เสียงกุกกักที่เคยดังลอดผ่านผนังห้องในทุกๆ สามทุ่มตรง... หายไปอย่างไร้ร่องรอยเป็นคืนที่สามติดต่อกันแล้วค่ะ
เอยนั่งขัดสมาธิอยู่บนพรมปูพื้นห้องนั่งเล่น สายตาจดจ้องอยู่กับหน้าจอโน้ตบุ๊กที่มีตารางงบดุลบริษัทเรียงรายละลานตา แต่นิ้วเรียวกลับหยุดชะงักอยู่ที่ปุ่ม Enter ไม่ยอมขยับไปไหน สมองที่ควรจะคิดเรื่องตัวเลขขาดเกิน กลับถูกรบกวนด้วยความเงียบงันที่น่าหงุดหงิดจนเกินทน
ปกติแล้ว เวลานี้ทิวาต้องส่งเสียงโครมครามทำของตก ไม่ก็เดินมาเคาะประตูห้องเพื่อยืมของไร้สาระ อย่างเช่น... น้ำปลาครึ่งช้อนโต๊ะ ทิชชูเปียกยี่ห้อโปรด หรือแม้กระทั่งคำถามปัญญาอ่อนอย่าง *"น้องเอยครับ แมงมุมห้องพี่มีขาเจ็ดข้าง มันปกติไหมอะ"* ให้เธอได้เปิดประตูออกไปด่าด้วยความหมั่นไส้สักยก
แต่นี่... เงียบกริบ เงียบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงานชัดเจนเกินไป
"หายหัวไปไหนของเขานะ..." เอยพึมพำกับตัวเองเบาๆ ริมฝีปากบางเบะคว่ำลงด้วยความขัดใจ มือเรียวคว้าโทรศัพท์มือถือเจ้ากรรมขึ้นมาเปิดหน้าจอเช็กแอปพลิเคชันแชตเป็นรอบที่สิบล้านของวัน
ไม่มีข้อความแจ้งเตือน ไม่มีแม้แต่สติกเกอร์หน้ากวนๆ ที่ส่งมาป่วนประสาท
ให้ตายเถอะ! นี่เธอกำลังรอให้ผู้ชายปากร้ายคนนั้นมาแกล้งอยู่หรือไงกัน ยัยเอย ตั้งสติหน่อยสิ! เขาหายไปก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอยะ จะได้ไม่ต้องมาคอยปวดหัวกับมุกแป้กๆ ของเขาน่ะ!
แต่ทว่า... ความคิดในหัวกับความรู้สึกในใจนี่มันช่างสวนทางกันเหลือเกินค่ะ พอนึกถึงรอยยิ้มมุมปากกับสายตากรุ้มกริมเวลาที่เขาแกล้งจนเธอหน้าดำหน้าแดง หัวใจเจ้ากรรมก็ดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาดื้อๆ ซะงั้น
ความเงียบเหงามันเริ่มกัดกินพื้นที่ในอกทีละนิด ทีละนิด จนเอยทนไม่ไหวอีกต่อไป
นิ้วเรียวกดเข้าห้องแชตสีเขียวที่ปักหมุดชื่อของคนข้างห้องเอาไว้โดยอัตโนมัติ โดยที่สมองยังไม่ทันได้ประมวลผลด้วยซ้ำว่าเธียรกำลังทำเรื่องที่เสียฟอร์มที่สุดในรอบปีอยู่!
**เอย:** ทำบ้าอะไรอยู่ (21:15 น.)
ส่งไปแล้ว! กดยกเลิกไม่ทันแล้วค่ะ!
เอยแทบอยากจะเอาหัวโขกกับขอบโต๊ะทำงานให้รู้แล้วรู้รอด นี่เธอเป็นฝ่ายทักไปหาก่อนเหรอเนี่ย? เสียฟอร์มหมด! ทิวาต้องแคปหน้าจอไปล้อเธอให้ตายแน่ๆ!
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นแทบจะทันทีราวกับเขานั่งรอจังหวะนี้อยู่ก่อนแล้ว
**ทิวา:** อุ๊ย ใครเนี่ย ใช่คุณนักบัญชีคนสวยขี้บ่นหรือเปล่าครับ นึกว่าลืมทางเข้าห้องผมไปซะแล้วสิ (21:16 น.)
**เอย:** ใครคิดถึงนายยะ อย่าหลงตัวเองหน่อยเลย! ฉันแค่... จะทวงกระทะเทฟลอนที่ยืมไปเมื่อชาติที่แล้วต่างหาก คืนมาเลยนะ! (21:16 น.)
**ทิวา:** กระทะเหรอ... อืม อยู่ในห้องนี่แหละครับ แต่ถ้าอยากได้คืน ต้องมาเอาเองนะ พอดีช่วงนี้ผม... ขาเจ็บ เดินไม่ค่อยไหว (21:17 น.)
