แฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำตาลเข้มถูกปิดลงด้วยแรงที่มากเกินความจำเป็น เสียงกระแทกกระทั้นบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสะท้อนก้องห้องทำงานที่เงียบสงบในยามวิกาล มันไม่ใช่เสียงของความโกรธเกี้ยว แต่เป็นเสียงที่สะท้อนความสิ้นหวังอันหนักอึ้งจนเกินกว่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะแบกรับไว้ไหว
รวินท์ทิ้งตัวลงพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างหมดแรง ศีรษะเอียงพับไปด้านหลัง ดวงตาคู่คมเหม็งมองเพดานห้องที่มืดสลัว ปลายนิ้วมือสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่เขายกขึ้นนวดคลึงหว่างคิ้วเพื่อขับไล่ความปวดร้าวที่แล่นริ้วขึ้นมาจากการใช้ความคิดมาตลอดทั้งคืน
บนโต๊ะตรงหน้า เอกสารทางกฎหมายนับร้อยหน้า รายงานการสอบสวนจากเหตุการณ์ในอดีต และหลักฐานที่ลลินเพียรพยายามรวบรวมมาอย่างยากลำบาก กลับกลายเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่า เมื่อคำวินิจฉัยล่าสุดจากศาลส่งตรงมาถึงมือในช่วงเย็นวันนี้—คำสั่งยกฟ้อง ด้วยเหตุผลที่ว่า "หลักฐานยังมีน้ำหนักไม่เพียงพอที่จะรื้อฟื้นคดี"
มันจบแล้ว... เสียงหนึ่งในใจกระซิบย้ำซ้ำๆ
ความพยายามตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา การเผชิญหน้ากับความกลัว การขุดคุ้ยบาดแผลในอดีตที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ด้วยหยาดน้ำตาและคราบเลือด ทั้งหมดนี้พังทลายลงในพริบตา ราวกับปราสาททรายที่ถูกคลื่นซัดสาดจนไม่เหลือเค้าเดิม รวินท์หัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งผากและเต็มไปด้วยความสมเพชตัวเอง เขาเคยคิดว่าหากมีความกล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับความจริง ความยุติธรรมจะเยียวยารอยแผลเป็นในใจ แต่เขาลืมไปว่าโลกใบนี้ไม่ได้หมุนไปด้วยความถูกต้องเสมอไป
"คุณรวินท์..."
เสียงหวานคุ้นเคยเอ่ยเรียกขึ้นเบาๆ จากมุมห้อง ลลินยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตากลมโตคู่นั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยและร่องรอยความเหนื่อยล้า เธอไม่ได้ขยับเข้าไปใกล้ทันที เพราะรู้ดีว่าเวลานี้รวินท์ต้องการพื้นที่เพื่อจัดการกับพายุอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำในอก
"กลับไปเถอะครับ ลลิน" รวินท์เอ่ยขึ้นโดยไม่หันไปมอง น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย ไร้ซึ่งพลังใดๆ ราวกับวิญญาณที่หลุดออกจากร่าง "คุณทำหน้าที่ของคุณได้ดีที่สุดแล้ว ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องมาจมปลักอยู่กับความล้มเหลวครั้งนี้กับผมอีก"
"เรายังไม่แพ้เสียหน่อยนะคะ... เอ๊ด... ผมหมายถึง เรายังพอมีช่องทางอื่น" ลลินชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้น้ำเสียงจริงจังเกินกว่าจะปลอบโยน เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานช้าๆ "คำสั่งยกฟ้องไม่ใช่จุดสิ้นสุด เราสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ ผมเชื่อว่าหลักฐานชุดใหม่ที่ได้มา..."
"พอเถอะครับลลิน!" รวินท์สะบัดหน้ากลับมามองเธอ ดวงตาคู่คมแดงก่ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำที่คลอหน่วงแต่ไม่ยอมไหลริน "คุณยังไม่เข้าใจอีกหรือว่าเรากำลังสู้กับอะไร? พวกเขาไม่ได้ต้องการความจริง พวกเขาต้องการแค่ให้เรื่องนี้มันตายไปพร้อมกับซากรถคันนั้น! และผม..."
