“ปล่อยมือผมเดี๋ยวนี้ลลิน!”
รวินท์แผดเสียงก้องขณะสะบัดข้อมือออกแรงสุดกำลัง กระแสไฟฟ้าสีน้ำเงินเข้มที่สั่นพ้องระหว่างข้อมือของเขากับหญิงสาวส่งเสียงหวีดหวิวราวกับเสียงกรีดร้องของโลหะที่กำลังบิดเบี้ยว ร่างของทั้งคู่ถอยกรูดไปคนละทิศทาง แรงเหวี่ยงจากสนามพลังอัดกระแทกเข้ากับผนังห้องจนรอยจารึกโบราณที่สลักไว้บนหินอ่อนเริ่มร้าวลึก
ลลินล้มพับลงกับพื้น ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มือที่สั่นเทาพยายามกุมข้อมือข้างที่ปรากฏรอยสัญลักษณ์สีทองจางๆ ซึ่งบัดนี้มันเรืองแสงวาบเป็นจังหวะเดียวกับหัวใจที่เต้นรัว รวินท์ยันตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ ลมหายใจของเขาหอบถี่ แววตาที่เคยเงียบขรึมและนิ่งสงบถูกแทนที่ด้วยเพลิงแห่งความระแวง
“คุณเห็นแล้วใช่ไหม...” รวินท์เค้นเสียงลอดไรฟัน “นี่คือสิ่งที่พ่อนายพยายามปกปิดไว้ หรือนี่คือสิ่งที่พวกมันต้องการให้เราพบกันตั้งแต่แรก?”
ลลินพยุงตัวขึ้นช้าๆ สายตาของเธอไม่ได้มองรวินท์ด้วยความหวาดกลัวอย่างที่เขาคาดหวัง แต่กลับเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นที่น่าประหลาดใจ “ถ้าสิ่งนี้คือกับดัก... เราก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำลายผู้สร้างกับดักนี้ทิ้งไปเสีย รวินท์ คุณบอกเองว่าคุณไม่อยากเป็นเหยื่อในอดีตอีกแล้วไม่ใช่หรือ?”
รวินท์ชะงัก รอยแผลเป็นในใจที่เขาพยายามกดทับไว้เนิ่นนานเหมือนถูกสะกิดจนเปิดออก ชายหนุ่มเดินตรงไปยังโต๊ะไม้ตัวยาวที่เต็มไปด้วยแผนผังผังอาคารและบันทึกโบราณ เขาหยิบปากกาขีดฆ่าจุดยุทธศาสตร์ในแผนที่ด้วยมือที่เริ่มนิ่งสนิท
“ฐานทัพของพวกมันไม่ใช่แค่ที่พำนัก แต่มันคือศูนย์กลางการถ่ายโอนพลังงานที่เชื่อมต่อกับรอยจารึกพวกนี้” รวินท์ชี้ไปที่จุดบอดของแผนที่ “ห้องใต้ดินชั้นที่สี่... ที่นั่นไม่มีกล้องวงจรปิด ไม่มีการลาดตระเวน เพราะพวกมันมั่นใจว่า ‘โซ่ตรวน’ ที่พวกมันสร้างไว้จะไม่มีวันถูกทำลาย”
“แต่เราทำได้” ลลินเดินเข้ามาใกล้ วางมือข้างที่มีสัญลักษณ์ทาบลงบนแผนที่ “ถ้าการเชื่อมต่อของเราทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าแบบเมื่อกี้ แปลว่าเราคือรหัสผ่าน รวินท์ เราไม่ได้ถูกขัง แต่เราคืออาวุธที่พวกมันควบคุมไม่ได้”
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันใด มีเพียงเสียงนาฬิกาแขวนผนังที่เดินไปอย่างเชื่องช้า รวินท์จ้องมองใบหน้าของหญิงสาว เขาสังเกตเห็นความอ่อนล้าใต้ดวงตาคู่สวยนั้น ความเป็นห่วงผุดขึ้นในอก แต่เขาก็จำต้องผลักไสความรู้สึกส่วนตัวออกไปเพื่อเป้าหมายที่ใหญ่กว่า
“เราจะบุกคืนนี้” รวินท์ตัดสินใจเด็ดขาด “ผมจะสร้างสิ่งเบี่ยงเบนความสนใจที่ชั้นบนสุด แรงระเบิดจะดึงกำลังพลเกือบทั้งหมดให้พุ่งขึ้นไปข้างบน ส่วนคุณ... ต้องแทรกซึมผ่านระบบระบายอากาศลงไปที่ห้องนิรภัย”
