พี่ข้างห้องคนนี้... เลิกกวนประสาททีจะได้ไหม•ตอนที่ 15

ทะเลาะกันครั้งแรก

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานสั่นครืดคราดติดต่อกันเป็นครั้งที่สี่ แต่เอยเลือกที่จะคว่ำหน้ามันลงอย่างไร้เยื่อใย หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหงุดหงิดปนความหวาดหวั่นที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าบึ้งตึง ปมปัญหาเรื่อง "คู่หมั้น" ที่แม่ของทิวาส่งข้อความมาประกาศิตไว้เมื่อตอนบ่ายยังคงคา and ค้างคาอยู่ในอก แถมพ่อตัวดีฝั่งห้องตรงข้ามก็เอาแต่ส่งข้อความมากวนประสาทไม่เลิกรา จนเธอระเบิดอารมณ์ใส่ไปชุดใหญ่ และนั่น... คือจุดเริ่มต้นของความเงียบงันที่น่าอึดอัดที่สุดในรอบเดือน ไม่มีเสียงเคาะประตูห้อง ไม่มีสติกเกอร์กวนๆ เด้งขึ้นมาในแชท และไม่มีแม้แต่เงาของหนุ่มวิศวะปากเสียที่มักจะหาเรื่องมาวุ่นวายในชีวิตเธอทุกวัน "ฮึ่ย! คิดว่าแค่นี้เอยจะง้อเหรอ ฝันไปเถอะ!" เอยบ่นพึมพำกับตัวเองขณะสะบัดหน้าใส่จอคอมพิวเตอร์ในห้องทำงาน ทั้งที่สมาธิในการตรวจสอบงบดุลบัญชีหลุดลอยไปถึงดาวอังคารตั้งแต่เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วแล้วค่ะ ในขณะเดียวกัน ที่ห้องพักฝั่งตรงข้าม บรรยากาศก็ไม่ได้ต่างกันสักเท่าไหร่ ทิวากำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาตัวโปรด สายตาคมกริบมองหน้าจอแชทที่ค้างบทสนทนาสีแดงก่ำจากการปะทะคารม นิ้วเรียวกาะเคาะโต๊ะกระจกเบาๆ อย่างใช้ความคิด ปกติแล้วเขาไม่ใช่คนงี่เง่าและพร้อมจะเป็นฝ่ายง้อสาวเจ้าก่อนเสมอ แต่ครั้งนี้มันมีเรื่องของครอบครัวเข้ามาเกี่ยวข้อง เรื่องที่เขาเองก็ยังอึดอัดและไม่อยากให้เอยต้องมารับรู้ความกดดันบ้าๆ นั่นโดยไม่จำเป็น การเลือกที่จะถอยออกมาตั้งหลักชั่วคราว จึงกลายเป็นทางออกที่โง่เง่าที่สุดในสายตาของเขาในตอนนี้ *ก๊อกๆๆ* เสียงเคาะประตูดังขึ้นกะทันหัน ทิวาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ปกติเวลาแบบนี้ถ้าไม่ใช่กิ๊ฟเพื่อนสนิทตัวแสบของเอย ก็คงไม่มีใครกล้ามาบุกห้องเขาดึกดื่นป่านนี้ ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่ทว่า... บุคคลที่ยืนอยู่หลังบานประตู กลับทำให้รอยยิ้มมุมปากของเขาหายวับไปทันที "สวัสดีจ่ะ ทิวา... ไม่ได้เจอกันนานเลยนะลูก" ผู้หญิงวัยกลางคนในชุดสูทเรียบหรู ใบหน้าละม้ายคล้ายกับใครบางคนที่คุ้นเคยกำลังยืนยันตัวตนอยู่หน้าห้องของเขา และนั่นคือชนวนเหตุที่ทำให้โลกทั้งใบของทิวาราวกับหยุดหมุนไปชั่วขณะ ตัดภาพกลับมาที่ฝั่งของเอย หลังจากทนฝืนนั่งเคลียร์เอกสารจนดึก เธอก็ตัดสินใจเดินออกไปหยิบนํ้าดื่มในครัว ทว่าสายตากลับเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มของคนสองคนยืนคุยกันอยู่หน้าห้องของทิวาผ่านช่องตาแมว ด้วยความสอดรู้สอดเห็นตามประสาคนขี้โวยวาย เอยจึงแง้มประตูห้องตัวเองออกน้อย1เพื่อแอบดูสถานการณ์ ภาพที่เห็นทำให้ลมหายใจของเอยสะดุดกึก ผู้หญิงท่าทางภูมิฐานคนนั้นกำลังส่งยิ้มให้ทิวาอย่างอ่อนโยน พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ดังลอดเข้ามาในโสตประสาทของเธออย่างชัดเจน "แม่จัดการคุยกับผู้ใหญ่ฝั่งนั้นเรียบร้อยแล้วนะ เรื่องงานหมั้นระหว่างลูกกับน้องพริม... เดือนหน้าจัดงานได้เลย" เพล้ง! ราวกับมีแก้วใบใหญ่ตกลงมาแตกกระจายในอกของเอย ข้อมูลบัญชีตัวเลขมหาศาลที่เคยอัดแน่นอยู่ในหัวมลายหายสิ้น เหลือเพียงความชาหนึบที่วิ่งพล่านไปทั่วปลายนิ้วมือ หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เธอเองก็ไม่อยากยอมรับ—ความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาดื้อๆ คู่หมั้น? น้องพริมอะไรนั่นคือใคร? แล้วที่ผ่านมาผู้ชายคนนั้นทำท่าทางหยอกล้อและเข้ามาวนเวียนในชีวิตเธอ มันคืออะไรกันแน่? เอยเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด น้ำובהรื้นขึ้นมาคล้องหน่วยตาด้วยความโกรธและน้อยใจที่ตีรวนเข้ามาพร้อมกัน มือบางกำโทรศัพท์มือถือในมือแน่นจนสั่นเทา นิ้วเรียวกดเข้าไปในแชทของทิวาทันทีโดยไม่ทันยับยั้งชั่งใจ [เอย]: คนโกหก! นายมีคู่หมั้นอยู่แล้วทำไมไม่บอก! สนุกมากเหรอที่เห็นฉันเป็นตัวตลกคอยวิ่งตามเกมบ้าๆ ของนายอะทิวา! เธอพิมพ์ข้อความยาวเหยียดด้วยความโมโหระคนตัดพ้อ แล้วกดส่งออกไปในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ทว่า... ทันทีที่ข้อความขึ้นสถานะ "Read" ฝั่งตรงข้าม ทิวาที่ยืนอยู่หน้าห้องของตัวเองก็หันขวับมาทางประตูห้องเธอทันที ดวงตาคมคู่นั้นเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อสบเข้ากับสายตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาของเอยที่แง้มประตูมองอยู่ ทิวาอ้าปากค้าง ทำท่าจะก้าวเท้าเดินมาหาเธอ แต่ผู้เป็นแม่กลับคว้าแขนเขาไว้พร้อมกับเอ่ยเสียงเรียบ "จะไปไหนทิวา เข้ามาคุยกันข้างในก่อน แม่ยังพูดไม่จบ" ชายหนุ่มชะงัก เหลียวซ้ายแลขวาด้วยความร้อนรนราวกับคนสติหลุด เขาทำท่าจะสะบัดมือแม่ออก แต่เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือของเอยก็ดังขึ้นตัดหน้าความเงียบงันทั้งหมด เอยก้มลงมองหน้าจอด้วยหัวใจที่หล่นไปตาตุ่ม เมื่อข้อความล่าสุดจากทิวาเด้งขึ้นมาปรากฏตรงหน้า [ทิวา]: เอย... ฟังผมก่อน! ยัยพริมอะไรนั่นผมไม่ได้อยากหมั้นด้วย คนที่ผมจะแต่งงานด้วยมีแค่... ข้อความถูกตัดจบลงแค่นั้น พร้อมกับสถานะ "Typing..." ที่กระพริบถี่รัวราวกับเจ้าตัวกำลังสติแตกและพยายามพิมพ์แก้ข้อความยกใหญ่ แต่ทว่า... ในวินาทีที่เอยกำลังรอคอยคำตอบที่จะตัดสินความรู้สึกของพวกเขาทั้งคู่ จู่ๆ เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยของใครอีกคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง พร้อมกับมือปริศนาที่เอื้อมมาแตะไหล่เธอเบาๆ จนเอยสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ "อ้าว... น้องเอย ยังไม่นอนเหรอครับ พอดีพี่ซื้อขนมมาฝาก... เอ๊ะ หน้าตาดูเครียดๆ มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่าครับเนี่ย?" * * * ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วมาลุ้นไปพร้อมกันในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องคนนี้... เลิกกวนประสาททีจะได้ไหม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%