เสียงแจ้งเตือนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ดังรัวติดกันสามครั้งติด ไม่ใช่สัญญาณเตือนภัยที่ดีเลยสักนิดในยามที่เอยกำลังงقหัวอยู่กับกองเอกสารงบดุลประจำเดือนที่ตัวเลขในบรรทัดสุดท้ายดันไม่ยอมปัดเศษลงตัวอย่างที่ควรจะเป็น
"แก! ด่วนจี๋ ไปรษณีย์จ๋า! เปิดแชตด่วน หน้าห้องแกตอนนี้มีระเบิดเวลาลูกใหญ่กำลังทำงาน!"
ข้อความจากกิ๊ฟเพื่อนสนิทตัวแสบเด้งขึ้นมาพร้อมกับสติกเกอร์รูปแมวช็อกตาค้าง เอยขมวดคิ้วมุ่น นิ้วเรียวกดข้อความเสียงกลับไปด้วยความหงุดหงิดเจือความระอา "อะไรของแกอีกเนี่ยกิ๊ฟ งานฉันกำลังจะทับตายอยู่แล้ว ระเบิดอะไร หน้าห้องฉันมีแต่กองขยะพัสดุที่ยังไม่ได้แกะของอีตาทิวาต่างหากเล่า"
"ไม่ใช่ย่ะ! ยัยเอย คนละเรื่อง!" กิ๊ฟพิมพ์ตัวหนังสือรัวเร็วชนิดที่สมองแทบประมวลผลไม่ทัน "แฟนเก่าทิวา! ยัยมีน นางแบบลูกครึ่งคนนั้นไง ที่เคยเป็นข่าวหน้าหนึ่งคณะเราอ่ะ นางมายืนเคาะห้องทิวาอยู่เนี่ย! ฉันเพิ่งลงมาจากซื้อกาแฟแล้วเห็นจะจะคาตา!"
หัวใจของเอยกระตุกวูابไปหนึ่งจังหวะอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ตัวเลขในหน้าจอคอมพิวเตอร์พร่าเลือนไปชั่วขณะ
แฟนเก่า? ทิวาไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง... ไม่สิ ทำไมเธอต้องอยากรู้เรื่องแฟนเก่าของนายข้างห้องปากเสียคนนั้นด้วยเล่า!
ติ๊ด!
เสียงกริ่งหน้าห้องพักดังขึ้นตัดกระแสความคิดฟุ้งซ่าน เอยสะดุ้งเล็กน้อย เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติตัวเองกลับมา ก่อนจะเดินไปส่องตาแมวที่บานประตู หัวใจที่เต้นผิดจังหวะเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดพุ่งพล่านทันทีที่เห็นเงาร่างของชายหนุ่มยืนอยู่ตรงนั้น—ไม่ใช่ใครอื่น ทิวากำลังยืนกอดอกพิงกำแพงด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่แววตากลับฉายแววปวดหัวอย่างเห็นได้ชัด ข้างกายเขามีหญิงสาวร่างสูงโปร่งในชุดเดรสเข้ารูป ท่าทางมั่นอกมั่นใจกำลังส่งยิ้มหวานหยดที่เอยมองยังไงก็รู้ว่าเสแสร้ง
แกร็ก!
เอยกระชากประตูเปิดออกด้วยความเร็วที่ทำเอาคนทั้งคู่ชะงัก เธอตั้งใจจะตอกกลับตามนิสัยคนขี้โวยวายสักหน่อยว่านี่มันเวลางานและเสียงดังรบกวนสมาธิ แต่ทว่า... คำพูดทุกคำกลับติดอยู่ที่ลำคอเมื่อดวงตากลมโตสบเข้ากับสายตาคู่คมของทิวาที่มองมาพอดี
"เอย..." ทิวาเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงความเหนื่อยหน่ายระคนกังวลไว้อย่างปิดไม่มิด
"อ้าว... นี่เหรอคะน้องข้างห้องที่พี่ทิวาพูดถึงบ่อยๆ หน้าตาก็น่ารักดีนี่คะ แต่ดูท่าทาง... จะไม่ใช่สเปกพี่ทิวาเท่าไหร่หรอกมั้งคะ" เสียงหวานหยาดเยิ้มของมีนเอ่ยแทรกขึ้นมาทันที พร้อมกับกวาดสายตามองสภาพเอยในชุดนอนเสื้อยืดตัวโคร่งกับแว่นสายตากลมโตด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
เอยเม้มปากแน่น ความรู้สึกแปลบปลาบแล่นริ้วขึ้นมาในอก ไม่ใช่เพราะคำดูถูกนั้น แต่เป็นเพราะความรู้สึก "ส่วนเกิน" ที่จู่ๆ ก็ถูกโยนใส่หน้าโดยที่เธอไม่ได้ตั้งตัว
"คุณมีนครับ ผมว่าเราคุยกันเคลียร์แล้วนะว่าระหว่างเรามันจบไปนานมากแล้ว และผมก็ไม่มีความจำเป็นต้องรื้อฟื้นอะไรขึ้นมาอีก" ทิวาหันไปพูดกับหญิงสาวข้างกายน้ำเสียงจริงจัง แววตาดุดันขึ้นจนมีนหน้าเสียไปชั่วขณะ
"แต่มีนยังรักพี่อยู่นะคะทิวา... เรื่องของเรามันควรจบดีกว่านี้ ไม่ใช่เพราะยัยเด็กนี่...!" มีนตวัดสายตากลับมามองเอยด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด
"หยุดพูดจาพาดพิงคนอื่นได้แล้วครับ" ทิวาก้าวเข้ามาขวางระหว่างมีนกับเอยโดยอัตโนมัติ การกระทำนั้นปกป้องอย่างชัดเจนจนเอยเผลอกลั้นหายใจ
บรรยากาศหน้าห้องพักเงียบกริบลงชั่วขณะ มีนแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างเจ็บใจ "หึ! ปากบอกว่าไม่มีใคร แต่ก็ตามติดเด็กนี่แจจนเขารู้กันทั่วตึกเนี่ยนะทิวา? ระวังเถอะ... คนอย่างพี่ ไม่มีทางรักษาใครไว้ได้นานหรอก ขนาดมีนคบกับพี่ยังต้องทนอยู่กับความเย็นชาของพี่ตั้งนานเลยนี่!"
