“ถ้าคุณยังกดน้ำหนักมือลงบนแผลนั่นอีกไม่นานเลือดได้นองเต็มพรมเก่าๆ นี่แน่ ลลิน”
รวินท์เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้นของอพาร์ตเมนต์ราคาถูกใจกลางย่านเสื่อมโทรม เสียงของเขาแหบพร่าและเย็นชา ทว่าแฝงไปด้วยความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้สีหน้าเรียบเฉย
ลลินชะงักมือที่กำลังกดสำลีชุ่มน้ำเกลือลงบนรอยแผลฉกรรจ์ที่หัวไหล่ของรวินท์ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดความสั่นเทาในมือ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความรู้สึกผิดที่กัดกินใจตั้งแต่วินาทีที่กระสุนนัดนั้นเฉี่ยวผ่านเขาไปแทนที่จะเป็นเธอ แสงไฟจากหลอดนีออนสลัวๆ บนเพดานกะพริบถี่ราวกับจะขาดใจ ห้องพักห้องนี้เล็กและคับแคบ ผนังปูนกะเทาะจนเห็นเนื้อในที่เป็นความมืดดำชวนอึดอัด มันคือสถานที่เดียวที่พวกเขาจะใช้ซ่อนตัวจากสายตาของพวกที่ไล่ล่ามาได้ในตอนนี้
“ฉันขอโทษ” ลลินพึมพำ สายตาของเธอจับจ้องอยู่ที่บาดแผล แต่ใจกลับลอยไปถึงเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน “ถ้าฉันไม่ดื้อดึงที่จะเปิดกล่องใบนั้นในคืนนี้ คุณก็คงไม่ต้องเจ็บตัวแบบนี้”
รวินท์แค่นยิ้มที่มุมปาก มันเป็นรอยยิ้มที่ปราศจากความรื่นรมย์ “โลกนี้ไม่มีคำว่าถ้าหรอกลลิน รอยจารึกนั่นมันเลือกเจ้าของของมันตั้งแต่วันที่คุณตัดสินใจหยิบมันขึ้นมาจากที่เก็บหลักฐานแล้ว ต่อให้เราไม่ทำอะไรเลย สักวันพวกมันก็จะตามมาหาเราอยู่ดี”
เขาลุกขึ้นนั่งพิงผนังที่เต็มไปด้วยคราบฝุ่น ร่างกายที่แข็งแกร่งกำลังสั่นไหวจากอาการเสียเลือด แต่ดวงตาของเขายังคงคมกริบและเต็มไปด้วยความระแวดระวัง ลลินมองใบหน้าที่ตรากตรำไปด้วยความลับของชายตรงหน้า ความรู้สึกผิดในใจเธอเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความตั้งใจแน่วแน่ เธอไม่ใช่หญิงสาวที่อ่อนแออีกต่อไป ทนายความสาวที่เคยยึดมั่นในกฎหมายอย่างเธอ ในเวลานี้พร้อมจะก้าวเข้าสู่ความมืดมิดเพื่อปกป้องผู้ชายที่แบกรับความตายของครอบครัวไว้เพียงลำพังคนนี้
“เราต้องหาทางแกะรหัสในสมุดเล่มนั้นให้ได้” ลลินกล่าวพลางหยิบสมุดบันทึกหนังเก่าแก่ขึ้นมาวางบนโต๊ะไม้ตัวเล็ก “รวินท์... พ่อของคุณทิ้งคำใบ้บางอย่างไว้ในบันทึกหน้าที่สิบสอง มันไม่ใช่แค่รหัสผ่าน แต่เป็นชื่อของใครบางคนที่ยังมีชีวิตอยู่และเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุเมื่อสิบปีก่อน”
รวินท์ชะงักไป ดวงตาที่เคยนิ่งสงบไหววูบในเสี้ยววินาที “คุณแน่ใจนะ? ถ้ามันเป็นชื่อคนที่เราไม่อยากเจอ... เราอาจจะเดินเข้าหาความตายโดยไม่รู้ตัว”
“แล้วเรามีทางเลือกอื่นหรือครับ?” ลลินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา “เราติดอยู่ในรอยจารึกที่เขาสร้างไว้จนถอยหลังกลับไม่ได้แล้ว การซ่อนตัวที่นี่เป็นเพียงการยื้อเวลาเท่านั้น หากเราไม่เป็นฝ่ายรุก เราก็จะกลายเป็นเหยื่อให้พวกมันล่าจนมุม”
