เสียงกุกกักบริเวณระเบียงห้องพักฝั่งตรงข้ามดังขึ้นเป็นจังหวะที่สามแล้วค่ะ และไอ้ความอยากรู้อยากเห็นบวกกับความหงุดหงิดส่วนตัวก็ทำให้เอยต้องยอมวางปากกาเน้นข้อความในสมุดบัญชีเล่มโตลงอย่างจำยอม
ร่างบางในชุดนอนเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์กับกางเกงขาสั้นเดินกระแทกส้นเท้าไปยังประตูระเบียง ก่อนจะกระชากผ้าม่านออกด้วยแรงอารมณ์เต็มพิกัด—ทว่าภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับไม่ใช่ขโมยหรือแมวจรจัดอย่างที่สมองจินตนาการไว้
ทิวากำลังยืนกอดอกพิงระเบียงห้องของเขาเอง สายตาคมกริบภายใต้แสงไฟสลัวจากตัวตึกมองตรงมาที่เอยพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่เห็นทีไรก็ชวนให้เส้นเลือดในขมับเต้นตุบ ๆ ทุกที
"ยัยเตี้ย หน้าบูดเป็นตูดเป็ดอีกแล้วนะเรา ประจำเดือนใกล้มาหรือว่าคิดถึงพี่จนนอนไม่หลับกันแน่"
น้ำเสียงกวนประสาทที่ลอยข้ามกำแพงกั้นระเบียงมานั้นทำเอาเอยสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อระงับสติอารมณ์ มือเรียวเล็กยกขึ้นชี้หน้าอีกฝ่ายทันทีโดยไม่ต้องคิด
"ใครคิดถึงคุณฟะ! แล้วนี่ดึกดื่นป่านนี้ทำไมยังไม่หลับไม่นอน มากวนประสาทคนอื่นอยู่ได้ ถ้ารบกวนเวลานอนของฉันอีกรอบ ฉันจะเอาไม้กวาดตีหัวคุณจริง ๆ ด้วย!" เอยแหวใส่เสียงดังลั่นตามสไตล์คนขี้โวยวายที่มักจะสติหลุดทุกครั้งที่เจอหน้าผู้ชายคนนี้
"โหดชะမัท..." ทิวายิ้มขำกับท่าทางพองขนเหมือนแมวถูกเหยียบหางของคนตรงหน้า ก่อนที่เขาจะผละออกจากราวระเบียงแล้วทำท่าทางลับๆ ล่อๆ "ขึ้นดาดฟ้ากัน"
"ฮะ? ดาดฟ้าอะไร บ้าหรือเปล่า ดึกป่านนี้แล้ว ง่วง!"
"ขึ้นมาเหอะน่า มีอะไรจะให้ดู... ถ้าไม่มาคืนนี้ ระวังจะเสียใจไปตลอดชีวิตนะยัยบัญชี" ประโยคหลังท and ลากเสียงยาวอย่างมีเลศนัย ก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะเดินหายลับขึ้นไปยังบันไดหนีไฟเชื่อมสู่ดาดฟ้าของคอนโดอย่างไร้ร่องรอย
ให้ตายเถอะ... ถึงปากจะบอกว่าไม่อยากสนใจ แต่ข้อความแชต์สั้น ๆ ที่ส่งมากวนใจก่อนหน้านี้ —*(ปล. พี่จองตัวเป็นแฟนเราแล้วนะ เอย)*— มันก็ยังวนเวียนอยู่ในหัวจนเอยนอนไม่หลับอยู่ดี สุดท้ายเอยจึงต้องคว้าเสื้อกันหนาวตัวเก่งมาสวมทับ แล้วเดินบ่นพึมพำตามขึ้นไปบนดาดฟ้าด้วยความจำยอม
ลมเย็นยามค่ำคืนปะทะเข้ากับใบหน้าทันทีที่เปิดประตูเหล็กออกไป บรรยากาศบนดาดฟ้าโล่งกว้างไร้ผู้คน มีเพียงแสงไฟจากตึกรามบ้านช่องระยิบระยับแข่งกับดวงดาวนับร้อยบนท้องฟ้าสีนิล ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาเอยกลับไม่ใช่ทัศนียภาพรอบตัว แต่เป็นร่างสูงของทิวากำลังยืนรออยู่ตรงขอบปูน พร้อมกับกระป๋องเบียร์สองกระป๋องในมือ
"นึกว่าจะใจแข็งไม่ยอมขึ้นมาซะอีก" ทิวาหันมามองพร้อมกับโยนกระป๋องเบียร์เย็นเฉียบมาให้ เอยรับไว้ได้แบบเฉียดฉิว ก่อนจะส่งค้อนวงใหญ่ไปให้หนึ่งที
"มีอะไรก็ว่ามา ดึกมากแล้วนะทิวา ฉันง่วง" เอยกอดอกพิงรั้วกั้นเว้นระยะห่างจากเขาพอสมควร ดวงตากลมโตมองเหม่อขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อหลบสายตาคมคู่นั้นที่มักจะมีแรงดึงดูดประหลาด
"มองดาวสิ... สวยดีนะ" ทิวาเอ่ยเบา ๆ น้ำเสียงไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่กลับมีความนุ่มนวลเจืออยู่จนเอยแอบชะงัก
"ก็... สวยดี" เอยพึมพำตอบรับตามมารยาท
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมพัดผ่านเบา ๆ และเสียงกระป๋องเบียร์ที่กระทบกันเบา ๆ ตอนที่ทิวายกขึ้นจิบ เอยลอบมองเสี้ยวหน้าของคนข้าง ๆ ที่ถูกแสงจันทร์อาบไล้จนดูคมคายขึ้นเป็นกอง ผู้ชายคนนี้เวลานิ่ง ๆ แล้วก็ดูอันตรายต่อหัวใจไม่เบาเหมือนกันแฮะ... เผลอคิดอะไรบ้า ๆ อีกแล้วเรา! เอยรีบสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกจากสมอง
