"วางปืนลงเถอะครับ... คุณไม่ได้อยากฆ่าผมจริงๆ หรอก"
ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ท่ามกลางกลิ่นอายความเก่าแก่ของกระดาษและกลิ่นอับของห้องสมุดที่ดูเหมือนจะบีบตัวเข้าหาเราสองคน ประโยคทิ้งท้ายของชายปริศนาที่ขวางทางอยู่เบื้องหน้ายังคงก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาท เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ จากกระบอกปืนนั้นบาดลึกเข้าไปถึงกระดูกดำ ไม่ใช่เพราะความกลัวตาย แต่มันคือความรู้สึกที่ว่า 'ความลับ' ของผมกำลังถูกกระชากออกมาประจานต่อหน้าคนแปลกหน้า
ชายผู้นั้นไม่ได้ตอบกลับในทันที เงาของเขาถูกทาบทับด้วยแสงสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะที่มุมห้อง ทำให้ใบหน้าซีกหนึ่งจมดิ่งอยู่ในความมืดสนิท ก่อนที่เขาจะแค่นยิ้มออกมา—รอยยิ้มที่ไม่ได้มาพร้อมกับความขบขัน แต่มันคือความเวทนา
"คนเรามักจะคิดเข้าข้างตัวเองแบบนี้เสมอ รวินท์" เขาขยับกาย ก้าวพ้นจากมุมมืดเข้ามาสู่แสงสลัวเพียงน้อยนิด มือที่ถือปืนยังคงนิ่งสนิท "โดยเฉพาะคนที่แบกซากปรักหักพังไว้เต็มอกอย่างคุณ... คุณคิดว่าการซ่อนเอกสารพวกนี้จะทำให้เหตุการณ์ในวันนั้นลบเลือนไปได้งั้นหรือ?"
ผมค่อยๆ หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้า มือที่ถือเอกสารสั่นเทาอยู่ชั่วครู่ก่อนจะกดมันลงแนบข้างลำตัว ความรู้สึกผิดในใจที่ผมพยายามกักขังไว้ในกล่องเหล็กนับสิบปีดูเหมือนจะกำลังปริแตกออกมาราวกับเขื่อนที่เริ่มมีรอยร้าว
"คุณเป็นใคร" ผมถาม พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น "และคุณต้องการอะไรจากผม"
เขาไม่ตอบ แต่กลับลดปืนลงช้าๆ พลางบุ้ยปากไปยังกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงมุมห้อง ซึ่งปกติมักจะถูกคลุมด้วยผ้าไหมเนื้อหนา แต่ทว่าตอนนี้ ผ้าผืนนั้นกลับร่วงหล่นลงมาอยู่ที่พื้นราวกับถูกเจตนาทำให้มันตกลงมา
"ไปดูที่กระจกนั่นสิ" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนอย่างประหลาด "ดูให้ดีๆ ว่าใครคือคนที่คุณควรจะสะสางบัญชีด้วยมากที่สุด"
ผมขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ แต่แรงดึงดูดบางอย่างกลับทำให้เท้าของผมก้าวไปตามคำสั่งนั้นอย่างควบคุมไม่ได้ เงาสะท้อนในกระจกค่อยๆ ปรากฏขึ้นในสายตา ร่างของชายหนุ่มในวัยยี่สิบปลายๆ ที่ดูผอมโซและเหนื่อยล้า... แต่ทว่า เมื่อผมเพ่งมองให้ชัดขึ้น ผมกลับต้องชะงักงันจนแทบลืมหายใจ
ในกระจกบานนั้น เงาที่สะท้อนกลับมาไม่ใช่ชายหนุ่มในวัยหนุ่มแน่น ผิวพรรณที่ควรจะสดใสกลับเหี่ยวย่นลง ดวงตาที่เคยเป็นประกายกลับหม่นแสงและเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความทุกข์ระทม เส้นผมของชายคนนั้นแทรกแซมด้วยสีดอกเลา และรอยแผลเป็นที่ข้างขมับดูเด่นชัดขึ้น ราวกับว่าเวลาในกระจกบานนั้นเดินเร็วกว่าความเป็นจริงไปหลายทศวรรษ
ผมเอื้อมมือไปสัมผัสผิวหน้าตัวเอง ผิวสัมผัสยังคงเรียบเนียน แต่ในกระจก... ชายคนนั้นกลับเอื้อมมือมาแตะรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าตัวเองเช่นกัน
"นี่... นี่มันเรื่องอะไรกัน" เสียงของผมขาดห้วง
"ความปรารถนาที่ไม่อาจปล่อยวาง" ชายแปลกหน้าเดินมาหยุดอยู่ข้างหลังผมในกระจก แต่ภาพสะท้อนของเขากลับเลือนรางราวกับหมอกควัน "คุณไม่ได้แค่เก็บเอกสารพวกนี้ไว้เพื่อป้องกันตัว แต่คุณเก็บมันไว้เพื่อเตือนตัวเองว่าคุณควรจะแก่ตายไปพร้อมกับความรู้สึกผิดนี้ ใช่ไหมล่ะ?"
