“คุณจำชื่อคนที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าได้ไหมครับ... รวินท์”
น้ำเสียงของลลินสั่นเครือ มันไม่ใช่คำถามเชิงหยอกล้อ แต่เป็นประโยคที่ถูกเค้นออกมาจากความหวาดกลัวที่พยายามสะกดไว้ภายใต้ท่าทีเรียบเฉย ทนายความสาวจ้องมองชายหนุ่มที่เธอนั่งเผชิญหน้าด้วยภายในห้องรับรองที่เงียบเชียบ ราวกับว่านี่คือการสืบพยานที่ตัดสินชะตาชีวิตของเธอเอง
รวินท์ไม่ได้ตอบในทันที เขานิ่งค้าง สายตาคมกริบที่เคยดูเยือกเย็นและมั่นคงบัดนี้กลับวูบไหวราวกับเปลวเทียนในพายุ เขาจ้องมองใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่ว่างเปล่า เหมือนกำลังพยายามอ่านหนังสือเล่มที่หน้ากระดาษถูกฉีกหายไปเสียดื้อๆ มือหนาที่วางอยู่บนโต๊ะไม้เริ่มสั่นเทาเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะขยุ้มชายเสื้อของตนเองแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว
“ผม...” เขาเว้นจังหวะ เสียงแหบพร่า “ผมรู้ว่าคุณคือคนที่สำคัญที่สุดสำหรับผมลลิน แต่มันเป็นความรู้สึกที่คล้ายกับเงาที่ผมพยายามคว้า แต่มันกลับลอยหายไปทุกครั้งที่ผมเข้าใกล้”
รวินท์ก้มหน้าลงมองมือตัวเอง ความเงียบภายในห้องเริ่มทวีความกดดันจนลมหายใจดูจะเป็นสิ่งที่หนักอึ้งเกินไป เขาพยายามนึกภาพวันแรกที่พวกเขาพบกัน นึกถึงความรู้สึกที่เคยมีต่อชื่อของเธอ แต่สิ่งที่เขากลับพบเจอมีเพียงสีขาวโพลนราวกับหน้ากระดาษที่ถูกเขียนด้วยหมึกล่องหน
ลลินผ่อนลมหายใจยาว เธอเอื้อมมือไปกุมมือของเขาไว้ สัมผัสที่คุ้นเคยนั้นทำให้รวินท์สะดุ้งเล็กน้อย เธอสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของปลายนิ้วเขา
“คุณไม่ได้ลืมแค่เรื่องของเราหรอก ใช่ไหมครับ” ลลินถามต่อ แววตาของเธอแสดงถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ “เมื่อเช้าตอนที่คุณตื่นขึ้นมา คุณถามหา ‘พี่’... แต่คุณเป็นลูกคนเดียวมาตลอดตั้งแต่อุบัติเหตุครั้งนั้น”
หัวใจของรวินท์เต้นผิดจังหวะ ราวกับมีใครบางคนมาดีดสายเปียโนที่ตึงเปรี๊ยะจนขาดผึง ความทรงจำที่เขาพยายามปิดผนึกไว้กำลังรั่วไหลออกมา ทว่ามันไม่ใช่ความทรงจำที่ชัดเจน แต่เป็นเศษเสี้ยวของภาพเหตุการณ์ที่บิดเบี้ยว—กลิ่นควันไฟ กลิ่นน้ำมันเบนซิน และเสียงกรีดร้องที่ฟังไม่ออกว่าเป็นของใคร
“ผม... ผมแค่ฝันร้าย” รวินท์พยายามโต้กลับ แต่น้ำเสียงที่ไร้ความมั่นใจทำให้คำพูดนั้นฟังดูอ่อนแอเสียเหลือเกิน “ลลิน ผมไม่ได้เป็นอะไร ผมแค่เหนื่อยจากการทำงานหนักเกินไป ช่วงนี้รอยจารึกพวกนั้นมัน...”
