ก๊อก ก๊อก ก๊อก—
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเป็นครั้งที่สาม จังหวะหนักแน่นที่คุ้นเคยเสียยิ่งกว่าเสียงนาฬิกาปลุกในห้องนอน ทำเอาเอยที่กำลังยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้องถึงกับสะดุ้งเฮือก หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เธอเพิ่งเห็นผ่านหน้าต่าง—ภาพที่ทิวากำลังยืนคุยอยู่กับผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงในชุดเดรสยาวหรูหราที่ดูราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น—ยังคงวนเวียนฉายซ้ำอยู่ในหัวราวกับแผ่นเสียงตกร่อง
ความโกรธ ความน้อยใจ และความสับสนตีรวนกันจนปั่นป่วนไปหมดในอก แต่แล้ว เสียงเรียกชื่อเธอกอดรัดผ่านบานประตูไม้ก็ดังแทรกขึ้นมา
"เอย... เปิดประตูให้พี่หน่อยค่ะ"
เสียงนั้น... เสียงที่มักจะใช้หยอกล้อ กวนประสาท หรือไม่ก็หาเรื่องมาแกล้งเธอให้ปรีแตกอยู่ทุกวี่ทุกวัน แต่ในเวลานี้ น้ำเสียงของทิวากลับเจือไปด้วยความร้อนรนและเหนื่อยอ่อนอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน
เอยเม้มริมฝีปากแน่น มือบางกำเข้าหากันจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความลังเลกัดกินหัวใจเธอเป็นริ้วๆ สมองข้างหนึ่งร้องเตือนว่า *'อย่าไปเปิด! ไหนล่ะยัยคนสวยคนนั้น ปล่อยให้เขายืนอยู่ตรงนั้นแหละ'* แต่หัวใจอีกข้างหนึ่งกลับกรีดร้องดังยิ่งกว่า *'ไปดูให้รู้เรื่องสิยะ เอย! จะมานั่งมโนเป็นนางละครน้ำเน่าอยู่ทำไม!'*
แกร็ก!
สุดท้าย... ความอยากรู้และความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ลึกก้นบึ้งก็เอาชนะทุกสิ่ง เอยตัดสินใจกระชากลูกบิดประตูเปิดออกอย่างแรง เผชิญหน้ากับคนที่ทำให้เธออารมณ์เสียติดต่อกันมาเป็นชั่วโมง
"มีอะไรคะคุณวิศวะ! ดึกดื่นป่านนี้ไม่ไปส่งแขกบ้านแขกเมืองเขาหรือไง ถึงได้ถ่อมาเคาะห้องชาวบ้านชาวช่องเขาแบบนี้!" เอยเปิดฉากโวยวายใส่ทันทีที่ประตูเปิดออก โดยไม่เปิดโอกาสให้ร่างสูงโปร่งที่ยืนหอบแฮกอยู่หน้าห้องได้ตั้งตัว
ดวงตากลมโตจ้องเขม็งใส่คนตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง มือเรียวเชิงกอดอกแน่นเพื่ออำพรางความสั่นไหวในแววตา ทิวาในยساتนี้ดูแปลกตาไป เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เคยรีดเรียบกริบกลับยับยู่ยี่เล็กน้อย เนกไทถูกคลายออกอย่างไร้ระเบียบ และที่สำคัญ... เม็ดเหงื่อผุดพรายอยู่เต็มกรอบหน้าคมคายนั้น บ่งบอกว่าเขาคงรีบวิ่งขึ้นบันไดหนีไฟมาเป็นแน่
ทิวาชะงักไปนิดเมื่อเจอชุดใหญ่ไฟกระพริบต้อนรับเข้าอย่างจัง ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าบึ้งตึงที่พยายามซ่อนแววตางอลตุ๊บป่องไว้อย่างไม่มิดชิด ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นมาน้อยๆ—รอยยิ้มแบบที่เอยหมั่นไส้นักหนา
"หึงเหรอคะเนี่ย..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแซوแกมหยอก แววตาพราวระยับมองตรงมาที่เธอราวกับอ่านความคิดของเธอทะลุปรุโปร่ง
"ใครหึง! อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลยคุณทิวา!" เอยเสียงสูงปรี๊ด ปฏิเสธเสียงแข็งพร้อมกับเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตากรุ้มกริมคู่นั้น "คนอย่างเอยไม่มีเวลามานั่งหึงใครหรอกค่ะ เชิญไปเคลียร์ธุระของคุณให้เรียบร้อยเถอะค่ะ จะได้ไม่ต้องมาเดินวนเวียนแถวนี้อีก"
