“วางมันลงซะ รวินท์... ถ้าความจริงในกระดาษแผ่นนั้นมันไม่ได้ทำให้นายรู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว”
เสียงของลลินแหบพร่าและสั่นไหว เธอไม่ได้ก้าวเข้ามาใกล้ แต่ยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องเก็บของที่เต็มไปด้วยฝุ่นคลุ้ง สายตาของเธอจับจ้องไปที่มือหนาของชายหนุ่มที่สั่นเทาอยู่เหนือกล่องไม้เก่าคร่ำครึ
รวินท์ไม่ได้ตอบ เขานิ่งงัน ราวกับถูกแรงดึงดูดบางอย่างตรึงร่างไว้ ปลายนิ้วสัมผัสกับกระดาษจดหมายที่ขอบเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองกรอบ กลิ่นอายของความทรงจำที่เขาพยายามฝังกลบมาตลอดหลายปีโชยออกมาพร้อมกับฝุ่นละออง มันไม่ใช่แค่กลิ่นกระดาษเก่า แต่มันคือกลิ่นของ ‘เหตุการณ์นั้น’ กลิ่นของความสูญเสียที่เขายังจำได้ติดจมูก
“เธอไม่เข้าใจหรอก ลลิน” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความร้าวราน “สิ่งที่พ่อทิ้งไว้... ไม่ใช่แค่จดหมาย แต่มันคือคำสาปที่ส่งต่อมาจากสายเลือด”
รวินท์ค่อยๆ คลี่กระดาษแผ่นนั้นออกช้าๆ ลายมือของพ่อที่เขาเคยเห็นตอนเด็ก บัดนี้ดูเปลี่ยนไป มันตวัดคมและดุดันราวกับกำลังเขียนด้วยความเร่งรีบหรือความหวาดกลัวบางอย่างที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
*‘รวินท์... หากเจ้าได้อ่านจดหมายฉบับนี้ แสดงว่าข้าไม่ได้อยู่เพื่อหยุดเจ้าแล้ว พลังที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเจ้า มันไม่ใช่ของขวัญ แต่มันคือรอยจารึกที่รอเวลาจะกัดกินจิตวิญญาณของเจ้าเอง อย่าได้พยายามควบคุมมันด้วยความเกลียดชัง เพราะยิ่งเจ้าต่อต้าน มันจะยิ่งบดขยี้เจ้าจนไม่เหลือซาก จงจำไว้ว่าเงาปรารถนาไม่ได้อยู่ในกระจก แต่มันอยู่ในความรู้สึกผิดที่เจ้าแบกไว้ในใจ... อย่าใช้มัน หากเจ้ายังไม่พร้อมจะสูญเสียทุกอย่างที่เหลืออยู่ไปอีก’*
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องเล็กๆ นี้จนได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจที่ขัดจังหวะของกันและกัน รวินท์อ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมา บรรทัดแล้วบรรทัดเล่า ภาพอุบัติเหตุในวันที่ไฟลุกโชน รถยนต์ที่บิดเบี้ยว และเสียงกรีดร้องที่เขาเคยเชื่อว่าตัวเองเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวฉายชัดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง แต่สิ่งที่พ่อเขียน... มันกลับแย้งกับทุกสิ่งที่เขาเคยจดจำ
“พ่อไม่ได้บอกว่ามันเป็นอุบัติเหตุ” รวินท์พึมพำ ดวงตาเบิกกว้าง “เขาบอกว่าเขาพยายามจะหยุดมัน... หยุดอะไรกันล่ะ?”
