"หยุดเดี๋ยวนี้รวินท์! คุณกำลังทำอะไรลงไป?"
เสียงของลลินแหบพร่าและสั่นเทา เธอถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังปะทะเข้ากับกำแพงอิฐเก่าคร่ำคร่าในตรอกมืดมิดที่กลิ่นอับชื้นพุ่งเข้าปะทะจมูก ดวงตาของเธอเบิกกว้าง จ้องมองไปยังฝ่ามือของชายหนุ่มตรงหน้า ที่บัดนี้ไม่ได้มีเพียงผิวหนังหยาบกร้านตามวิสัยช่าง แต่กลับมีเส้นสายสีครามเรืองรองดั่งสายฟ้าที่ถูกกักขังอยู่ในหลอดเลือด มันกำลังสั่นไหวและแผ่รังสีความร้อนจนอากาศรอบตัวรวินท์บิดเบี้ยว
รวินท์ไม่ได้หันกลับมามอง เขาเพียงแค่นิ่งค้างอยู่ในท่าชูมือขึ้นเหนือจารึกหินที่ผุพังตามกาลเวลา แรงกดดันมหาศาลที่เกิดจากพลังของเขากำลังกดทับพื้นที่โดยรอบจนเศษกรวดหินสั่นระริก
"ผม... ผมคุมมันไม่ได้ ลลิน" เสียงของเขาแหบต่ำราวกับมาจากก้นบึ้งของขุมนรก มันไม่ใช่เสียงของชายหนุ่มผู้เงียบขรึมที่เธอเคยรู้จัก แต่มันเป็นเสียงที่เจือไปด้วยความโหยหวนของความทรงจำที่พยายามจะย้อนกลับมา
"รวินท์ ฟังฉันนะ! ถอนพลังออกไปเสีย ไม่อย่างนั้นมันจะกลืนกินคุณเข้าไปเหมือนที่มันทำกับครอบครัวคุณ!" ลลินพยายามก้าวเข้ามาหา แม้ขาของเธอจะอ่อนแรงจนแทบยืนไม่อยู่ เธอเห็นเขาเกร็งกล้ามเนื้อจนเส้นเลือดปูดโปน ความเจ็บปวดฉายชัดอยู่บนแผ่นหลังกว้างที่สั่นสะท้าน
รวินท์กัดฟันแน่น กรามของเขาขบกันจนได้ยินเสียงฟันกระทบกัน ลมหายใจหอบถี่พ่นออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ ในอากาศที่ดูเหมือนจะลดอุณหภูมิลงอย่างกะทันหัน "ถ้าผมปล่อย... ความลับที่อยู่ในนี้ก็จะหายไปตลอดกาล ลลิน ผมรอมานานเกินกว่าจะปล่อยให้มันหลุดมือไปเพียงเพราะความกลัวของตัวเอง"
ทันใดนั้นเอง ความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวก็เข้าปกคลุม ตรอกทั้งสายดูเหมือนจะหยุดหายใจ เสียงหยดน้ำจากท่อน้ำทิ้งที่เคยหยดเป็นจังหวะขาดหายไป รวินท์ชะงัก สายตาที่เหม่อลอยไปที่หินจารึกพลันเปลี่ยนเป็นแหลมคมดุจเหยี่ยว
เขารู้สึกได้ถึงบางอย่าง
ไม่ใช่สายลม ไม่ใช่เสียงหนูวิ่ง แต่เป็น 'เจตนา' ของสิ่งมีชีวิตที่กำลังจ้องมองเขาจากเงามืดหลังกองลังไม้เก่าที่อยู่อีกฟากหนึ่งของตรอก รวินท์ไม่ได้หันไปมองทันที แต่เขาลดมือลงอย่างเชื่องช้า เส้นสายสีครามที่มือค่อยๆ จางหายไป แต่เขากลับรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่ไหลเวียนอยู่ในกระดูกสันหลังแทน
"มีคนอยู่ตรงนั้น" รวินท์กระซิบ เสียงของเขาแผ่วเบาจนแทบกลายเป็นส่วนหนึ่งของความมืด
ลลินชะงัก ความหวาดกลัวในแววตาเปลี่ยนเป็นความตื่นตัว "คุณแน่ใจเหรอ?"
