"ถ้าคุณยังฝืนใช้มันต่ออีกเพียงนิดเดียว เส้นเลือดในสมองคุณจะระเบิดออกก่อนที่ความจริงจะถูกเปิดเผยด้วยซ้ำ รวินท์!"
เสียงของลลินตวาดลั่นท่ามกลางความเงียบงันของโกดังร้าง กลิ่นสนิมเหล็กและฝุ่นคลุ้งกระจายอยู่ในอากาศราวกับจะตอกย้ำความสิ้นหวังของสถานการณ์ รวินท์ในสภาพเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เปรอะเปื้อนคราบเลือดและหยาดเหงื่อกำลังหอบหายใจอย่างหนักหน่วง มือขวาของเขาสั่นระริกขณะที่กระแสพลังสีครามจางๆ ยังคงเต้นเร่าอยู่ใต้ผิวหนังราวกับสัตว์ป่าที่กำลังดิ้นรนจะหลุดพ้นจากกรงขัง
"ผมไม่มีทางเลือก... ถ้าปล่อยให้พวกมันเข้าถึงแฟ้มบันทึกนั้น ทุกอย่างที่ครอบครัวผมแลกด้วยชีวิตจะสูญเปล่า" รวินท์เค้นเสียงตอบ ลมหายใจของเขาขาดห้วง ใบหน้าซีกหนึ่งถูกแต้มด้วยรอยแผลจากการปะทะครั้งล่าสุด เขาไม่ยอมสบตาคู่สนทนา สายตาของเขาจับจ้องไปยังเงาดำที่เคลื่อนไหวอยู่เบื้องหลังกองลังไม้ที่ซ้อนทับกันเป็นชั้น
ลลินก้าวเข้ามาขวางหน้าเขาไว้ แววตาของทนายความสาวที่เคยสงบนิ่งบัดนี้สั่นไหวด้วยความกังวลอย่างปิดไม่มิด "คุณมองข้ามความจริงไปอย่างหนึ่ง รวินท์ พลังที่คุณพยายามควบคุมมันไม่ใช่เครื่องมือ แต่มันคือนักฆ่าที่กำลังกัดกินวิญญาณของคุณทีละน้อย คุณแบกความผิดบาปของคนทั้งโลกไว้ไม่ได้หรอกนะ!"
"หลบไป ลลิน" รวินท์สั่งเสียงเย็น
"ไม่!" ลลินตะโกนกลับโดยไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เธอคว้าข้อมือที่สั่นเทาของเขาไว้ แรงบีบของเธอมั่นคงจนเขารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่สวนทางกับความเย็นยะเยือกในใจของเขา "ถ้าคุณจะตายที่นี่ ก็จงตายในฐานะคนธรรมดาที่ต่อสู้เพื่อความถูกต้อง ไม่ใช่ในฐานะตัวหมากที่ถูกพลังอำนาจมืดฉีกทึ้งจนไม่เหลือชิ้นดี!"
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มชายฉกรรจ์ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ รวินท์กัดฟันกรอด ความรู้สึกผิดที่เขากักเก็บไว้ในใจนานนับสิบปีประดังเข้ามาเหมือนเขื่อนที่พังทลาย ภาพเหตุการณ์ในวันนั้น... เสียงเบรกของรถยนต์ เสียงกระจกแตก และใบหน้าของพ่อกับแม่ที่หันมามองเขาเป็นครั้งสุดท้าย ความเจ็บปวดเหล่านั้นไหลย้อนกลับมาสู่กระแสเลือด มันไม่ใช่พลังวิเศษ แต่มันคือคำสาปที่เขาฝังไว้ในความทรงจำ
"ขอโทษนะ" รวินท์กระซิบแผ่วเบา
เขาสะบัดมือลลินออกด้วยกำลังเฮือกสุดท้าย ก่อนจะพุ่งตัวออกไปเผชิญหน้ากับความมืดเบื้องหน้า รวินท์รีดเร้นพลังงานทั้งหมดในร่างกายออกมาเป็นระลอกคลื่นสีครามเข้มข้นจนอากาศโดยรอบสั่นสะเทือน เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางโกดัง แรงปะทะผลักร่างของศัตรูกระเด็นออกไปคนละทิศละทาง ทว่าในวินาทีที่แสงสีครามนั้นจางหายไป ความมืดมิดที่แท้จริงกลับพุ่งเข้าโอบล้อมดวงตาของเขาทันที
เข่าของรวินท์ทรุดฮวบลงกับพื้นเย็นเยียบ สติสัมปชัญญะที่พยายามประคองไว้ขาดสะบั้นเหมือนเส้นด้ายที่ถูกดึงจนตึงเกินไป ความร้อนที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายพลันมอดดับ เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าที่หนักอึ้งดุจหินผา
"รวินท์!" เสียงของลลินกรีดร้องอยู่ในโสตประสาทที่กำลังเลือนราง
เขาเห็นร่างของเธอวิ่งเข้ามาหา เห็นหยดน้ำตาที่ร่วงหล่นลงบนหลังมือของเขา แต่เขากลับไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะเอื้อมไปเช็ดมัน ทัศนวิสัยที่พร่ามัวทำให้เขาเห็นเงาร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่เหนือหัวของเขา เงาร่างนั้นสวมชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบ ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกบดบังด้วยหมวกปีกกว้าง รวินท์พยายามเพ่งมอง ทว่าโลกทั้งใบก็มืดดับลงสนิท
ทว่า ก่อนที่สติสุดท้ายจะหลุดลอยไป เขากลับได้ยินเสียงกระซิบที่คุ้นเคย... เสียงที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้ยินอีกตลอดชีวิต
"ในที่สุด... เราก็ได้เจอกันเสียทีนะ ลูกชายของฉัน"
แสงไฟจากสปอร์ตไลท์ด้านนอกส่องสว่างวาบเข้ามาทางหน้าต่างบานสูง เผยให้เห็นรอยยิ้มที่มุมปากของชายปริศนาผู้นั้น พร้อมกับเสียงกลไกเหล็กที่ถูกปลดล็อกดัง *คลิก* ร่างของลลินที่กำลังประคองรวินท์ไว้พลันหยุดชะงัก สายตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเมื่อเห็นบุคคลที่เพิ่งก้าวเข้ามาใหม่ชัดๆ มือที่สั่นเทาของเธอขยับไปหยิบแฟ้มเอกสารที่ตกลงข้างตัวขึ้นมาทันที ราวกับรู้ดีว่านี่คือจดหมายเหตุสุดท้ายที่จะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่เธอเคยเชื่อมาโดยตลอด
หวังว่าทุกท่านจะได้รับอรรถรสจากความเข้มข้นในตอนนี้นะครับ
แบล็กสมิธในตำนาน ครับ
เงาปรารถนาในรอยจารึก•ตอนที่ 24
การต่อสู้เพื่อรอดชีวิต
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาปรารถนาในรอยจารึก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!