ทิวายกมือขึ้นเสยผมลวกๆ ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะก้าวเท้าล้ำเข้ามาในเขตห้องของเธอหน้าตาเฉย แบบที่ไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาตแม้แต่น้อย
"นี่! ใครให้เข้ามาคะ ออกไปเลยนะห้องฉันรก!" เอยโวยวายพร้อมกับเอามือผลักอกแกร่งเบาๆ เป็นเชิงไล่ แต่มีหรือที่คนตัวโตจะสะท้าน ทิวากลับฉวยจังหวะนั้นรวบข้อมือบางทั้งสองข้างไว้ด้วยมือข้างเดียวอย่างนิ่มนวล ส่วนมืออีกข้างก็ปิดประตูห้องล็อกกลอนเสร็จสรรพในพริบตา
"ฟังก่อนสิคะ ยัยตัวยุ่ง" ทิวาก้มตัวลงมาเล็กน้อยให้ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ระดับเดียวกัน ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเอยจนเธอแทบจะลืมหายใจ "ผู้หญิงคนนั้น... ไม่ได้เป็นอย่างที่เอยกำลังคิดนะคะ"
"แล้วมันยังไงล่ะคะ เอยเห็นกับตาตัวเองนะ! ยืนกระหนุงกระหนิงกันขนาดนั้น แถมยัง..." เอยเผลอหลุดปากพูดออกไปด้วยความน้อยใจ ก่อนจะรีบเม้มปากฉับเมื่อรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป
ทิวาหลุดหัวเราะพรืดออกมาเบาๆ นัยน์ตาสีเข้มฉายแววเอ็นดูกระจ่างชัด "หึงจริงๆ ด้วยแฮะ... น่ารักจังวะ"
"นี่! ใครน่ารักไม่ทราบ!"
"เอยนั่นแหละค่ะที่น่ารัก" ทิวาเสียงอ่อนลง น้ำเสียงที่เคยใช้กวนประสาทเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลชวนใจสั่น "ผู้หญิงคนนั้นคือ 'คุณนิชา' ลูกพี่ลูกน้องทางฝั่งคุณแม่ของพี่เองค่ะ ยัยนี่เพิ่งกลับมาจากอังกฤษแล้วบังเอิญแวะมาหาพี่ที่บริษัทเมื่อเย็นนี้ บอกว่าจะมาเอาของฝากจากคุณแม่ แล้วก็ลากพี่ไปช่วยเลือกของขวัญวันเกิดให้คุณพ่อต่อ... แค่นั้นจริงๆ ค่ะ ไม่มีอะไรในกอไผ่ทั้งสิ้น สบายใจได้หรือยังหคะ คนดี?"
คำอธิบายที่มาพร้อมกับเหตุผลและแววตาจริงใจ ทำเอาเอยที่เตรียมกระสุนคำด่าไว้เป็นกระบุงถึงกับพูดไม่ออก ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มจนต้องรีบเบือนหน้าหนีไปมองกำแพงห้องแทน
*ตายแล้ว... นี่เอยปล่อยไก่ตัวเท่าบ้านเลยเหรอเนี่ย!*
"ใคร... ใครจะไปรู้ล่ะคะ ก็คุณเล่นทำตัวลับๆ ล่อๆ แถมยัยกิ๊ฟก็ชอบปั่นหัวฉันอยู่เรื่อย" เอยพยายามหาข้อแก้ตัวเสียงอ้อมแอ้ม ความดุที่มีเมื่อครู่หดหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเก้อเขินที่พยายามกลบเกลื่อนด้วยการเชิดหน้าขึ้นน้อยๆ
ทิวายิ้มกริ่ม ขยับเข้าไปใกล้ร่างบางอีกนิดจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นไอฝนจางๆ ลอยเข้าแตะจมูก ยิ่งทำให้หัวใจเจ้ากรรมของเอยเต้นโครมครามจนกลัวว่าคนตรงจะได้ยิน
"งั้นแสดงว่า... ที่เอยหัวเสียใส่พี่เมื่อกี้ เพราะเป็นห่วงพี่ใช่ไหมคะ?" ทิวาก้มหน้าลงมาถามกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงทุ้มพร่าชวนให้ใจสั่นสะท้าน
"เปล่าสักหน่อย! อย่ามามโนนะคะคุณวิศวะ!" เอยปฏิเสธเสียงแข็งสวนกลับทันควัน แต่ใบหน้าที่แดงก่ำจนลามไปถึงใบหูนั้นปฏิเสธความจริงไม่ได้เลยสักนิด
ทิวาหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี มือหนายื่นออกไปหมายจะมาดีดหน้าผากมนตามนิสัยชอบแกล้ง แต่ทว่า...
