เสียงแจ้งเตือนหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นติดต่อกันสามครั้งติด เป็นตัวทำลายความเงียบอันน่าอึดอัดในห้องนั่งเล่นขนาดกะทัดรัดได้อย่างชะงัดนัก เอยยืนกอดอกแน่น ปลายนิ้วเท้าจิกพื้นรองเท้าสลิปเปอร์ลายการ์ตูนจนแทบทะลุ ขณะที่สมองส่วนเหตุผลกับส่วนอารมณ์กำลังตีกันยุ่งเหยิงราวกับสายแลนที่พันกันในลิ้นชักโต๊ะทำงาน
*‘Tiw.V: อย่าเงียบดิ’*
*‘Tiw.V: เขินจนช็อตไปแล้วเหรอคุณบัญชี’*
*‘Tiw.V: หรือว่าต้องให้ผมเดินไปเคาะห้องซ้ำอีกรอบ ถึงจะยอมรับว่าเมื่อกี้... หัวใจเต้นแรงเหมือนกัน’*
“ให้มันได้อย่างนี้สิ!” เอยพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนต้องยกมือขึ้นมาพัดวีแก้มตัวเองปุเลงๆ ทั้งที่เครื่องปรับอากาศในห้องเปิดไว้ที่ยี่สิบสององศาเซลเซียส
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายอะไร ปากเสียแล้วยังหน้ามึนขั้นสุด!
ย้อนกลับไปเมื่อสิบนาทีที่แล้ว หลังจากที่เธอเผลอหลุดปากพูดประโยคทำนองว่า *‘แอบหวั่นไหว’* ออกไปเพราะความโมโหปนความซุ่มซ่ามที่สะดุดขาตัวเองจนเกือบหน้าคะมำล้มใส่แผงอกกว้างของเขา ทิวากลับไม่ได้แกล้งแซวเล่นเหมือนทุกที ร่างสูงในชุดเสื้อยืดสีดำตัวโคร่งกับกางเกงวอร์มสบายๆ กลับโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้ม เธอยังจำสายตาพราวระยับที่มองตรงมานั่นได้ดี มันไม่ใช่สายตาของเพื่อนบ้านที่ชอบแวะมาขอไข่ไก่หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แต่มันคือสายตาของนักล่าที่รู้ว่าเหยื่อกำลังจนมุม... และเขาโคตรจะสนุกกับสถานการณ์นั้นเสียด้วย
*“อ๋อ... จริงๆ แล้วแอบหวั่นไหวสินะคะ”* น้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจลากเสียงยาวตรงคำว่า *‘นะคะ’* แบบเดียวกับที่เธอชอบใช้เหน็บแนมเขา ย้อนกลับมาเล่นงานประสาทสัมผัสของเธอจนรวนไปหมด ก่อนที่เจ้าตัวจะผละออกแล้วเดินกลับห้องตัวเองไปหน้าตาเฉย ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้กลางอกเธอให้อยุ่นิ่งไม่ได้
“ยัยเอย แกตั้งสติสด! เขาแค่แกล้งปั่นประสาทเหมือนทุกทีนั่นแหละ อย่าไปบ้าจี้ตามเด็ดขาด!” เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามนึกถึงกองเอกสารงบดุลสิ้นเดือนที่ยังเคลียร์ไม่จบเพื่อดึงสติ แต่ไม่ทันที่ความตั้งใจจะทำงาน แชทจากกลุ่มเพื่อนสนิทอย่าง ‘แก๊งชงชาเขียว’ ก็เด้งขึ้นมารัวๆ ราวกับติดจรวด
*กิ๊ฟ (เพื่อนรักสายเสือก): อีเอยยยยยยยยยย!*
*กิ๊ฟ: อีทิวามาหยอดอะไรหน้าห้องวะ แกเล่าเดี๋ยวนี้!*
*กิ๊ฟ: ฉันเห็นนะเว้ย! ฉันแอบมองมาจากช่องแมวตาตรงประตูห้องตัวเอง แกสองคนยืนจ้องตากันนานมากกกก เกือบจะจูบกันอยู่แล้วมั้งนั่น!*
เอยตาสว่างวาบ พิมพ์ตอบกลับด้วยความเร็วแสง
