"คุณกำลังบอกว่า คนที่ผมเชื่อว่าตายไปแล้วในกองเพลิงเมื่อยี่สิบปีก่อน... คือคนเดียวกับคนที่วางกลไกสังหารพวกเราทั้งหมดในตอนนี้อย่างนั้นหรือครับ?"
รวินท์วางมือลงบนแผ่นพิมพ์เขียวที่ยับย่น ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้นที่ผสมปนเปกับความสับสน เขาไม่ได้รอคำตอบจากลลิน แต่คำถามนั้นเหมือนคมมีดที่กรีดลึกลงบนหัวใจที่แหลกสลายอยู่แล้วของเขา ลลินนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนเก่าๆ ในเซฟเฮาส์สะท้อนผ่านเลนส์แว่นตาของเธอ เธอไม่ตอบในทันที แต่ค่อยๆ เลื่อนรูปถ่ายใบหนึ่งที่พึ่งกู้คืนมาได้จากไฟล์ลับขององค์กรข้ามโต๊ะไม้ตัวเก่า
"หลักฐานทางดีเอ็นเอและรอยจารึกในกลไกเครื่องจักรหลักตรงกันกับข้อมูลที่เขาทิ้งไว้ในสมุดบันทึกของคุณ รวินท์... พ่อของคุณไม่ได้แค่รอดชีวิต แต่เขากลายเป็นสถาปนิกผู้ออกแบบ 'กรงขัง' เหล่านี้" ลลินกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ แต่มือที่สั่นเทาเล็กน้อยของเธอขณะวางรูปถ่ายกลับทรยศความรู้สึกทั้งหมด
รวินท์แค่นยิ้ม เสียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอของเขาฟังดูแห้งแล้งและน่าขนลุก เขาลุกขึ้นยืนกะทันหันจนเก้าอี้ครูดไปกับพื้นห้อง ความเงียบในห้องทำงานเล็กๆ นี้กดทับจนแทบหายใจไม่ออก เขาก้าวเดินไปที่หน้าต่างที่ถูกปิดตายด้วยแผ่นเหล็ก เขามองเห็นเพียงเงาสะท้อนของตัวเองผ่านกระจก รอยแผลเป็นที่ข้างขมับดูเด่นชัดขึ้นในเงามืด
"เขาทิ้งผมไว้กับความผิดที่ไม่ได้ก่อ... ทิ้งให้ผมจมอยู่กับภาพความตายของแม่ในกองเพลิงนั้น แล้วเขาก็กลับมาในฐานะพระเจ้าที่คอยชักใยโชคชะตาของทุกคนน่ะหรือครับ?" เขาถามโดยไม่หันกลับไปมอง
ลลินเดินเข้ามาใกล้ เธอวางมือลงบนไหล่ของรวินท์ สัมผัสที่แผ่วเบาแต่หนักแน่นดึงสติของเขาให้กลับมา "เราไม่มีเวลาให้ความโกรธกัดกินคุณแล้วนะรวินท์ เครื่องจักรหลักจะเริ่มทำงานในอีกสิบสองชั่วโมงข้างหน้า หากเราไม่ทำลายแกนกลางนั่น สิ่งที่พ่อยึดถืออยู่จะถูกเปลี่ยนเป็นเครื่องมือทำลายล้างที่ไม่มีใครหยุดได้ คุณต้องตัดสินใจ... จะหยุดเขา หรือจะยอมเป็นส่วนหนึ่งของรอยจารึกที่เขาสร้างขึ้น"
รวินท์หันกลับมา แววตาของเขาเปลี่ยนจากความโศกเศร้าเป็นความเด็ดเดี่ยวที่เยือกเย็น เขาหยิบปืนพกขึ้นมาตรวจสอบรังเพลิง เสียงโลหะกระทบกันดังก้องไปทั่วห้อง มันไม่ใช่แค่การเตรียมตัวบุก แต่คือการเตรียมตัวไปสะสางบัญชีแค้นที่ยาวนานนับสิบปี
"วางแผนการบุกมาครับ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ "เราต้องเจาะเข้าไปทางอุโมงค์ระบายความร้อนฝั่งทิศตะวันออก ผมจำได้ว่าโครงสร้างเดิมที่พ่อเคยเล่าให้ฟัง... มันมีจุดบอดที่เขาพลาดเอาไว้เสมอ หรือบางที... เขาอาจจะตั้งใจทิ้งไว้ให้ผมเห็น"
ทั้งสองก้มลงล้อมวงบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยแผนผังซับซ้อน รวินท์เริ่มชี้ตำแหน่งด้วยนิ้วที่มั่นคง เขาอธิบายกลยุทธ์การบุกด้วยความเชี่ยวชาญที่ทำให้ลลินอดทึ่งไม่ได้ ความเป็น 'แบล็กสมิธ' ในตัวเขากำลังตื่นขึ้น เขามองเครื่องจักรเหล่านั้นไม่ต่างจากเหล็กกล้าที่ต้องผ่านการตี การดัด และการทำลาย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ
"ลลิน คุณต้องเข้าควบคุมระบบเครือข่ายจากชั้นใต้ดิน หากคุณดึงความสนใจของระบบรักษาความปลอดภัยได้นานพอ ผมจะลงไปที่แกนกลาง" รวินท์สบตากับเธอ "มันอาจจะเป็นการเดินเข้าไปหาความตายโดยตรง คุณแน่ใจแล้วใช่ไหมที่จะร่วมทางไปกับคนที่มีปมหลังมืดดำอย่างผม?"