ลลินขยับกายเข้ามาใกล้ เธอวางมือลงบนไหล่ของเขา สัมผัสที่อบอุ่นของเธอทำให้น้ำตาที่รวินท์พยายามกลั้นไว้แทบทะลักออกมา “รวินท์ มองหน้าฉัน... พ่อของคุณอาจจะแค่ต้องการปกป้องคุณจากการโทษตัวเอง เขาไม่ได้ทิ้งปริศนาเพื่อให้คุณเดินลงไปในเหว แต่เพื่อให้คุณรู้ว่าคุณไม่ได้เดียวดายในเส้นทางนี้”
“เธอพูดง่ายเพราะเธอไม่ใช่คนที่มีความตายของพ่อแม่ติดตัวไปทุกที่!” รวินท์ตวาดกลับอย่างลืมตัว เขาผลักมือลลินออกแรงเกินไปจนหญิงสาวเซไปด้านหลัง สายตาที่เขาจ้องมองเธอมันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความแตกสลายที่เกินเยียวยา
เขาทรุดตัวลงนั่งกับพื้นกล่องไม้ในมือร่วงหล่น จดหมายฉบับนั้นปลิวไปตกแทบเท้าของลลิน เธอหยิบมันขึ้นมาอย่างระมัดระวัง พลางอ่านข้อความเหล่านั้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนที่ดวงตาของเธอจะเบิกกว้างเมื่อสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่มุมกระดาษ
“รวินท์...” เสียงของลลินแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน “ที่มุมนี้... มันมีรอยประทับตรา มันไม่ใช่ตราประจำตระกูลของคุณ แต่มันคือตราของสถาบันที่ถูกสั่งปิดไปเมื่อยี่สิบปีก่อน สถาบันที่คุณเคยบอกว่า... คุณไม่เคยเหยียบย่างเข้าไปเลย”
รวินท์เงยหน้าขึ้นมองเธอ หัวใจของเขาสั่นระรัวราวกับกลองรบที่ตีรัวในยามวิกาล ความทรงจำที่ขาดหายไปราวกับจิ๊กซอว์ที่ถูกกระชากออกจากกันเริ่มประกอบร่างขึ้นอย่างน่ากลัว
เขาลุกขึ้นยืนทันที คว้าจดหมายจากมือลลินมาดูอีกครั้ง และในจังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอย่างรุนแรงจากด้านนอกก็ทำให้ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัว มันไม่ใช่เสียงเคาะประตูธรรมดา แต่มันคือจังหวะการทุบที่แฝงไปด้วยความอาฆาต
“ใคร?” รวินท์ตะโกนถาม พร้อมกับที่เขาสัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบที่พุ่งพล่านไปตามกระแสเลือด พลังที่พ่อเคยเตือนไว้เริ่มสั่นไหวและตอบสนองต่อภัยคุกคามข้างนอกนั่น
ไม่มีเสียงตอบรับจากด้านนอก มีเพียงเสียงบานประตูเหล็กดัดหน้าบ้านที่ถูกกระชากจนหลุดออกจากบานพับ รวินท์ถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติขณะที่ลลินคว้าแขนเขาไว้แน่น ทว่าสิ่งที่ก้าวเข้ามาในห้องโถงไม่ใช่ศัตรูที่เขานึกภาพไว้
ชายชราในชุดสูทสีเทาเข้ม รูปร่างสูงโปร่ง ผมสีดอกเลาที่ตัดแต่งอย่างเป็นระเบียบเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้รวินท์ขนลุกซู่ เขาไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็นคนที่รวินท์เห็นในข่าวว่าเป็น ‘ผู้เสียชีวิต’ ไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน
“สวัสดีครับหลานชาย...” ชายชรากล่าวพลางขยับแว่นสายตา “ฉันรอให้เธอเปิดจดหมายฉบับนี้มานานเหลือเกิน... เพราะถ้าเธอไม่เปิดมัน กุญแจดอกสุดท้ายที่จะไขความลับของครอบครัวเรา... ก็จะไม่มีวันถูกเปิดออก”
ชายชราควักวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันคือสร้อยคอที่มีจี้รูปกุญแจซึ่งเหมือนกับรอยแผลเป็นบนข้อมือของรวินท์ราวกับแกะ
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดของรวินท์และลลินในตอนนี้ครับ
แบล็กสมิธในตำนานครับ
เงาปรารถนาในรอยจารึก•ตอนที่ 40
จดหมายที่ถูกทิ้งไว้
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาปรารถนาในรอยจารึก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!