"ไอ้คนนิสัยเสีย! จะกดส่งทำไมล่ะเนี่ย รู้ไหมว่ามันน่าอายแค่ไหน!"
ฉันแว้ดใส่ทิวาทันทีที่เสียงแจ้งเตือนข้อความเงียบลง หัวใจฉันเต้นรัวเหมือนกลองชุดจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ทิวายืนพิงขอบประตูห้องของเขาด้วยท่าทางสบายอารมณ์ เขายกมือขึ้นกอดอก สายตาคู่คมที่มักจะวาวโรจน์ด้วยความขี้เล่นบัดนี้กลับดูเจ้าเล่ห์เป็นพิเศษ
"ก็เห็นเอยยืนนิ่งอยู่นาน นึกว่าอยากให้ช่วย... ช่วยให้คนอื่นเขารู้ความในใจไง" เขาตอบหน้าตาย พลางขยับเข้ามาใกล้จนฉันต้องถอยกรูดไปชนกับประตูห้องตัวเอง
"ใครจะไปอยากให้รู้! นายมันก็แบบนี้ตลอด ชอบแกล้งกันสนุกอยู่ได้ สนุกมากไหมล่ะ?" ฉันเถียงคอเป็นเอ็น มือก็พยายามกดลบแชตเจ้ากรรมนั่นให้เร็วที่สุด แต่ยังไม่ทันจะทำสำเร็จ เสียงลิฟต์ที่อยู่ไม่ไกลก็ดัง 'ติ๊ง' พร้อมกับการปรากฏตัวของใครบางคน
"พี่ทิวาคะ!"
เสียงใสแจ๋วที่ฟังดูคุ้นหูทำให้ฉันชะงัก รุ่นน้องคณะวิศวะที่เคยเห็นเดินตามต้อยๆ อยู่บ่อยครั้งกำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งตรงมาที่หน้าห้องเรา ในมือของเธอถือถุงขนมหวานกล่องโตด้วยท่าทางตื่นเต้น
"น้องพลอย?" ทิวาเลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจ แต่ก็ยังไม่ยอมขยับห่างจากรัศมีของฉันไปไหน "มีอะไรหรือเปล่าครับ ถึงได้บุกมาถึงหน้าห้องพี่แบบนี้?"
"พลอยทำมูสเค้กมาฝากค่ะ เห็นพี่ทิวาบ่นว่าช่วงนี้โปรเจกต์หนัก พลอยเลยอยากให้พี่ทานของหวานจะได้หายเหนื่อย..." น้องพลอยพูดพลางส่งยิ้มหวานหยดเยิ้มให้ทิวา โดยไม่ได้มองเลยว่ามี 'ใคร' อีกคนยืนขวางทางอยู่ตรงนี้
ฉันยืนกำมือแน่น ความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูกตีตื้นขึ้นมาในอก มันไม่ใช่แค่ความรำคาญ แต่มันคือความรู้สึก 'หวง' แบบที่ฉันเองก็ไม่ค่อยอยากจะยอมรับกับตัวเองเท่าไหร่นัก
"แหม... ดูสนิทกันดีจังนะคะ" ฉันโพล่งออกไปโดยไม่ทันยั้งคิด เสียงของฉันแหลมปรื๋อจนตัวเองยังตกใจ ทิวาหันขวับมามองฉันทันที แววตาของเขาเปลี่ยนจากความขี้เล่นเป็นความสงสัยระคนเอ็นดู
"เอย ว่าไงนะ?" ทิวาถามย้ำ แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน
"เปล่าค่ะ! ก็แค่จะบอกว่า... ถ้าจะจีบกันก็ช่วยไปจีบไกลๆ หน้าห้องเอยหน่อยนะคะ พอดีเอยแพ้กลิ่นน้ำหอมฉุนๆ ของคนบางคนน่ะค่ะ รู้สึกเวียนหัว!" ฉันพูดประชดประชันแล้วเชิดหน้าใส่ ก่อนจะคว้าลูกบิดประตูเตรียมจะปิดหนี แต่ทิวากลับไวกว่า เขาเอื้อมมือมาคว้าขอบประตูไว้แน่น
