"วางปืนลงซะ รวินท์... ความตายไม่ได้ใจดีกับคนที่พยายามวิ่งหนีเงาของตัวเองหรอกนะ"
เสียงแหบพร่าดังก้องผ่านความมืดของโรงงานร้าง กลิ่นสนิมเหล็กและฝุ่นคลุ้งกระจายอยู่ในอากาศที่แทบไม่มีออกซิเจน รวินท์ยืนนิ่งอยู่หลังเสาปูนที่กะเทาะจนเห็นเนื้อเหล็กเส้นด้านใน มือที่กุมปืนสั่นเทาเพียงเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านจากบาดแผลที่สีข้าง
เขารู้ดีว่าคราวนี้ไม่ใช่เกมแมวไล่จับธรรมดา เสียงฝีเท้าที่ย่ำบนพื้นคอนกรีตแตกละเอียดดังมาจากสี่ทิศทางอย่างเป็นจังหวะ มันเป็นเสียงของคนที่ถูกฝึกมาอย่างดี และมันเป็นเสียงของคนที่ต้องการลมหายใจสุดท้ายของเขา
รวินท์พยายามควบคุมจังหวะการหายใจ เขาหลับตาลงชั่วครู่ ภาพของเปลวเพลิงในอดีตที่เคยพรากครอบครัวไปหวนกลับมาทับซ้อนกับความมืดตรงหน้า นี่หรือคือจุดจบ? เขาตั้งใจจะมาหาคำตอบเกี่ยวกับรอยจารึกในพินัยกรรม แต่กลับเดินเข้าสู่กับดักที่คนพวกนี้วางไว้อย่างแนบเนียน
"คุณคิดว่าผมไม่รู้หรือว่าคุณซ่อนตัวอยู่ตรงไหน" เสียงเดิมดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ใกล้เข้ามาจนเขาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนบนพื้น
รวินท์สูดหายใจลึก กัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสัน เขาไม่ได้สู้เพื่อตัวเองมานานแล้ว แต่ตั้งแต่วันที่ลลินก้าวเข้ามาในชีวิต... ตั้งแต่วันที่เธอเอื้อมมือมาดึงเขาออกจากหลุมศพที่เขาขุดไว้ให้ตัวเอง เขาก็รู้ว่าเขาไม่อาจตายที่นี่ได้
เขาเหลือบมองโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกง หน้าจอที่แตกร้าวแสดงข้อความสุดท้ายจากลลินที่ยังไม่ได้อ่าน: *'อย่าไปที่นั่น รวินท์... มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ กลับมาหาฉัน'*
ความรู้สึกผิดตีรวนในอก ความรักคือภาระที่หนักอึ้งที่สุดสำหรับคนที่แบกความตายไว้กับตัว แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้หัวใจที่ด้านชาเริ่มเต้นรัวอีกครั้ง เขาตัดสินใจแล้ว หากวันนี้ต้องตาย เขาจะต้องมั่นใจว่ารอยจารึกนั้นจะไม่ถูกทำลายไปพร้อมกับเขา
ชายหนุ่มขยับตัวอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาถอดนาฬิกาข้อมือออกแล้วขว้างไปทางทิศตะวันออก เสียงนาฬิกากระทบเหล็กดังกังวานไปทั่วโถงใหญ่ทันที
"มันอยู่ตรงนั้น! จัดการมัน!"
เสียงตะโกนดังกึกก้องพร้อมกับห่ากระสุนที่สาดเข้าใส่จุดที่นาฬิกาตก รวินท์อาศัยจังหวะชุลมุนนั้นพุ่งตัวออกจากที่ซ่อน เขาไม่ได้วิ่งหนี แต่เขาวิ่งเข้าหาเงาร่างหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุด
เขากระแทกศอกเข้าที่ขมับของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ ก่อนจะแย่งอาวุธปืนมาได้ ความรู้สึกของเหล็กเย็นๆ ในมือทำให้เขากลับมามีสติเต็มร้อย เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับความมืดอีกครั้ง ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะเหนี่ยวไก เสียงเลเซอร์สีแดงจุดเล็กๆ ก็ปรากฏขึ้นที่กลางหน้าอกของเขา
รวินท์หยุดชะงัก สายตาเขาจดจ้องไปยังมุมมืดของชั้นลอยเบื้องบน ที่นั่นมีชายคนหนึ่งในชุดสูทสีเทาเรียบกริบกำลังยืนสูบบุหรี่ แสงไฟจากปลายมวนจุดเล็กๆ สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืด
"รวินท์... แกฉลาดกว่าที่ฉันคิดนะ" ชายคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "แต่แกพลาดไปอย่างหนึ่ง แกคิดว่าศัตรูของแกมีแค่ไอ้พวกที่ถือปืนพวกนี้เหรอ?"