ชายหนุ่มหยุดหายใจไปชั่วขณะ หน้าอกกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรงตามจังหวะอารมณ์ที่พุ่งพล่าน
"และผมก็เหนื่อยเต็มทีแล้วที่จะต้องวิ่งไล่เงาตัวเอง"
คำพูดนั้นบาดลึกราวกับคมมีด ลลินนิ่งงัดพูดไม่ออก เธอมองชายหนุ่มผู้ชายที่เธอเคยคิดว่าเข้มแข็งที่สุดในโลก บัดนี้กลับทรุดฮวบลงทางจิตใจจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม รวินท์หลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ความมืดมิดเข้าครอบงำจิตใจ ความรู้สึกผิดที่เคยพยายามผลักไส กลับไหลทะลักกลับเข้ามาท่วมท้นในอก ภาพเหตุการณ์ในคืนวันอุบัติเหตุ เสียงกรีดร้องของคนในครอบครัว กลิ่นควันไฟ และความรู้สึกไร้ทาง
*‘เพราะแก... เพราะแกคนเดียวที่รอดชีวิต’* เสียงในหัวก้องกังวานตอกย้ำ
รวินท์หายใจติดขัด มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความคิดที่จะยอมแพ้ ล้มเลิกทุกอย่าง แล้วปล่อยให้ความเงียบงันกลืนกินชีวิตที่เหลืออยู่ เริ่มหอมหวานและน่าดึงดูดใจเหลือเกินในนาทีนี้ การหยุดสู้... มันง่ายกว่าการดิ้นรนในความมืดที่ไม่มีวันมองเห็นแสงสว่างลิบลับตรงปลายอุโมงค์มากนัก
บรรยากาศในห้องตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าอึดอัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ และเสียงลมหายใจที่สั่นเทาของคนทั้งคู่ ลลินเม้มริมฝีปากแน่น มือบางเอื้อมไปสัมผัสขอบโต๊ะเพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจ เธอกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อดึงเขากลับมาจากขอบเหวแห่งความสิ้นหวัง
ทว่า... ก่อนที่คำพูดใดจะหลุดจากริมฝีปากของเธอ
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ท่ามกลางความเงียบงันยามวิกาล มันดังชัดเจนจนทำให้ทั้งรวินท์และลลินสะดุ้งสุดตัว
รวินท์ขมวดคิ้วแน่นด้วยความฉงน ไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่ในเวลานี้ ยิ่งดึกดื่นป่านนี้แล้วด้วย ลลินหันไปมองทางประตูด้วยความระแวง ก่อนจะหันกลับมาสบตากับรวินท์ที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้
ประตูดันเปิดออกช้าๆ โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาต เสียงบานพับเก่าดังเอี๊ยดอ๊าดบาดหู
ร่างเงาของบุคคลปริศนาก้าวเข้ามาในห้อง ความมืดสลัวทำให้มองเห็นใบหน้าไม่ชัดเจนนัก แต่สิ่งที่ทำให้รวินท์ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง คือซองเอกสารสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าในมือของอีกฝ่าย—ซองเอกสารที่จ่าหน้าด้วยลายมือคุ้นตาอย่างประหลาด ลายมือที่ควรจะหายสาบสูญไปพร้อมกับความจริงที่ถูกฝังกลบเมื่อสิบปีก่อน
"ดึกดื่นป่านนี้แล้ว... ทำไมคุณถึงเพิ่งยอมแพ้ง่ายๆ แบบนี้ล่ะครับ คุณรวินท์" เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มปริศนาที่มุมปากของแขกยามวิกาลผู้มาเยือน
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดของรวินท์และลลินในตอนนี้ครับ
แบล็กสมิธในตำนานครับ
เงาปรารถนาในรอยจารึก•ตอนที่ 41
วิกฤตศรัทธา
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาปรารถนาในรอยจารึก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!