"เอย" เสียงของเขาดุดันขึ้นเล็กน้อย แต่มือที่ถือกล่องเค้กของน้องพลอยถูกเขาส่งคืนให้เจ้าตัวอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด "ขอโทษนะน้องพลอย พอดีพี่มีธุระด่วนกับ... เพื่อนข้างห้องคนนี้หน่อย ไว้คราวหน้าค่อยเจอกันนะ"
น้องพลอยทำหน้าเหวอ ก่อนจะส่งสายตาไม่พอใจมาที่ฉันแล้วเดินกระทืบเท้ากลับไปที่ลิฟต์ ทันทีที่ความเงียบเข้าปกคลุม ทิวาก็เบียดตัวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของฉันอย่างถือวิสาสะ
"หึงเหรอ?" เขาถามตรงๆ ลมหายใจร้อนผ่าวรดอยู่ที่ข้างแก้ม
"เพ้อเจ้อ! ใครจะไปหึงนาย ไม่ได้สำคัญขนาดนั้นสักหน่อย" ฉันเถียงเสียงแข็ง พยายามเบี่ยงตัวหนี แต่เขากลับใช้มือทั้งสองข้างยันผนังขนาบข้างตัวฉันไว้ กลายเป็นว่าตอนนี้ฉันถูกเขากักตัวไว้ในวงแขนอย่างสมบูรณ์
"ปากแข็งจังนะแม่คุณ" ทิวาโน้มใบหน้าลงมาจนจมูกเราแทบจะชนกัน กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเขาทำให้ฉันใจสั่นจนพูดไม่ออก "แต่เมื่อกี้ตอนบอกว่า 'เพื่อนข้างห้อง' เสียงเอยดูประชดได้ใจมากเลยนะรู้ตัวไหม... แล้วไอ้ที่บอกว่าแพ้กลิ่นน้ำหอมน่ะ จริงหรือว่าแค่หาเรื่องไล่คนอื่นเพราะหวงพี่กันแน่ หืม?"
"บอกว่าไม่ไง! เลิกหลงตัวเองสักทีไอ้บ้าทิวา!" ฉันก้มหน้าหนีสายตาที่จ้องมองมาอย่างทะลุปรุโปร่ง
ทิวาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูมีความสุขเสียเหลือเกิน ก่อนที่เขาจะกระซิบคำถามที่ทำให้หัวใจฉันแทบหยุดเต้น
"ถ้าไม่ได้หึง... งั้นเรามาพิสูจน์กันไหมว่าถ้าพี่จูบเอยตอนนี้ เอยจะยังทำเป็น 'เพื่อนข้างห้อง' อยู่หรือเปล่า?"
เขายื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนฉันรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขา วินาทีที่ริมฝีปากเขาเกือบจะแตะสัมผัสผิวแก้ม ฉันเผลอหลับตาปี๋ด้วยความประหม่า แต่ในจังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของทิวาก็ดังขึ้นขัดจังหวะ—ไม่ใช่เสียงเรียกเข้าปกติ แต่เป็นเสียงแจ้งเตือนข้อความจาก 'แม่' ที่เด้งขึ้นหน้าจอโชว์หราว่า...
'ทิวา... วันนี้แม่จะเข้าไปหาที่คอนโดนะ พ่อกับแม่มีเรื่องสำคัญจะคุยเรื่องคู่หมั้นของลูก'
ขอบคุณที่ติดตามอ่านความวุ่นวายของเอยและทิวาในตอนนี้นะคะ หวังว่าจะทำให้รี้ดเดอร์ยิ้มไปกับความหึงหวงที่น่ารักของทั้งคู่ได้ค่ะ!
พี่ข้างห้องคนนี้... เลิกกวนประสาททีจะได้ไหม•ตอนที่ 14
หึงจนหน้ามืด
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องคนนี้... เลิกกวนประสาททีจะได้ไหม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!