เงาปรารถนาในรอยจารึก•ตอนที่ 28

การหาพวกพ้อง

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
“รอยแผลเป็นบนข้อมือพวกคุณ ไม่ได้เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ ใช่ไหมครับ” เสียงของรวินท์เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งที่กระทบก้นบึ้งของความเงียบงัน เขาจ้องมองชายวัยกลางคนตรงหน้า—ชายที่ดูเหมือนจะมีอายุเพียงสี่สิบปี แต่แววตากลับหม่นแสงราวกับผ่านโลกมาแล้วนับศตวรรษ ในห้องใต้ดินที่อับชื้นและอบอวลด้วยกลิ่นสนิมเหล็กแห่งนี้ ลลินยืนตัวแข็งอยู่ข้างหลังเขา มือเรียวของเธอกำชายเสื้อของรวินท์ไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ชายผู้นั้นขยับยิ้ม ทว่ามันไม่ใช่รอยยิ้มที่สื่อถึงความสุข แต่มันคือการยิ้มเยาะโชคชะตา “อุบัติเหตุ? ช่างเป็นคำที่ฟังดูหรูหราสำหรับ ‘ความผิดพลาด’ ในการทดลองของพวกมันนะครับ คุณรวินท์” ลลินสูดหายใจลึก ก้าวออกมาจากเงามืดของรวินท์ แม้หัวใจจะเต้นรัวดั่งกลองรบ แต่ในฐานะทนายความ เธอต้องการคำตอบ “พวกเราไม่ได้มาที่นี่เพื่อขุดคุ้ยความเจ็บปวดครับ แต่ถ้าข้อมูลของผมไม่ผิดเพี้ยน พวกคุณคือ ‘ตัวอย่างที่รอดชีวิต’ จากโครงการที่พยายามจะหยุดยั้งเข็มนาฬิกาของคนกลุ่มนั้น” ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงหยดน้ำที่ตกกระทบพื้นคอนกรีตเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เหมือนกับเสียงนาฬิกาที่คอยนับถอยหลังสู่จุดจบ ชายวัยกลางคนถอนหายใจยาว ก่อนจะดึงแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นรอยจารึกเป็นตัวเลขโรมันที่บิดเบี้ยวและซ้อนทับกันราวกับเนื้อเยื่อที่ถูกเย็บกลับเข้าไปใหม่ ไม่ใช่แค่รอยแผล แต่มันคือบันทึกแห่งความเจ็บปวด “พวกมันพยายามขโมยเวลาจากเรา” ชายคนนั้นกล่าวต่อ “ไม่ใช่การย้อนอดีต แต่มันคือการกักขังอนาคตไว้ในห้องทดลองแคบๆ ผมเห็นเพื่อนตายลงไปทีละคน ไม่ใช่เพราะความชรา แต่เพราะร่างกายของพวกเขา ‘กระโดด’ ข้ามเวลาจนพังทลายลงเหมือนแก้วที่ถูกทุบ” รวินท์กำหมัดแน่น ความรู้สึกผิดในใจที่เคยหลับใหลเริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง ภาพเหตุการณ์ในอดีตที่เขาเคยพยายามฝังกลบเริ่มแจ่มชัดขึ้น ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่เป็นเหยื่อ แต่มีคนอีกนับไม่ถ้วนที่กลายเป็นเศษซากของความทะเยอทะยานที่บ้าคลั่งนี้ “คุณช่วยเราได้ไหม” รวินท์ถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย “ผมต้องการทำลายวงจรนี้ ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อไม่ให้ใครต้องกลายเป็นรอยจารึกที่ไร้ชื่อเสียงอีก” ชายวัยกลางคนหันไปมองสบตารวินท์ แววตาของเขาเปลี่ยนไปจากความเฉยชาเป็นความหวาดหวั่นที่ลึกซึ้ง “คุณกล้าพอจะแลก ‘ช่วงเวลาที่เหลืออยู่’ เพื่อลบชื่อตัวเองออกจากบัญชีของพวกมันไหมครับ? เพราะถ้าเราเริ่มเคลื่อนไหว นั่นหมายความว่านาฬิกาในตัวพวกเราทุกคนจะเริ่มเดินเร็วขึ้นเป็นสองเท่า” ลลินมองหน้ารวินท์ ความลังเลชั่ววูบปรากฏในแววตาของเธอ ก่อนที่เธอจะตัดสินใจเอื้อมมือไปกุมมือรวินท์ไว้ “เราไม่มีอะไรจะเสียไปมากกว่านี้แล้วครับรวินท์ เพราะความทรงจำที่หายไป มันเจ็บปวดกว่าการที่ต้องรีบจากไปไม่ใช่หรือครับ” รวินท์มองมือของลลินที่อบอุ่นและมั่นคง เขาสูดหายใจเข้าปอด ก่อนจะพยักหน้าให้ชายปริศนาผู้นั้น “ตกลงครับ บอกมาว่าต้องทำอย่างไร” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางเข้าห้องใต้ดิน มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของคนแปลกหน้า แต่เป็นเสียงที่จังหวะการเดินสม่ำเสมอและพร้อมเพรียงกันอย่างน่าขนลุก ชายวัยกลางคนเบิกตากว้าง สีหน้าของเขาสิ้นหวังในทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น “ไม่ทันแล้ว” เขาพึมพำ “พวกมันตามกลิ่น ‘ความผิดปกติ’ ในห้วงเวลามาพบแล้ว” ประตูเหล็กบานหนาถูกกระแทกจนพังยับเยิน ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ พร้อมกับกลุ่มคนในชุดสูทสีเทาเรียบกริบที่เดินเข้ามา ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของรวินท์แทบหยุดเต้นไม่ใช่การปรากฏตัวของคนกลุ่มนี้ แต่เป็นชายร่างสูงที่เดินตามหลังพวกเขาเข้ามา—ชายที่มีใบหน้าเหมือนกับรวินท์ทุกกระเบียดนิ้ว ทว่าแววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความอำมหิตและเครื่องหมายจารึกที่ข้อมือซึ่งเรืองแสงเป็นสีแดงชาด “สวัสดีครับ ตัวผมเองจากอีกช่วงเวลาหนึ่ง” ชายผู้มาใหม่เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาจนน่าสะพรึงกลัว “ดูเหมือนว่าวันนี้ เราจะได้พบกันเร็วกว่าที่ผมวางแผนไว้เสียอีกนะครับ” รวินท์เบิกตากว้าง มือที่จับลลินไว้เริ่มสั่นสะท้าน นี่ไม่ใช่แค่การหาพรรคพวก แต่มันคือกับดักที่เขาก้าวลงมาโดยไม่รู้ตัว และในขณะที่ชายคนนั้นก้าวเข้ามาใกล้ ความจริงที่เลวร้ายที่สุดก็ปรากฏชัด เมื่อแสงสว่างจากข้อมือของทั้งสองเริ่มสั่นพ้องกันจนเกิดกระแสไฟฟ้าแรงสูงปั่นป่วนไปทั่วห้อง ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับรวินท์และลลินในห้วงเวลาที่บิดเบี้ยวแห่งนี้ครับ แบล็กสมิธในตำนาน
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาปรารถนาในรอยจารึก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%