*เอย: แกตาฝาดแล้วยายกิ๊ฟ! ใครจ้องตา ใครจะจูบ ไม่มี๊!*
*เอย: เขาแค่มากวนประสาทฉันเรื่องงาน แล้วฉันก็แค่สะดุดล้มเฉยๆ ปร้าวดิ!*
*กิ๊ฟ: สะดุดล้มยังไงให้หน้าแดงไปถึงใบหูคะคุณน้า?*
*กิ๊ฟ: ยอมรับเถอะว่าแกแพ้ทางเขาอ่ะ เอย... มองจากดาวอังคารยังรู้เลยว่าพ่อหนุ่มวิศวะห้องริมเขาเล็งแกมานานแล้ว เต๊าะแบบตะโกนขนาดนั้น ถ้าแกยังใจแข็งอีก สัญญาณชีพฉันคงดับก่อนพอดี*
เอยเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อนึกถึงคำพูดของเพื่อนสนิท มันจริงอย่างที่กิ๊ฟว่าหรือเปล่า? ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่ทิวาย้ายเข้ามาอยู่ห้องตรงข้าม ชีวิตอันแสนสงบสุขและเป็นระเบียบเรียบร้อยของเธอก็พังไม่เป็นท่า เขาเข้ามาปأسป่วนในทุกพื้นที่ ทั้งเคาะประตูเรียกยามดึกเพราะทำปลั๊กไฟช็อต ทั้งถือวิสาสะเข้ามานั่งกินมาม่าในห้องตอนเธอปั่นงานไม่ทัน แถมยังชอบสรรหาคำพูดกวนๆ มาคอยหยิกแกมหยอกให้เธอต้องค้อนขวิดอยู่เรื่อย
แต่ลึกๆ แล้ว... เธอกลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทุกครั้งที่ไม่ได้ยินเสียงก้นบุหรี่เคาะระเบียงหรือเสียงเปิดประตูห้องของเขา เธอกลับเป็นฝ่ายชะเง้อมองผ่านตาแมวเสียเอง
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติด ทำเอาเอยสะดุ้งโหยง โทรศัพท์มือถือเกือบหลุดมือร่วงลงพื้น
หัวใจดวงน้อยกระโจนขึ้นมาตีรัวที่ลำคอ ใครมาเคาะตอนนี้? หรือจะเป็น...
“เปิดประตูหน่อยครับคุณบัญชี ของฝากจากเซבן... ไม่งั้นผมจะยืนเคาะจนกว่าคุณจะยอมเปิด แล้วค่อยดูซิว่าห้องอื่นเขาจะออกมาด่าใครก่อน”
เสียงทุ้มคุ้นเคยดังลอดผ่านบานประตูไม้เข้ามา ไม่ดังมากแต่ทรงพลังพอที่จะทำให้เข่าของเอยอ่อนยวบลงไปครึ่งท่อน เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ เดินไปส่องตาแมวด้วยความระแวง และภาพที่เห็นก็ทำให้เธอต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
ทิวายืนพิงผนังกำแพงทางเดิน มือข้างหนึ่งถือกระป๋องเบียร์กับถุงขนมขบเคี้ยว ส่วนมืออีกข้างถือโทรศัพท์มือถือที่หน้าจอยังเรืองแสงสว่างวาบ ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่เลนส์ตาแมวราวกับรู้ว่าเธอกำลังแอบมองอยู่ ทันใดนั้นริมฝีปากหยักก็ยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เธอคุ้นเคยและหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก
แอดมิน... ไม่ใช่สิ เอยตัดสินใจบิดกลอนประตูแล้วดึงเปิดออกทันทีด้วยสีหน้าบึ้งตึงที่สุดเท่าที่จะทำได้
“จะมาไม้ไหนอีกคะคุณทิวา ดึกดื่นป่านนี้คนอื่นเขาจะหลับจะนอนกันหมดแล้ว ไม่รู้จักเกรงใจห้องอื่นบ้างเลยหรือไง!” เอยเปิดฉากโวยวายทันทีเพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่าที่กำลังตีรวนอยู่ในอก