ผมหันกลับไปจะคว้าคอเสื้อเขา แต่ทว่าเบื้องหลังกลับว่างเปล่า... ห้องสมุดที่กว้างใหญ่เงียบสงัดลงทันที ไม่มีเสียงปืน ไม่มีกลิ่นดินปืน มีเพียงความเงียบที่กดทับจนหูอื้อลั่น
"รวินท์! คุณอยู่ที่นั่นไหม?"
เสียงตะโกนของลลินดังแว่วมาจากโถงทางเดินข้างนอก พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่รีบร้อนใกล้เข้ามา ผมสะดุ้งสุดตัวและรีบหันกลับมามองที่กระจกอีกครั้ง แต่คราวนี้ ภาพสะท้อนของผมกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิมทุกประการ... ชายหนุ่มวัยยี่สิบปลายๆ ที่ดูซีดเผือด
ประตูห้องสมุดถูกผลักเปิดออก ลลินรีบวิ่งเข้ามาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เธอชะงักเมื่อเห็นผมยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้ากระจก
"รวินท์ เกิดอะไรขึ้น? ฉันได้ยินเสียงคนพูด..." เธอหยุดคำพูดไว้แค่นั้น สายตาของเธอมองต่ำลงไปที่พื้น ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "นั่น... ปืน? ปืนใครคะ?"
ผมมองตามสายตาเธอไปบนพื้นพรม ปืนกระบอกสีเงินวาววับตกอยู่ตรงนั้นจริงๆ มันไม่ได้เป็นแค่จินตนาการของผม แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของผมแทบหยุดเต้นไม่ใช่ตัวปืน... หากแต่เป็นสิ่งที่วางอยู่ข้างๆ กัน
มันคือภาพถ่ายใบเก่าที่ผมจำได้แม่นยำที่สุด... ภาพถ่ายครอบครัวของผมในวันที่เกิดอุบัติเหตุ แต่ในภาพนั้น ใบหน้าของทุกคนกลับถูกขีดฆ่าด้วยหมึกสีแดงสดราวกับเลือดใหม่ๆ พร้อมกับข้อความที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตาที่มุมภาพว่า...
*'มึงไม่ใช่คนเดียวที่รอดชีวิตจากวันนั้น'*
ลลินก้มลงจะหยิบภาพนั้นขึ้นมา ผมรีบตะโกนห้ามสุดเสียง "ลลิน! อย่าแตะมัน!"
ทว่าไม่ทันการณ์ ปลายนิ้วของเธอสัมผัสลงบนกระดาษภาพถ่าย ทันใดนั้น ไฟทั้งห้องก็ดับวูบลงสนิท เหลือเพียงแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างเพียงน้อยนิด ลลินตัวแข็งทื่อ เธอไม่ได้กรีดร้อง แต่น้ำเสียงที่เธอเปล่งออกมากลับแผ่วเบาและเย็นเยียบจนผมรู้สึกหนาวไปถึงกระดูก
"รวินท์... ภาพนี้... ทำไมมือของคนที่ถ่ายรูปนี้ถึงดูเหมือน... มือของคุณล่ะคะ?"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นเช่นนี้นะครับ
แบล็กสมิธในตำนานครับ
เงาปรารถนาในรอยจารึก•ตอนที่ 11
แสงสะท้อนในกระจก
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาปรารถนาในรอยจารึก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!