พี่ข้างห้องคนนี้... เลิกกวนประสาททีจะได้ไหม•ตอนที่ 19

ชุดว่ายน้ำกับสายตาคนหวง

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"บอกแล้วไงคะว่าชุดนี้มันโป๊เกินไป! จะเดินออกไปอวดสายตาชาวบ้านเขาหรือยังไง หันหลังกลับไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้เลยนะคุณเอย!" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดนิดๆ ดังขึ้นทันทีที่ฉันก้าวขาออกจากห้องพักในโรงแรมริมทะเล ทิวายืนกอดอกพิงกำแพงทางเดินด้วยสีหน้าบึ้งตึง ดวงตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของฉันด้วยสายตาที่บอกชัดเจนว่า 'ไม่ผ่านอย่างแรง' ฉันก้มมองชุดเดรสผ้าชีฟองสีขาวพลิ้วไหวที่มีดีเทลผ่าข้างสูงเกือบถึงโคนขาแถมด้านหลังยังเว้าลึกอวดแผ่นหลังเนียน สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังพุ่งปรี๊ดขึ้นมา "นี่! ทิวาคะ! นี่มันทะเลนะคะ ไม่ใช่สวนหลังบ้านคุณ จะให้ฉันใส่ชุดนอนฟลานเนลลายหมีแพนด้าเดินชายหาดหรือไง ชุดนี้เพื่อนฉันเป็นคนเลือกให้ ตั้งแพงแถมสวยจะตาย ทำไมฉันจะต้องเปลี่ยนด้วย!" ฉันเท้าสะเอวเถียงกลับเสียงแข็ง พยายามเชิดหน้าสู้สายดุดันคู่นั้นทั้งที่ข้างในแอบหวั่นไหวกับรัศมีคุกคามแปลกๆ ที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ตรงหน้า "สวยน่ะสวย..." ทิวาพึมพำเบาๆ แต่ดวงตาคมวาววับขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนที่เขาจะสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวฉันอย่างรวดเร็ว จนฉันต้องผถายหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ "ทะ...ทำอะไรของคุณ ถอยไปเลยนะ" ฉันยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาไว้ แต่มือซนๆ ของเขากลับไวกว่า คว้าผ้าคลุมไหล่ผืนบางบนเตียงมาคลุมทับไหล่ฉันอย่างไร้ความปรานีแถมยังผูกปมที่คอซะแน่นหนาจนแทบจะกลายเป็นห่อหมกเคลื่อนที่ "สวยเกินไปจนไม่อยากให้ใครมองต่างหาก" เขาโน้มใบหน้าลงมากระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มพร่าใกล้ชิดจนลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดต้นคอ ทำให้หัวใจเจ้ากรรมเต้นรำไปจังหวะซุมบ้าซะอย่างนั้น "ขาสวยๆ ผิวขาวๆ แบบนี้... ผมอยากเก็บไว้ดูคนเดียวเข้าใจไหมครับ?" ให้ตายเถอะ! ผู้ชายคนนี้... ปากคෝร้าย กวนประสาท เป็นเจ้าเข้าเจ้าของที่สุดในสามโลก แต่ทำไมคำพูดเอาแต่ใจพวกนั้นถึงทำให้หน้าร้อนผ่าวจนต้องเมินหน้าหนีล่ะคะเนี่ย! "ใครเป็นของคุณกันคะ พูดจาเพ้อเจ้ออะไรเนี่ย ถอยไปเลยนะ ฉันจะไปสมทบกับยัยกิ๊ฟที่ล็อบบี้แล้ว!" ฉันผลอกอกเขาเต็มแรงแล้วทำท่าจะเดินหนี แต่มีหรือที่คนขายขายาวอย่างเขาจะยอมปล่อย "เดี๋ยวสิครับ จะรีบไปไหน..." เสียงแจ้งเตือนไลน์เด้งขึ้นขัดจังหวะพอดี ทิวายกโทรศัพท์ขึ้นมาดูแวบหนึ่ง มุมปากหยักยกยิ้มเจ้าเล่ห์ทันที "เพื่อนรักของคุณอย่างยัยกิ๊ฟส่งข่าวมาบอกว่า... พวกเขาย้ายไปนั่งกินค็อกเทลกันที่บาร์ลับชายหาดนู่นแล้ว และที่สำคัญ... นั่งโต๊ะละสองคนพอดีเป๊ะ" ฉันหรี่ตามองเขาอย่างไม่ไว้วางใจ "หมายความว่ายังไงคะ?" "ก็หมายความว่า... แผนการของแม่กามเทพตัวแสบสำเร็จไปอีกขั้นแล้วไงครับ" ทิวาหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเอื้อมมือมาคว้ามือฉันมากุมไว้แน่น นิ้วเรียวสอดประสานเข้ากับอุ้งมือฉันอย่างถือวิสาสะ "ไปเถอะครับคุณบัญชีขี้โวยวาย ถึงเวลาไปเคลียร์คิวหัวใจกับผมยาวๆ ทั้งคืนแล้วล่ะ" บรรยากาศยามเย็นริมชายหาดช่างเป็นใจ แสงสีส้มอมชมพูของดวงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าสะท้อนผิวน้ำระยิบระยับ เสียงคลื่นซัดสาดกระทบฝั่งเบาๆ เคล้าคลอด้วยเสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ จากบาร์ริมหาด แต่นั่นไม่ได้ทำให้ฉันมีสมาธิเสพความโรแมนติกเลยสักนิด เมื่อคนข้างกายเอาแต่ส่งสายตาหวานเชื่อมปนหวงแหนมาให้ตลอดทางเดิน เรามาถึงโต๊ะทรงกลมมุมอับสายตาที่ประดับด้วยไฟแฟรี่ดวงเล็กระยิบระยับ ไร้เงายัยกิ๊ฟและแฟนหนุ่มของเธอตามคาด มีเพียงแก้วค็อกเทลสองแก้ววางรออยู่ก่อนแล้ว "ยัยกิ๊ฟแก... หนีไปไหนแล้วเนี่ย!" ฉันแกล้งโวยวายกลบเกลื่อนความประหม่า ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หวายตัวนุ่ม แต่ทิวากลับเลือกนั่งเก้าอี้ตัวที่ติดกันจนชิด ชนิดที่ว่าไหล่แทบจะเกยกัน "เขาก็คงรู้แหละครับว่าก้างชิ้นโตอย่างเราสองคนควรเคลียร์พื้นที่ให้เป็นส่วนตัวสักที" ทิวายกแก้วค็อกเทลขึ้นจิบ สายตาคมกริบยังคงจดจ้องมาที่ใบหน้าฉันไม่วางตา "จริงไหมล่ะครับคุณเอย... ที่ผ่านมาเราอ้อมค้อมกันมาตั้งสิบเก้าตอนแล้วนะ" ฉันสำลักน้ำลายตัวเองเบาๆ "อะ...อะไรของคุณเนี่ย ใครอ้อมค้อมกัน!" "ก็คุณนั่นแหละครับ ปากแข็ง ใจแข็ง แถมยังชอบทำเป็นดุเวลาผมหยอด..." ทิวาวางแก้วลงบนโต๊ะ ช้อนสายตาขึ้นมองด้วยแววתیจริงจังจนหัวใจฉันกระตุกวูบ รอยยิ้มกวนประสาทหายไป เหลือเพียงความนุ่มลึกและจริงใจที่ทำให้คนมองหายใจไม่ทั่วท้อง "รู้ไหม... ตอนที่เห็นคุณใส่ชุดนี้เดินออกมา หัวใจผมเกือบวาย ไม่ใช่เพราะมันโป๊... แต่เพราะมันสวยจนผมกลัวว่าจะมีใครมารู้สึกตัวว่าคุณน่ารักขนาดไหนแล้วแย่งคุณไปจากผม" สมองฉันขาวโพลนไปหมด คำพูดโต้เถียงที่เตรียมไว้เป็นร้อยแปดพันเก้าหายวับไปกับสายลมทะเล ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความทำอะไรไม่ถูก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหินเมื่อปลายนิ้วอุ่นๆ ของเขาเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่ปลิวมาบดบังใบหน้าออกให้อย่างอ่อนโยน "ทิวา..." ฉันกระซิบชื่อเขาแผ่วเบา ราวกับเสียงกระซิบนั้นจะละลายหายไปกับเสียงคลื่น "ผมไม่ได้ล้อเล่นนะครับเอย..." เขยิบเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นไอทะเลลอยเข้าจมูก "เลิกกวนประสาทเลิกแกล้งคุณก็ได้... แต่เปลี่ยนสถานะจากพี่ข้างห้องมาเป็น... แฟนกันจริงๆ สักทีเถอะนะ" จังหวะนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่คว่ำอยู่บนโต๊ะของทิวาสว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนไลน์จากกลุ่มเพื่อนที่เด้งรัวเป็นชุด เผยให้เห็นประโยคคำถามแซวเล่นจากยัยกิ๊ฟที่โผล่ขึ้นมาบนหน้าจออย่างพอดิบพอดี— *[กิ๊ฟ]: "แกรรร ขอคบกันยังวะ หรือว่าโดนยัยเอยด่ากลับมาอีกรอบ ส่งเสียงรายงานสถานการณ์ด่วน!"* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่เดินทางร่วมหัวจมท้ายกับความรักป่วนๆ ของตาพี่ทิวาและยัยน้องเอยมาจนถึงตอนนี้ รักนะคะ! ❤️
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องคนนี้... เลิกกวนประสาททีจะได้ไหม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%