ลลินยิ้มบางๆ เป็นยิ้มที่ไม่ได้มีความอ่อนแอเจือปนอยู่เลย "ฉันเลือกทางนี้ตั้งแต่วันที่ยอมเปิดไฟล์ลับนั่นแล้วค่ะรวินท์ และในฐานะทนาย... ฉันจะไม่ยอมให้คดีนี้จบลงโดยไม่มีความยุติธรรมให้แก่คนที่จากไป"
รวินท์พยักหน้า เขาหยิบหน้ากากกันแก๊สและอุปกรณ์ตัดสัญญาณขึ้นมาใส่ ความมืดมิดในห้องเริ่มกลืนกินร่างของเขาจนเหลือเพียงแค่เงาตะคุ่ม พวกเขาเดินออกจากเซฟเฮาส์สู่ความเงียบสงัดของเมืองที่กำลังหลับใหล โดยที่ไม่รู้เลยว่าในทุกย่างก้าวที่เดินไปสู่โรงงานอุตสาหกรรมเก่าแก่ที่เป็นที่ตั้งของเครื่องจักรหลักนั้น มีสายตาคู่หนึ่งกำลังเฝ้ามองอยู่จากเงามืดของตึกสูงข้างทาง
เมื่อพวกเขามาถึงหน้าประตูเหล็กบานยักษ์ของโรงงาน รวินท์ชะงักฝีเท้า เขาเห็นรอยจารึกบางอย่างที่ถูกเขียนทับลงบนสนิมเหล็ก มันไม่ใช่รอยจารึกจากยุคอดีต แต่มันเป็นรอยจารึกที่ 'สดใหม่' และมีกลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ ผสมกับกลิ่นดินปืน
เขายื่นมือไปสัมผัสรอยจารึกนั้น หัวใจเขาสั่นไหวเมื่ออ่านข้อความที่ถูกสลักไว้ด้วยลายมือที่เขาจำได้ขึ้นใจ
'รวินท์... ลูกรัก พ่อดีใจที่ลูกมาตามนัด แต่ลูกลืมไปอย่างหนึ่งนะ ว่ากรงขังที่พ่อสร้างขึ้น ไม่ได้มีไว้ขังคนอื่น... แต่มันมีไว้รอให้ลูกกลับมาสานต่อให้เสร็จ'
วินาทีนั้นเอง เสียงกดรหัสลับดังขึ้นมาจากด้านหลังพวกเขา ประตูเหล็กบานยักษ์ที่ควรจะปิดตายกลับค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นชายวัยกลางคนคนหนึ่งยืนตระหง่านอยู่กลางห้องโถงกว้าง แสงไฟสปอร์ตไลท์ดวงใหญ่ส่องลงมาที่ใบหน้าของเขาอย่างจงใจ รอยยิ้มที่มุมปากของชายคนนั้นทำเอารวินท์แทบหยุดหายใจ เพราะนั่นไม่ใช่ศัตรูที่เขาคาดคิด แต่มันคือภาพสะท้อนของชายที่เขารักและเกลียดที่สุดในคราวเดียวกัน
"พ่อ..." รวินท์พึมพำ ก่อนที่กระบอกปืนในมือของเขาจะสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ เมื่อเห็นว่าในมือของพ่อเขานั้น ไม่ได้ถืออาวุธ แต่เป็นภาพถ่ายใบหนึ่ง... ภาพของรวินท์ในวัยเด็กที่ถือตุ๊กตากลไกที่แตกสลาย!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่ 44 นี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันในบทถัดไปครับ
แบล็กสมิธในตำนาน
เงาปรารถนาในรอยจารึก•ตอนที่ 44
การเตรียมตัวครั้งสุดท้าย
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาปรารถนาในรอยจารึก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!