รวินท์นิ่งไปนาน ความเงียบในห้องถูกแทรกด้วยเสียงฟ้าร้องคำรามจากด้านนอก พายุฝนกำลังจะถล่มลงมาสู่เมืองที่โสมมแห่งนี้ เขาเอนหัวพิงกำแพงพลางถอนหายใจยาว “คุณรู้ไหมลลิน... ยิ่งผมเห็นคุณพยายามช่วยผมมากเท่าไหร่ ผมยิ่งรู้สึกว่าผมกำลังพาคุณไปสู่นรกที่ไม่มีวันกลับออกมาได้”
“นรกที่ไหนก็ตาม ถ้ามีคุณอยู่ด้วย มันก็ไม่ได้น่ากลัวไปกว่าการมีชีวิตอยู่โดยปราศจากความจริง”
ลลินเอื้อมมือไปกุมมือที่เย็นเฉียบของรวินท์ไว้แน่น สัมผัสนั้นดูเหมือนจะช่วยดึงสติของเขาให้กลับมา ความอบอุ่นที่ไม่ได้สัมผัสมานานนับสิบปีทำให้น้ำตาของรวินท์เกือบจะร่วงหล่น เขาเป็นชายที่เข้มแข็งในสายตาคนอื่น แต่ในมุมลับตาคนเช่นนี้ เขาเป็นเพียงผู้ชายที่บอบช้ำจากอดีตที่ยังคงตามหลอกหลอน
ทว่าในจังหวะที่ความตึงเครียดกำลังแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบที่เปราะบาง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพัก เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาด้วยจังหวะที่มั่นคงและเชื่องช้า แต่มันไม่ได้เดินผ่านไปเหมือนคนที่อยู่ห้องข้างๆ แต่มันหยุดลง... ตรงหน้าประตูห้องของพวกเขาพอดี
รวินท์ดีดตัวขึ้นทันที ความเจ็บปวดจากแผลที่ไหล่ถูกผลักทิ้งไว้ข้างหลัง เขาหยิบปืนที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมาทันควันและส่งสัญญาณให้ลลินถอยไปอยู่หลังตู้เสื้อผ้า ลลินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะโทรขอความช่วยเหลือ ทว่ารวินท์กลับคว้าข้อมือเธอไว้แล้วส่ายหน้าช้าๆ
เสียงเคาะประตูสามครั้งดังขึ้นอย่างแผ่วเบา แต่มันกลับก้องกังวานในความรู้สึกของพวกเขาเสียยิ่งกว่าเสียงระเบิด ก่อนที่เสียงแหบพร่าของชายวัยกลางคนจะดังลอดผ่านบานประตูที่ผุพังเข้ามา
“ผมรู้ว่าพวกคุณอยู่ในนั้น... และผมก็รู้ด้วยว่าสิ่งที่พวกคุณตามหาอยู่ไม่ได้มีแค่ในสมุดเล่มนั้นหรอกนะ”
รวินท์เบิกตากว้างเมื่อได้ยินเสียงนั้น ใบหน้าของเขาสีซีดเผือดลงทันทีราวกับเห็นผี ลลินสังเกตเห็นอาการนั้นแล้วถามด้วยกระซิบที่สั่นเครือ “รวินท์... ใครกันคะ? เขาคือคนที่คุณรู้จักเหรอ?”
รวินท์ไม่ได้ตอบ แต่เขากลับลดปืนลงด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ประตูแล้วถามออกไปด้วยเสียงที่สั่นพร่าไม่แพ้กัน “นั่นคุณ... จริงๆ เหรอ? คุณควรจะตายไปตั้งแต่สิบปีก่อนแล้วไม่ใช่เหรอ?”
บานประตูค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกด้วยปลายเท้าของชายที่ยืนอยู่เบื้องหลังความมืดมนในโถงทางเดิน เงาร่างนั้นทาบทับเข้ามาในห้อง แสงจากหลอดไฟที่กะพริบถี่ทำให้รวินท์เห็นใบหน้าของชายคนนั้นชัดเจน และนั่นคือวินาทีที่โลกทั้งใบของเขาสั่นสะเทือนยิ่งกว่าเหตุการณ์อุบัติเหตุครั้งนั้นเสียอีก
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดของรวินท์และลลินในตอนนี้ครับ
แบล็กสมิธในตำนานครับ
เงาปรารถนาในรอยจารึก•ตอนที่ 39
การตั้งหลัก
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาปรารถนาในรอยจารึก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!