"ผมได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ" รวินท์ตอบพลางขยับตัวไปข้างหน้าอย่างเงียบเชียบที่สุด เขาไม่ได้ใช้พลัง แต่เขาใช้สัญชาตญาณที่ถูกฝึกฝนมาอย่างโชกโชนจากการหลบซ่อนตัวจากความจริงตลอดหลายปีที่ผ่านมา
เขาก้าวผ่านกองขยะและซากปรักหักพังไปอย่างนุ่มนวล ราวกับเสือดำที่ย่องเข้าหาเหยื่อ ลลินรวบรวมความกล้าเดินตามเขาไปอย่างกระชั้นชิด หัวใจของเธอเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เมื่อมาถึงจุดที่เขาบอก ลลินก็พบเพียงความว่างเปล่า ทว่าบนพื้นดินที่เต็มไปด้วยฝุ่นผง กลับมี 'รอยเท้า' ประหลาดปรากฏอยู่
มันไม่ใช่รอยเท้าคนปกติ แต่มันลึกและกว้าง ราวกับคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ต้องแบกน้ำหนักมหาศาลไว้ในขณะที่เฝ้าจับตามอง
"เขาเพิ่งไปเมื่อกี้นี้เอง" รวินท์พึมพำ เขาโน้มตัวลงใช้ปลายนิ้วแตะรอยเท้านั้น สัมผัสถึงไอเย็นที่ยังคงหลงเหลืออยู่ "รอยเท้านี้... มันไม่ได้ติดตามผมแค่คืนนี้ แต่มันตามผมมาตั้งแต่วันที่ผมเริ่มใช้พลังครั้งแรกที่ห้องสมุดใต้ดิน"
ลลินเม้มปากแน่น "ใครกันที่จ้องจะเล่นงานคุณ? หรือว่าเขาเป็นพวกเดียวกับคนที่อยู่เบื้องหลังอุบัติเหตุครั้งนั้น?"
รวินท์ไม่ได้ตอบ ทว่าเขากลับหันไปมองที่กำแพงข้างๆ ที่มีรอยขีดเขียนโบราณนับร้อยปี เขาพบเศษกระดาษชิ้นเล็กๆ ที่ถูกปักไว้ด้วยเข็มเงินเล่มหนึ่ง มันถูกตรึงไว้กับหินอย่างแม่นยำจนดูเหมือนรอยจารึกที่ถูกแกะสลักขึ้นใหม่
เขาดึงมันออกมา กระดาษแผ่นนั้นมีข้อความสั้นๆ เขียนด้วยลายมือที่ตวัดอย่างรีบร้อน: *'อย่าไว้ใจคนข้างกาย หากปรารถนาจะรอดพ้นจากเงาจารึกที่สาปแช่ง'*
หัวใจของรวินท์กระตุกวูบ เขาหันกลับมามองลลินที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว แสงจากหลอดไฟข้างทางที่กะพริบถี่ๆ ทำให้เงาของเธอทอดยาวไปไกล และในเสี้ยววินาทีที่แสงนั้นสว่างวาบขึ้น รวินท์ก็สังเกตเห็นบางอย่างที่ทำให้เลือดในกายเขาแทบหยุดไหล
เงาของลลินที่ทอดลงบนพื้น... มันไม่ได้ขยับไปพร้อมกับตัวเธอ แต่มันกลับขยับไปในทิศทางตรงกันข้ามราวกับมีชีวิตเป็นของตัวเอง และที่สำคัญกว่านั้น บนเงาของไหล่ลลิน มีรูปร่างของมือที่กำลังโอบกอดเธอไว้จากด้านหลังอย่างแผ่วเบา
รวินท์ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "ลลิน... ยืนนิ่งๆ นะ"
"เกิดอะไรขึ้นรวินท์?" ลลินถามด้วยน้ำเสียงกังวล แต่ในตอนนั้นเอง เงาที่ทอดอยู่บนพื้นก็ค่อยๆ ยื่นแขนยาวเหยียดออกมาจากเงามืดข้างหลังลลิน แล้วคว้าเข้าที่คอของเธออย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ!
ลลินเบิกตากว้าง อ้าปากค้างแต่ไม่มีเสียงใดหลุดออกมา รวินท์พุ่งตัวเข้าไปหมายจะช่วย แต่ทันใดนั้นเขากลับหยุดชะงักเมื่อเห็นดวงตาของลลินที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีครามเรืองรองแบบเดียวกับพลังของเขา และเธอก็หันมามองเขาด้วยรอยยิ้มที่ไม่ใช่ของเธออีกต่อไป
"พบตัวเสียที... คนที่ได้รับมรดกเลือดของนักจารึก"
ทุกอย่างรอบตัวเริ่มพังทลายลง หินรอบข้างสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รวินท์ตระหนักได้ในเสี้ยววินาทีนั้นว่าศัตรูไม่ได้เฝ้าอยู่ข้างนอก... แต่เฝ้าดูเขาจากข้างในตัวคนข้างกายเขามาโดยตลอด!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรอยจารึกที่ซ่อนความลับนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ หากมีข้อผิดพลาดประการใด ผมจะขอแก้ไขและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นในตอนถัดไปครับ
แบล็กสมิธในตำนาน
เงาปรารถนาในรอยจารึก•ตอนที่ 5
รอยเท้าในความมืด
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาปรารถนาในรอยจารึก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!