้งที่มือไม้เริ่มอยู่ไม่สุข ไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหนเมื่อดวงตาพราวระยับคู่นั้นก้มมองลงมาใกล้เกินความจำเป็น
"ขอแค่คำขอบคุณหวานๆ สักคำ... หรือไม่ก็ยอมเปิดประตูให้พี่เข้าไปนั่งกินน้ำอุ่นๆ ในห้องสักแก้ว แค่นี้ก็ชื่นใจแล้วครับ" ทิวายื่นหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ ปัดผ่านปลายจมูก เอยใจเต้นตึ้กตั้กจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน
"ไม่ให้เข้าค่ะ! กลับห้องคุณไปเลยนะ!" เอยแหวลั่น พยายามดันอกแกร่งให้ออกห่าง แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ แล้วดึงเข้าหาตัวจนเธอเซไปชนอกเขาเต็มแรง
"ใจร้ายจังนะเอย... พี่เพิ่งไปเสี่ยงชีวิตปกป้องน้องเอยจากหมาบ้ามาหยกๆ น้า" ทิวาแกล้งทำเสียงงอแงเหมือนเด็กๆ แต่แววตาที่มองลงมากลับลึกซึ้งและจริงจังจนเอยต้องหลบตา "พี่ตั้งใจเคลียร์ทุกอย่างให้ขาด เพื่อพิสูจน์ให้เอยเห็น... ว่าพื้นที่ตรงนี้ของพี่ มันไม่มีเศษซากของใครเหลืออยู่แล้วจริงๆ นอกจาก..."
ทเว้นจังหวะเว้นช่วงไว้แค่นั้น ปล่อยให้ความเงียบที่อบอวลไปด้วยความหวานเข้ามาแทนที่คำพูด
เอยเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจพองโตจนแทบจะระเบิดออกมานอกอก รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่กุมข้อมือเธอไว้เบาๆ ไม่แน่นหนาจนอึดอัด แต่ก็มั่นคงพอที่จะทำให้รู้ว่า... เขาไม่ได้ล้อเล่น
"นอกจากอะไรล่ะคะ..." เอยเผลอเอ่ยถามออกไปเบาๆ อย่างลืมตัว ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมครึ่งต่อครึ่ง
ทิวายิ้มละมุน รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่เป็นรอยยิ้มที่ทำเอาคนมองใจละลายยวบยาบ "นอกจาก... รอฟังคำตอบจากปากของคนขี้โวยวายแถวนี้ไงครับ ว่าเมื่อไหร่จะยอมเลิกใจแข็งแล้วมาเป็นแฟนกันสักที"
สิ้นคำพูดนั้น หน้าของเอยก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีจนแทบจะระเบิด เธออ้าปากพะงาบๆ จะเอ่ยปฏิเสธหรือหาเรื่องเถียงกลับตามนิสัย แต่สมองกลับประมวลผลไม่ทันเพราะความเขินที่ตีรันฟันแทงกันอยู่ในอก
ในจังหวะที่เอยกำลังจะอ้าปากอึกอักแก้เขิน ทันใดนั้นเอง... เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อโค้ทของทิวาก็แผดเสียงดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศโรแมนติกพพอดี
*ติ๊ง!*
ทิวายอมละสายตาจากใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงก่ำชั่วครู่ ควักโทรศัพท์มือถือออกมาเพื่อจะปิดเสียง แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นข้อความแจ้งเตือนป๊อปอัปบนหน้าจอที่เพิ่งเด้งขึ้นมาจากแอปพลิเคชันแชตยอดฮิต... เป็นข้อความจาก "คนเก่า" อีกคน ที่ส่งรูปถ่ายคู่เก่าๆ มาพร้อมกับข้อความสั้นๆ ว่า
*[พี่ทิวาคะ... รูปนี้เรายังเก็บไว้อยู่เลยนะ คิดถึงจัง]*
เอยที่แอบชำเลืองมองหน้าจอโดยไม่ได้ตั้งใจ เห็นข้อความนั้นเต็มสองตา รอยยิ้มที่กำลังเคลิบเคลิ้มหุบฉับลงทันที ความรู้สึกร้อนวูบที่ใบหน้าเปลี่ยนเป็นความเย็นชาขึ้นมาฉับพลัน เอยสะบัดข้อมือออกจากมือของทิวาอย่างแรงด้วยความรวดเร็ว จนทิวาหน้าถอดสี รีบเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยความตกใจ
"อ๋อ... เคลียร์คนเก่าไม่หมดสินะคะ ถึงได้มีหน้าใหม่แถมรูปเก่าส่งมาทักทายยามดึกแบบนี้!" เอยแหวใส่เสียงดังลั่นทางเดินหน้าห้อง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความน้อยใจและโมโหปะปนกันจนแยกไม่ออก "เชิญไปคุยกับ 'คนคิดถึง' ของคุณให้พอใจเลยนะคะ ไม่ต้องมาเสียเวลาตรงนี้หรอกค่ะ!"
ปัง!
เสียงประตูกระแทกปิดใส่หน้าอย่างแรง ดังสะท้อนก้องไปทั่วทางเดินหนีไฟ ทิวายืนถือโทรศัพท์ค้างเติ่ง หน้าซีดเผือกยิ่งกว่าตอนเจอมีนาเสียอีก เขารีบกดยกเลิกข้อความและกดบล็อกเบอร์ทันทีอย่างลิบลน พร้อมกับละล่ำละลักตะโกนเรียกชื่อคนหลังประตูด้วยความร้อนรน
"เอย! เดี๋ยวก่อนสครับ! ฟังพี่ก่อน! นั่นมันรูปเก่าโหลยโท่ยอะไรก็ไม่รู้ พี่บล็อกมันไปตั้งนานแล้วนะ! เอยยยย! เปิดประตูให้พี่อธิบายก่อนนน!"
*(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและคอยเติมความอบอุ่นให้บันทึกสีน้ำตาลเล่มนี้เสมอนะคะ ❤️
พี่ข้างห้องคนนี้... เลิกกวนประสาททีจะได้ไหม•ตอนที่ 27
เผชิญหน้ากับความจริง
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องคนนี้... เลิกกวนประสาททีจะได้ไหม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!