รวินท์ขมวดคิ้วแน่น "คุณเป็นใคร... และทำไมต้องเป็นรอยจารึกนั่น"
ชายชุดสูทหัวเราะเบาๆ เขาโยนบุหรี่ลงพื้นแล้วเดินออกมาในแสงสลัว ใบหน้าที่ปรากฏทำเอาเลือดในกายของรวินท์แทบหยุดไหล มันไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่มันคือคนที่รวินท์เชื่อใจที่สุดในฐานะทนายความส่วนตัวของครอบครัว
"ลุงอรรถ... ทำไม?"
"คำถามของแกมันสายไปแล้ว รวินท์" อรรถพูดพลางยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ชายฉกรรจ์รอบตัวลดอาวุธลง "สิ่งที่แกพยายามปกป้อง... สิ่งที่แกคิดว่าเป็นทางรอดของตระกูล... จริงๆ แล้วมันคือโซ่ตรวนที่ผูกมัดเราทุกคนเอาไว้ และวันนี้ ฉันได้รับคำสั่งให้ตัดมันทิ้ง"
ทว่าก่อนที่อรรถจะได้ขยับมือทำอะไรต่อ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะก็ดังขึ้นจากทางเข้าหลักของโรงงาน รวินท์และอรรถหันไปมองพร้อมกันที่ประตูเหล็กขนาดใหญ่ที่ค่อยๆ ถูกเปิดออก
ท่ามกลางแสงไฟจากรถยนต์ที่สาดส่องเข้ามา ร่างระหงของหญิงสาวคนหนึ่งก้าวเดินเข้ามาอย่างมั่นคง เธอไม่ได้ถืออาวุธ แต่ในมือเธอกลับถือเอกสารปึกหนึ่งที่สั่นไหวเล็กน้อยจากการกระทำ
"ปล่อยเขาไปครับ คุณอรรถ" ลลินเอ่ยขึ้น เสียงของเธอไม่ได้สั่นแม้แต่นิดเดียว "เพราะถ้าคุณแตะต้องรวินท์แม้แต่ปลายก้อย พินัยกรรมฉบับจริงที่เหลืออยู่... จะถึงมือตำรวจภายในห้านาที"
อรรถนิ่งงัน แววตาที่เคยนิ่งสงบเริ่มสั่นไหว รวินท์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาไม่เคยคิดว่าลลินจะตามมาถึงที่นี่ และที่สำคัญกว่านั้น... ลลินรู้เรื่องพินัยกรรมฉบับที่สองได้อย่างไร
ลลินเดินผ่านกลุ่มชายฉกรรจ์เข้ามาหาเขาโดยไม่หันมองใคร เธอหยุดลงตรงหน้ารวินท์ ดวงตาคู่สวยนั้นสบตากับเขาด้วยความมุ่งมั่นที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่ใช่การปรากฏตัวของเธอ
"รวินท์..." ลลินกระซิบเบาๆ แต่ดวงตาของเธอเหลือบมองไปที่กระเป๋าเสื้อของรวินท์ "ในพินัยกรรมนั้น... มันไม่มีชื่อของตระกูลเราเลย แต่มันมีชื่อของคนหนึ่งที่พวกเราลืมไปแล้วว่าเขายังมีชีวิตอยู่"
เธอเลื่อนมือมาสัมผัสที่ข้อมือเขาเบาๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของรวินท์ต้องสั่นสะเทือน "และคนที่สั่งฆ่าครอบครัวคุณ... ก็ไม่ใช่คนอื่นไกลที่ไหนเลย"
ความเงียบเข้าครอบงำพื้นที่นั้นอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงลมพัดผ่านช่องโหว่ของผนัง อรรถชักปืนออกมาจากเสื้อสูทด้วยความรวดเร็ว แต่เป้าหมายของเขาในตอนนี้ไม่ใช่รวินท์... กลับกลายเป็นลลินที่ยืนขวางหน้าเขาอยู่!
หวังว่าทุกท่านจะได้รับอรรถรสจากความเข้มข้นในตอนนี้นะครับ
แบล็กสมิธในตำนาน ครับ
เงาปรารถนาในรอยจารึก•ตอนที่ 23
กับดักที่คาดไม่ถึง
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาปรารถนาในรอยจารึก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!