กริ๊งงงง!—
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของเอยแผדเสียงแหลมดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังอบอวลไปด้วยความหวานปนเคอะเขิน ทำเอาทั้งคู่สะดุ้งแยกออกจากกันเล็กน้อย
เอยถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก (ปนเสียดายเล็กน้อยแบบไม่รู้ตัว) รีบเดินจ้ำอ้าวไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏชื่อของ "ยัยกิ๊ฟ" เพื่อนสนิทตัวแสบที่โทรเข้ามาดึกดื่นป่านนี้
"ว่าไงคะยัยกิ๊ฟ ดึกดื่นป่านนี้ไม่หลับไม่นอนหรือไง ถึงได้โทรมาหาฉันเนี่ย" เอยกรอกเสียงใส่โทรศัพท์ด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อยที่เพื่อนรักโทรมาขัดจังหวะ (สำคัญ)
(*แกรรร! เอย! แย่แล้ว!*) เสียงปลายสายหวีดร้องโหยหวนจนเอยต้องดึงโทรศัพท์ออกห่างจากหูแทบไม่ทัน (*แกเห็นข่าวในกรุ๊ปไลน์คณะหรือยัง ผู้ชายคนนั้น... ผู้ชายที่ยืนอยู่กับพี่ทิวาเมื่อเย็นนี้อะ แกจำได้ป่ะ!*)
เอยขมวดคิ้วมุ่นเหลือบมองทิวายืนกอดอกพิงผนังห้องรอฟังอยู่ "จำได้สิ ทำไมล่ะ?"
(*ก็ยัยนิชานั่นน่ะ ลงสตอรี่ไอจีแล้วแท็กพี่ทิวา แถมเขียนแคปชั่นชวนช็อกโลกว่า 'ในที่สุดก็ได้เจอกันสักที พี่ชายสุดที่รัก เตรียมตัวเป็นเจ้าบ่าวได้เลยนะคะงานนี้!' แกกกก! หมายความว่ายังไงวะ พี่ชายเหรอ หรือว่า...*)
ฉับพลัน... โลกทั้งใบของเอยคล้ายหยุดหมุน ข้อมูลที่กิ๊ฟเพิ่งรายงานมาสดๆ ร้อนๆ พุ่งชนเข้ากลางสมองอย่างจัง
*พี่ชายเหรอ? ลูกพี่ลูกน้องทางฝั่งคุณแม่ไม่ใช่เหรอ ทำไมแคปชั่นมันถึงได้ชวนเข้าใจผิดเบอร์นี้!*
เอยหันขวับกลับไปจ้องหน้าทิวาทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจและความโกรธระลอกใหม่ที่พุ่งทะยานขึ้นมาถึงขีดสุด ขณะที่ทิวาซึ่งเพิ่งเห็นหน้าจอโทรศัพท์ผ่านมุมสายตา กลับมีสีหน้าเปลี่ยนสีไปในเสี้ยววินาที—
"เอย... ฟังพี่ก่อน..." ทิวารีบก้าวเข้ามาหาพร้อมกับสีหน้าตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
แต่เอยยกมือขึ้นห้าม ปลายมือสั่นระริกด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโกรธ ทั้งน้อยใจ และสับสนจนแทบตั้งสติไม่ไหว
"พี่ชายเหรอคะ... คุณทิวา?" เอยเอ่ยถามเสียงสั่น รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างน่าใจหาย "ไหนบอกว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องไงคะ... แล้วทำไมยัยน้องสาวคนนั้นถึงได้บอกว่า 'เตรียมตัวเป็นเจ้าบ่าว' ล่ะคะคุณวิศวะ!"
สมุดบันทึกสีน้ำตาล
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมลุ้นและใจฟูไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ <3
พี่ข้างห้องคนนี้... เลิกกวนประสาททีจะได้ไหม•ตอนที่ 26
ตัดสินใจครั้งสุดท้าย
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องคนนี้... เลิกกวนประสาททีจะได้ไหม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!