ทิวาไม่ตอบทันที เขายกยิ้มมุมปาก ขยับตัวเดินเบียดเข้ามาในห้องของเธอหน้าตาเฉยโดยไม่ต้องรอคำอนุญาต อาการถือวิสาสะแบบนี้ทำเอาเอยต้องรีบถอยกรูดไปข้างหลังจนสะโพกไปชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน
“เบาๆ สิครับคุณเอย เดี๋ยวข้างห้องเขาจะรู้หมดว่าเรากำลัง... เถียงกันเรื่องอนาคตของเราอยู่” ทิวาแกล้งลากเสียงต่ำ ยื่นถุงขนมในมือมาวางไว้บนโต๊ะทำงานของเธออย่างถือวิสาสะ
“อนาคตอะไรของคุณ! พูดจาพล่อยๆ อีกแล้วนะ!” เอยหน้าแดงก่ำ ยกมือขึ้นชี้หน้าคาดโทษคนตัวสูงที่ตอนนี้ทำตัวเนียนเดินไปหยิบแก้วน้ำในครัวรินน้ำดื่มหน้าตาเฉย ราวกับที่นี่เป็นห้องของตัวเอง
“อ้าว ก็อนาคตที่เราตกลงกันไว้ไงครับ ว่าจะคบกันแบบ... กัดกันไปจนแก่เฒ่า” ทิวาหันกลับมาพร้อมรอยยิ้มพราวระยับในดวงตา สายตาคมกวาดมองไปทั่วห้องทำงานที่เต็มไปด้วยกองกระดาษเอกสารและสมุดบันทึกสีน้ำตาลเล่มโปรดของเธอ ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าหวานที่กำลังงอหงิกด้วยความขัดเขิน
“ใครไปตกลงกับคุณตั้งแต่เมื่อไหร่ อย่ามามโนนะ!”
“อ้าว... ก็ไม่ได้พูดเหรอครับเมื่อกี้” ทิวาก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว ร่างสูงใหญ่ทำให้พื้นที่ห้องดูกว้างแคบลงถนัดตา เอยพยายามจะถอยหนีแต่ด้านหลังติดขอบโต๊ะเสียแล้ว วงแขนแข็งแรงยกขึ้นเท้ากับขอบโต๊ะทั้งสองข้าง กักตัวเธอให้อยู่ในอ้อมกอดกลายๆ โดยไม่ต้องสัมผัสโดนตัวตรงๆ
ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ เอยรู้สึกได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวของเขา กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นสบู่สะอาดๆ ลอยเข้าจมูกจนสติสตอสตางค์กระเจิงไปหมด
“คุณ... ถอยไปเลยนะ ฉันหายใจไม่ออก” เอยเสียงสั่น พยายามเบือนหน้าหนีสายตาคู่นั้นที่มองลงมาด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก แต่มันชัดเจนเสียจนหัวใจเต้นโครมคราม
“ทำไมล่ะครับ อยู่ใกล้แค่นี้... ใจเต้นแรงเหรอ” ทิวากระซิบเสียงพร่า แกล้งโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ใกล้ชิดทำให้เอยต้องหลับตาปี๋ด้วยความจำยอม
“คุณมัน... คนฉวยโอกาส!” เอยเอ็ดเบาๆ น้ำเสียงเริ่มขาดห้วง ไม่มีความดุหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความสั่นเครือที่ฟ้องชัดว่าเธอกำลังพ่ายแพ้ราบคาบ
ทิวาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนุ่มทุ้มที่ดังอยู่ชิดริมฝีปากทำให้เอยต้องลืมตาขึ้นมามอง เขามองเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด รอยยิ้มกวนประสาทหายไป เหลือเพียงแววตาจริงจังที่ทำเอาเอยเผลอกลั้นหายใจ
