"อย่าแตะต้องหน้ากระดาษนั้นถ้าคุณยังไม่พร้อมจะยอมรับว่าตระกูลของคุณอาจไม่ได้เป็นเหยื่ออย่างที่เคยเชื่อมาตลอด"
ลลินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับอยู่ในห้องสมุดลับใต้ดินของคฤหาสน์รวินท์ กลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่อบอวลอยู่ในอากาศดูจะหนักอึ้งขึ้นทันทีเมื่อสิ้นเสียงของเธอ รวินท์ชะงักมือที่กำลังสั่นเทาอยู่เหนือสมุดบันทึกหนังสีดำเข้มที่ถูกเก็บซ่อนไว้หลังชั้นหนังสือเล่มหนา เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวผ่านแสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันเพียงดวงเดียว แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเคือง แต่มันเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าที่กัดกินมานานนับสิบปี
"ถ้าความจริงมันจะทำให้ผมหลุดพ้นจากความรู้สึกผิดที่คอยหลอกหลอนอยู่ทุกคืน ผมก็พร้อมจะยอมรับมันครับ" รวินท์ตอบเสียงเรียบ แต่ทว่าแฝงไปด้วยความสั่นเครือที่ซ่อนไว้ไม่อยู่
เขาสูดหายใจเข้าลึก ประคองสมุดเล่มนั้นออกมาวางบนโต๊ะไม้โอ๊กเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนราวกับประวัติศาสตร์ที่เขาพยายามลบเลือน ลลินขยับเข้ามาใกล้ แสงไฟสะท้อนให้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นของเธอ ในฐานะทนายความที่คลุกคลีกับคดีความมามากมาย เธอรู้ดีว่าความจริงมักมีสองด้านเสมอ แต่สำหรับรวินท์ ความจริงนั้นอาจหมายถึงการพังทลายของตัวตนที่เขาสร้างขึ้นเพื่อปกป้องความทรงจำเกี่ยวกับครอบครัว
รวินท์เปิดหน้ากระดาษแผ่นที่คั่นด้วยริบบิ้นสีซีดจาง ลายมือเขียนด้วยหมึกสีน้ำเงินเข้มที่ดูเร่งรีบและรุนแรงในบางจุด ลลินกวาดสายตาอ่านเนื้อความในบันทึกนั้น ก่อนที่นิ้วเรียวของเธอจะชะงักลงที่บรรทัดกลางหน้ากระดาษ
"นี่มัน..." ลลินพึมพำ ใบหน้าของเธอเปลี่ยนสีไปชั่วขณะ
รวินท์ก้มลงอ่านตาม นิ้วของเขาไล่ไปตามตัวอักษรที่ระบุถึงเหตุการณ์ในคืนอุบัติเหตุเมื่อสิบปีก่อน วันที่เขาเชื่อมาตลอดว่าความประมาทของเขาคือสาเหตุที่พรากทุกคนไป แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับไม่ใช่รายงานอุบัติเหตุ แต่มันคือบันทึกการวางแผนเพื่อโยกย้ายทรัพย์สินและคำสารภาพถึงความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นภายในตระกูลรวินท์ก่อนเหตุการณ์นั้นเพียงหนึ่งสัปดาห์
"ชื่อนี้..." รวินท์แตะไปที่ชื่อที่ถูกบันทึกไว้ในวงเล็บท้ายประโยค หัวใจของเขากระตุกวูบ ความเงียบในห้องสมุดเริ่มบีบคั้นจนเขารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก
"มันเป็นไปไม่ได้" เขาพึมพำกับตัวเอง "คนคนนี้ตายไปก่อนหน้าพวกท่านหลายปี"
"รวินท์ครับ" ลลินจับไหล่เขาไว้แน่น สัมผัสของเธอเย็นเยียบ "บันทึกนี้ถูกเขียนขึ้นเมื่อสิบปีที่แล้วด้วยลายมือที่ยืนยันได้ว่าเป็นของบิดาคุณ แต่มันถูกเขียนขึ้น 'หลังจาก' ที่เขาน่าจะเสียชีวิตไปแล้วตามข้อมูลทางทะเบียนราษฎร์ นั่นหมายความว่าใครบางคน... หรือบางสิ่งที่ใช้ชื่อเขา กำลังบงการทุกอย่างอยู่เบื้องหลังตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้"
รวินท์นิ่งไปราวกับถูกสาป ความจริงที่เขาตามหาไม่ได้ปลดปล่อยเขาจากความเจ็บปวด แต่มันกลับยิ่งรัดคอเขาให้แน่นขึ้นด้วยปริศนาที่ใหญ่กว่าเดิม เขาเงยหน้ามองลลินด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วน สับสน และหวาดกลัว เขาตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาไม่ได้เป็นเพียงผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุ แต่เขาอาจเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในเกมที่ยังไม่จบสิ้น
"ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ หรือถ้ามีใครบางคนสวมรอยเขาอยู่..." รวินท์เว้นจังหวะ มือของเขากำแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ "แสดงว่าความตายของครอบครัวผมคือสิ่งที่ถูกวางแผนไว้ล่วงหน้าอย่างเลือดเย็นที่สุด"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นเหนือศีรษะของพวกเขา ในห้องสมุดที่ควรจะถูกปิดตายและไม่มีใครล่วงรู้การมีอยู่ ลลินรีบดับตะเกียงทันที ทั้งคู่จมดิ่งลงสู่ความมืดมิดที่แสนเย็นเยียบ รวินท์โน้มตัวกระซิบข้างหูลลินด้วยเสียงที่เบาที่สุด
"อย่าขยับครับ"
เสียงฝีเท้าหยุดลงที่หน้าประตูเหล็กดัดชั้นบน เสียงไขกุญแจที่คุ้นหูดังขึ้น 'กริ๊ก' ตามด้วยเสียงประตูบานหนักที่ค่อยๆ เปิดออก แสงสว่างจากไฟฉายแรงสูงส่องกราดเข้ามาในความมืด รวินท์เห็นเงาร่างของชายคนหนึ่งยืนตระหง่านอยู่ที่บันไดวนลงมา ชายผู้นั้นสวมแหวนตราประจำตระกูลรวินท์ที่เขาคิดว่ามันจมหายไปในซากรถยนต์เมื่อสิบปีที่แล้ว
"หาของที่ไม่อยากให้ใครเจออยู่หรือครับ... คุณชาย?" เสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นดังสะท้อนก้องทั่วห้องสมุด พร้อมกับเสียงปลดล็อกเซฟตี้ปืนที่ดังชัดเจนในความเงียบ
นี่คือบทสรุปที่ผมภูมิใจนำเสนอให้ทุกท่านได้ติดตามและดำดิ่งไปกับปมปริศนาที่กำลังจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ครับ - แบล็กสมิธในตำนาน
เงาปรารถนาในรอยจารึก•ตอนที่ 10
ในห้องสมุดที่เงียบงัน
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาปรารถนาในรอยจารึก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!