เอยขมวดคิ้วมุ่นทันที ความเป็นห่วงพุ่งปรี๊ดขึ้นมาเหนือความหมั่นไส้โดยอัตโนมัติ
**เอย:** ขาเจ็บ? ไปทำอีท่าไหนมา ถึงได้ขาเจ็บยะ หรือว่าสะดุดขาตัวเองตายในห้อง? (21:17 น.)
**ทิวา:** อยากรู้ก็มาดูเองสิครับ ห้องไม่ได้ล็อก ประตูเปิดรอคุณอยู่แล้ว (21:18 น.)
อ่านข้อความนั้นจบ เอยก็เผลอพ่นลมหายใจออกมาพรืดใหญ่ แม้จะรู้ว่าหมอนี่อาจจะกวนประสาทและกุเรื่องหลอกให้เธอเดินไปติดกับอีกตามเคย แต่สุดท้าย... สองขาเจ้ากรรมก็ดันลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเดินไปที่หน้าประตูห้องอย่างไร้การควบคุม
เธอเปิดประตูห้องของตัวเองออกช้าๆ ทางเดินตึกฝั่งนี้เงียบสงบ ประตูห้อง 404 ของทิวาแง้มเปิดเอาไว้จริงๆ อย่างที่เขาบอก ประตูไม้สีเข้มเปิดกว้างประมาณหนึ่งคืบ เผยให้เห็นแสงไฟสีส้มสลัวที่ลอดออกมาจากข้างใน
เอยยืนลังเลอยู่หน้าห้องสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะผลักประตูเข้าไปเบาๆ
"นี่ นายแกล้งทำเป็นขาเจ็บเพื่อ..."
คำพูดทั้งหมดกลืนหายลงไปในลำคอทันที เมื่อสายตาปะทะเข้ากับภาพตรงหน้า ทิวานั่งอยู่บนโซฟาห้องรับแขก ขายาวเหยียดตรงไปข้างหน้า แต่ที่สะดุดตาและทำให้หัวใจของเอยกระตุกวูบ คือใบหน้าคมคายที่ดูซีดเซียว รอยคล้ำใต้ดวงตาชัดเจน และที่สำคัญ... บนหน้าผากของเขามีแผ่นเจลลดไข้แปะอยู่!
ผู้ชายสายกวนประสาทที่เคยแข็งแรงราวกับวัวกระทิง ตอนนี้กลับนอนพับหมดสภาพอยู่บนโซฟาอย่างน่าเวทนา
ทิวาหันมามองตามเสียงเปิดประตู นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นฉายแววอ่อนล้า แต่ริมฝีปากแห้งผากก็ยังมิวายยกยิ้มมุมปากตามนิสัยเดิม
"มาเร็วจังนะ... นึกว่าจะต้องนอนรอจนรากงอกซะแล้ว" เสียงแหบพร่าเอ่ยแซวเบาๆ แทบจะกระซิบ
เอยรีบก้าวเท้าเข้าไปหาด้วยความตกใจ ลืมความโกรธ ลืมฟอร์มที่ตั้งใจจะมาเอาคืนเสียสนิท มือเรียววางทาบลงบนหน้าผากกว้างของเขาโดยอัตโนมัติเพื่อวัดอุณหภูมิ ความร้อนแผ่ซ่านทะลุผ่านฝ่ามือจนเธอต้องสะดุ้ง
"ตัวร้อนจี๋เลยนี่! เป็นไข้ทำไมไม่ไปโรงพยาบาล นอนรอให้ตัวเองตายคาห้องหรือไงยะ!" เอยเอ็ดเสียงดังด้วยความตกใจและเป็นห่วงปะปนกัน
ท.ิวาคว้าข้อมือเรียวที่ทาบอยู่บนหน้าผากของเธอไว้ หลุบตาลงมองด้วยแววตาที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหยอกล้อเหมือนทุกที
"ก็... รอให้ใครบางคนแถวนี้มาเช็ดตัวให้อยู่นี่ไงครับ" เขาเอ่ยเสียงแผ่วเบา รอยยิ้มจางๆ บนริมฝีปากดูออดอเซาะจนเอยเผลอกลั้นหายใจ
บรรยากาศรอบตัวเงียบลงจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวโครมคราม... และในวินาทีที่เอยกำลังจะชักมือกลับด้วยความเขินอาย ทิวากลับกระชับข้อมือเธอไว้แน่นขึ้น พร้อมกับดึงร่างบางให้โน้มลงไปใกล้เขาอีกนิดจนใบหน้าห่างกันแค่คืบ
"อยู่เป็นเพื่อนผมก่อนนะ... เอย"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับตัวอักษรของสมุดบันทึกสีน้ำตาลนะคะ
พี่ข้างห้องคนนี้... เลิกกวนประสาททีจะได้ไหม•ตอนที่ 16
เงียบเหงาเกินไปแล้ว
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องคนนี้... เลิกกวนประสาททีจะได้ไหม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!