“ไม่ได้ฉวยโอกาสครับ... เขาเรียกว่า ‘แสดงความเป็นเจ้าของ’ ต่างหาก” ทิวาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น “ผมเต๊าะคุณมาสามเดือนแล้วนะคุณบัญชี ถ้ายังไม่รู้ตัวอีก... สงสัยผมคงต้องใช้วิธีอื่นที่รุนแรงกว่านี้แล้วล่ะ”
“วิธี... วิธีอะไรของคุณ...” เอยถามเสียงตะกุกตะกัก หัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมานอกอก
ทิวาไม่ได้ตอบคำถามด้วยคำพูด เขาโน้มใบหน้าลงมาอีกนิด ช2ายตามองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความประหม่า ก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของเอยหยุดหมุนไปชั่วขณะ
“วิธีนี้... ไงครับ”
ไม่ทันที่เอยจะได้ประมวลผลคำว่า ‘วิธีนี้’ ของเขา ทิวาก็เคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากอุ่นร้อนแตะสัมผัสลงบนพวงแก้มที่ขึ้นสีแดงจัดแผ่วเบา... นุ่มนวล และเนิ่นนาน ราวกับต้องการประทับตราจองไว้อย่างถาวร
ตึ้ง!
เสียงแจ้งเตือนหน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานดังขึ้นขัดจังหวะในเสี้ยววินาทีต่อมา หน้าจอเรืองแสงวาบเผยให้เห็นข้อความแชทกลุ่มจากกิ๊ฟที่ส่งรูปถ่าย... ไม่สิ... *รูปถ่ายเหตุการณ์ผ่านช่องตาแมว* เมื่อสัปดาห์ก่อน พร้อมข้อความกำกับว่า
*‘อุ๊ย! ภาพหลุดวงจรปิด ช็อตนี้ให้กี่คะแนนดีคะคุณน้า!’*
เอยเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เลือดในกายพุ่งขึ้นมาจนหน้าแดงแจ๋ยิ่งกว่าเดิมในขณะที่ทิวาผละออกเล็กน้อย เหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มกริ่มอย่างพอใจ
“อืม... เพื่อนคุณตานแหลมใช้ได้เลยนะเนี่ย” ทิวาหัวเราะร่วนในลำคออย่างอารมณ์ดี
เอยอ้าปากค้าง สมองตื้อตันจนคิดคำด่าไม่ออก ได้แต่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าโต๊ะทำงาน ปลายทางของความสัมพันธ์ที่เคยคิดว่าขีดเส้นกั้นไว้ ชัดเจนเสียยิ่งกว่าเส้นตารางในสมุดบัญชี... แต่มันดันถูกลบหายไปจนไม่เหลือเค้าเดิมด้วยรอยยิ้มร้ายกาจของพ่อหนุ่มวิศวะคนนี้คนเดียว!
ทิวายื่นหน้าเข้ามาใกล้ใบหูที่แดงก่ำของเธออีกครั้ง กระซิบเสียงแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์
“ไหนๆ เพื่อนคุณก็เห็นหมดแล้ว... งั้นเรามาประกาศให้คนทั้งคอนโดรู้เลยดีไหมครับ ว่าคุณบัญชีคนสวย... ตกลงเป็นแฟนกับผมแล้ว”
**************************************************
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอมยิ้มและใจฟูไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ! ห้ามพลาดตอนหน้าเด็ดขาดเพราะความหวานกำลังจะพุ่งทะลุปรอทค่ะ!)
พี่ข้างห้องคนนี้... เลิกกวนประสาททีจะได้ไหม•ตอนที่ 21
เต๊าะแบบตะโกน
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องคนนี้... เลิกกวนประสาททีจะได้ไหม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!