“ถ้าฉันไป... แล้วคุณล่ะ?” ลลินถามแทรกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “คุณจะเอาตัวรอดจากพวกรุมล้อมพวกนั้นคนเดียวได้ยังไง”
รวินท์หันหลังกลับมา รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนใบหน้าเข้ม “ผมชดใช้ความผิดพลาดในอดีตมามากพอแล้วลลิน ครั้งนี้... ผมจะไม่ยอมเสียใครไปอีกแม้แต่คนเดียว การตายของผมไม่มีความหมายเท่ากับการที่คุณต้องก้าวต่อไปเพื่อเปิดเผยความจริงเรื่องครอบครัวผม”
เขาหยิบปืนพกและอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมาตรวจสอบความพร้อม เสียงโลหะกระทบกันเป็นจังหวะที่มั่นคง แผนการถูกวางไว้รัดกุม แต่ทว่าในขณะที่เขากำลังจะบรรจุกระสุนนัดสุดท้าย เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องลับที่ควรจะไม่มีใครรู้พิกัด
*ปัง!*
ประตูบานหนาถูกเตะจนกระเด็นหลุดจากบานพับ ฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ชายในชุดสูทสีดำสนิทเดินเข้ามาอย่างใจเย็น ท่ามกลางแสงสลัวจากหน้าต่างที่ลอดผ่านเข้ามา รวินท์จำใบหน้าชายผู้นี้ได้แม่นยำ... เขาคือคนเดียวกับที่ปรากฏในภาพถ่ายเก่าแก่ในบ้านของรวินท์ คนที่เป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุครั้งนั้น
“พวกคุณสองคนวางแผนกันได้ดีมาก” ชายผู้นั้นกล่าวเสียงเรียบ ดวงตาไร้อารมณ์คู่นั้นจ้องมองมาที่รวินท์ก่อนจะเบนไปที่ลลิน “แต่พวกคุณคงลืมไปว่า... ในฐานะเจ้าของรอยจารึก พวกผมย่อมรู้ดีว่าเหยื่อจะเดินไปทางไหนก่อนที่มันจะคิดเสียอีก”
เขายกอุปกรณ์สื่อสารขนาดเล็กในมือขึ้นมา กดเพียงครั้งเดียว แสงสีแดงวาบขึ้นที่ข้อมือของรวินท์และลลินพร้อมกัน ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างจนทั้งสองทรุดลงไปกองกับพื้น ลลินพยายามตะเกียกตะกายหนี แต่ชายคนนั้นกลับก้าวเข้ามาใกล้แล้วเหยียบลงบนมือของเธออย่างเลือดเย็น
“รวินท์... ถึงเวลาที่คุณต้องเลือกระหว่างการล้างแค้น หรือชีวิตของผู้หญิงคนนี้แล้ว”
รวินท์มองลลินที่กำลังเจ็บปวด ก่อนจะหันไปสบตากับชายผู้นั้น แววตาของเขาเปลี่ยนไปจากความหวาดกลัวกลายเป็นความเย็นชาดุจน้ำแข็งที่พร้อมจะบดขยี้ทุกอย่าง เขาเอื้อมมือไปหยิบรีโมทจุดระเบิดที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะโดยที่ชายคนนั้นไม่ทันสังเกต
“งั้นลองดูว่า... แกจะเลือกอะไร” รวินท์กระซิบพลางกดปุ่มนั้นทันที
ทว่าแทนที่จะเป็นเสียงระเบิดจากชั้นบนของฐานทัพ กลับมีเสียงประกาศก้องดังมาจากลำโพงทั่วทั้งตึก แต่มันไม่ใช่เสียงระเบิดของเขา... มันคือเสียงของใครบางคนที่รวินท์ไม่เคยคิดว่าจะได้ยินมาก่อน เสียงที่ควรจะตายไปพร้อมกับกองเพลิงเมื่อสิบปีที่แล้ว!
“แบล็กสมิธในตำนานขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของรวินท์และลลินในบทนี้มาโดยตลอดนะครับ”
เงาปรารถนาในรอยจารึก•ตอนที่ 29
แผนการจู่โจม
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาปรารถนาในรอยจารึก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!