พูดจบ หญิงสาวก็สะบัดหน้าเดินกระแทกส้นสูงจากไปอย่างหัวเสีย ทิ้งให้ความเงียบโรยตัวลงมาระหว่างคนทั้งคู่ที่ยังยืนอยู่หน้าประตู
เอยยืนนิ่ง มือบางกำชายเสื้อยืดของตัวเองแน่น สมองประมวลผลไม่ทันกับเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงสิบนาทีนี้ เธอควรจะโวยวายใส่เขาเหมือนทุกทีใช่ไหม? เธอกลืนก้อนสะอื้นผ่าวๆ ลงคอ แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มที่หันกลับมามองเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
"มองอะไรเล่า! จะเคลียร์แฟนเก่าก็เคลียร์ไปสิ มายืนหน้าห้องฉันทำไม ตั้งใจจะกวนประสาทกันให้ครบร้อยรอบรึไง!" เอยเปิดฉากโวยวายกลบเกลื่อนความรู้สึกแปลกๆ ที่กำลังตีรวนอยู่ในอกทันทีตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว
ทิวาถอนหายใจเฮือกใหญ่ มือหนายกขึ้นเสยผมลวกๆ ก่อนจะก้าวประชิดตัวเข้ามาหนึ่งก้าว จนเอยต้องผถอยหลังกรูดไปชนวงกบประตูโดยอัตโนมัติ
"หึงเหรอครับ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามชิดริมฝีปาก แววตาพราวระยับที่เจือความเหนื่อยล้าเมื่อครู่กลับมาเป็นประกายเจ้าเล่ห์เจ้าเดิมอย่างรวดเร็ว
"ใคร! ใครหึงนายกันยะ! อย่ามาหลงตัวเองนะอีตาทิวา หน้าตาอย่างนาย ต่อให้เหลือผู้ชายคนเดียวบนโลกฉันก็ไม่เอาหรอก!" เอยแหวลั่นหน้าแดงแจ๋ พยายามผลักอกแกร่งออกห่างแต่เขากลับรวบข้อมือเธอไว้เบาๆ ไม่ให้หนี
"ปากแข็งจังนะ..." ทิวาก้มหน้าลงมามองเธอด้วยสายตาที่อ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังจนเอยใจสั่น "เรื่องมีน... มันไม่มีอะไรทั้งนั้น เธออย่าไปใส่ใจเลยนะ"
"ใครใส่ใจเล่า! ปล่อยเลยนะ จะไปเคลียร์กับแฟนเก่าก็เชิญทางโน้นเลยไป!" เอยดิ้นขลุกขลัก แต่ทว่าจังหวะนั้นเอง...
พรึบ!
โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อคลุมของทิวาที่วางอยู่บนชั้นวางรองเท้าหน้าห้องจู่ๆ ก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากหน้าจอที่หันมาทางเอยพอดี
**[ มีน: ถ้าพี่ทิวาไม่ยอมเคลียร์เรื่องเราวันนี้ มีนจะแฉเรื่อง "สัญญาของเรา" ให้ยัยเด็กนั่นรู้แน่ว่าพี่เข้าใกล้เขาทำไมตั้งแต่แรก ]**
ดวงตากลมโตของเอยเบิกกว้างขึ้นอย่างช้าๆ รอยยิ้มที่เผลอใจเต้นเมื่อครู่แข็งค้าง ท바หัวใจดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่มเมื่อสมองประมวลผลข้อความนั้นทันที
สัญญาอะไร? เขาเข้าใกล้เธอตั้งแต่แรกทำไม?
เอยเงยหน้าขึ้นมองทิวาที่ใบหน้าถอดสีลงในพริบตา แววตาของเขาที่มองเอยในวินาทีนั้น... เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนเลยในชีวิต
"เอย... ฟังผมก่อนนะ..." ทิวารีบเอื้อมมือจะคว้าแขนเธอไว้ แต่เอยกลับถอยหลังกรูดแล้วปัดมือนั้นออกอย่างไร้เยื่อใย
"นายปิดบังอะไรฉันอยู่... ทิวา?"
---
ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันจนถึงตอนนี้นะคะ และเตรียมพบกับความจริงที่กำลังจะถูกเปิดเผยในตอนหน้าได้เลยค่ะ!
พี่ข้างห้องคนนี้... เลิกกวนประสาททีจะได้ไหม•ตอนที่ 23
บุคคลที่สามมาเยือน
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องคนนี้... เลิกกวนประสาททีจะได้ไหม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!