"นี่..." อยู่ ๆ ทิวาก็พูดขึ้นทำลายความเงียบ โดยที่สายตายังคงมองตรงไปข้างหน้า "เคยคิดไหมว่า ถ้าวันหนึ่งเราจะมีแฟน... เราจะชอบคนแบบไหน"
คำถามเรียบง่ายแต่น้ำเสียงกลับจริงจังจนเอยต้องหันขวับไปมอง หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นผิดจังหวะขึ้นมาดื้อ ๆ
"ทำไมอยู่ ๆ ถึงถามเรื่องนี้ขึ้นมาล่ะ" เอยถามกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับให้ราบเรียบที่สุด กลบเกลื่อนความรวนเรข้างใน
"ก็แค่อยากรู้... เผื่อว่าคน ๆ นั้นจะอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด" ทิวาหันกลับมาสบตา เปลือกตาคมกริบกะพริบช้า ๆ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มกวนประสาทเหมือนเคย เป็นรอยยิ้มที่ทำเอาเอยรู้สึกร้อนผ่าวที่พวงแก้มขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
"คุณนี่มัน... ชอบพูดอะไรกำกวมอยู่เรื่อย" เอยหลบสายตา ทำทีเป็นยกกระป๋องเบียร์ขึ้นจิบแก้เก้อ ทั้งที่ในใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก "ถ้าฉันจะมีแฟน... อย่างน้อยก็ต้องไม่ใช่คนปากร้าย ชอบแกล้ง แล้วก็กวนประสาทแบบคุณก็แล้วกัน!"
ทิวาหัวנסเราะในลำคอเบา ๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าอยู่ในความเงียบ เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเข้ามาอีกนิด จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนไปกับกลิ่นลมหนาวลอยเข้ามาชิดจมูก เอยก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติจนแผ่นหลังชนเข้ากับรั้วกั้นดาดฟ้า
ไม่มีทางหนีแล้ว...
ทิวายื่นมือข้างหนึ่งมาท้าวกับขอบปูนกั้นด้านหลังของเอย กักตัวเธอไว้ในพื้นที่แคบ ๆ ระหว่างเขากับวิวเมืองยามค่ำคืน สายตาคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ใบหน้าของเธอราวกับกำลังอ่านหนังสือเล่มโปรด
"ปากแข็งชะမัท..." ทิวาก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนุ่มทุ้มจนขนลุกซู่ "แต่รู้ไหม... ว่าคนปากแข็งแบบเอยเนี่ยแหละ ที่เวลาเขินแล้วน่ารักเป็นบ้าเลย"
"ทิวา!" เอยหน้าแดงแจ๋ ดันอกอีกฝ่ายให้ออกห่างด้วยความเขินอายปนหมั่นไส้ "ใครเขินคุณ อย่ามามั่วซะให้ยาก ถอยไปเลยนะ!"
"ไม่ถอย..." ทิวากลับยิ่งขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ใกล้แค่เอื้อม แววตาคมคายฉายความจริงจังที่หาดูได้ยากจนเอยไม่กล้าสบตาตรง ๆ
"ถ้าไม่ชอบคนกวนประสาท... งั้นเปลี่ยนมาชอบคนที่คลั่งรักเธออยู่คนเดียวแทน ดีไหมล่ะ"
คำพูดนั้นทิ้งน้ำหนักลงกลางใจเอยจนทุกอย่างรอบตัวคล้ายจะหยุดนิ่ง สมองประมวลผลไม่ทันกับจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวของคนตรงหน้า ร่างบางแข็งค้าง ปากอ้าพะงาบ ๆ จะเถียงกลับแต่ก็หาคำพูดไม่เจอ
ในจังหวะที่หัวใจกำลังเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ทิวากลับยกสมาร์ทโฟนของตัวเองขึ้นมาหน้าจอเอย พร้อมกับเปิดหน้าแชทค้างไว้ให้ดู—ข้อความล่าสุดที่พิมพ์ค้างไว้และยังไม่ได้กดส่ง ทำเอาเอยเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด
*(ถ้าคืนนี้พูดยังไม่เคลียร์... พรุ่งนี้เช้าเตรียมตัวเป็นแฟนพี่ได้เลยนะ เอย)*
ทิวายิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะใช้นิ้วเรียวกดปุ่มส่งข้อความนั้นต่อหน้าต่อตาเอยโดยไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกันหนาวของเอยก็ดังขึ้นพร้อมกัน...
ขอบพระคุณที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกดีๆ ใน "สมุดบันทึกสีน้ำตาล" นะคะ
พี่ข้างห้องคนนี้... เลิกกวนประสาททีจะได้ไหม•ตอนที่ 13
คืนที่ดาวสวยกับคำถามกำกวม
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องคนนี้... เลิกกวนประสาททีจะได้ไหม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!