“รอยจารึกมันไม่มีจริงหรอกครับรวินท์” ลลินตัดบทเสียงแข็ง แม้หัวใจจะบีบตัวด้วยความสงสาร “สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคุณคือปมในใจที่คุณสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองจากการยอมรับความจริง ว่าคุณอาจจะเป็นคนเดียวที่... รอดชีวิตมาได้ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์”
รวินท์เงยหน้าขึ้นมองเธออย่างช้าๆ แววตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้มีความเงียบขรึมเหมือนเดิม แต่มันกลับกลายเป็นความหวาดระแวงแบบสัตว์ป่าที่ถูกต้อนให้จนมุม เขาชักมือกลับอย่างรวดเร็วราวกับถูกของร้อน
“คุณไม่ได้อยู่ข้างผมเพื่อช่วยให้ผมจำได้ใช่ไหม” รวินท์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แฝงไปด้วยความรวดร้าว “คุณอยู่ตรงนี้เพื่อรอดูว่าความทรงจำส่วนไหนของผมที่จะแตกสลายไปก่อนกัน... ใช่ไหมล่ะ ลลิน”
ลลินชะงัก เธออ้าปากจะโต้แย้ง แต่คำพูดเหล่านั้นกลับจุกอยู่ที่ลำคอ เมื่อเธอเห็นรวินท์ลุกขึ้นยืนกะทันหันจนเก้าอี้กระแทกพื้นดังสนั่น เขาไม่ได้มองมาที่เธออีกต่อไป แต่กลับมองไปยังภาพวาดบนผนังด้านหลังเธอ ราวกับมีใครบางคนกำลังยืนอยู่ตรงนั้น... ใครบางคนที่ไม่มีใครเห็นนอกจากเขา
“เขากำลังเรียกผม” รวินท์พึมพำ ใบหน้าของเขาซีดเผือด “เขาบอกว่าที่ผ่านมาทั้งหมดนี้เป็นแค่ฉากที่ถูกจัดวางไว้ เพื่อให้ผมไม่ลืมบทบาทของตัวเอง”
ลลินลุกขึ้นตาม มือของเธอสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ “รวินท์... ฟังผมนะ ไม่มีใครเรียกคุณ ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น มีแค่ผมกับคุณ!”
รวินท์หันกลับมามองเธอ ดวงตาของเขาดูเลื่อนลอยและลึกซึ้งราวกับหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง เขาเดินเข้ามาใกล้จนลมหายใจรินรดใบหน้าของเธอ ก่อนจะกระซิบคำถามที่ทำให้เลือดในกายของลลินเย็นเฉียบจนแทบหยุดไหล
“แล้วคุณมั่นใจได้ยังไงล่ะลลิน... ว่าตัวคุณเองไม่ได้ถูกใครบางคนสร้างขึ้นมาเพื่อให้ผมเป็นบ้าไปทีละน้อยในทุกๆ วัน”
รวินท์ยื่นมือไปแตะใบหน้าของเธอเบาๆ ก่อนที่เขาจะหันหลังเดินไปที่ประตู แล้วหยุดชะงักเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างจังหวะที่แม่นยำและเยือกเย็น—สามครั้งหนักๆ เหมือนเสียงฆ้อนกระทบเหล็กที่แบล็กสมิธใช้ตีขึ้นรูปดาบ
“ลลิน...” รวินท์พูดโดยไม่หันกลับมา “ถ้าคนที่เคาะประตูอยู่ข้างนอกนั่นคือ ‘รวินท์’ ตัวจริงที่ผมพยายามหนีมาตลอด แล้วคุณล่ะ... คุณคือใคร?”
เสียงบานประตูไม้ที่ค่อยๆ ถูกผลักเข้ามาด้วยมือของใครบางคนที่ยืนอยู่ในเงามืดด้านนอกนั้น ทำให้ลลินถอยหลังกรูดไปจนชิดมุมห้อง ความมืดที่คืบคลานเข้ามาพร้อมกับบุคคลปริศนาในเงามืดส่งกลิ่นอายของความตายที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี... และวินาทีที่แสงไฟในห้องกะพริบดับลงจนเหลือเพียงความมืดมิด เสียงของคนแปลกหน้าที่เดินเข้ามาก็เอ่ยชื่อของเธอด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกับรวินท์ไม่มีผิดเพี้ยน
“ถึงเวลาตื่นแล้วลลิน... เรื่องโกหกบทที่ 45 จบลงแล้ว”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความสับสนและรอยร้าวไปพร้อมกับพวกเขาในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
แบล็กสมิธในตำนาน
เงาปรารถนาในรอยจารึก•ตอนที่ 45
รอยร้าวที่หัวใจ
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาปรารถนาในรอยจารึก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!