“ถ้ามึงกล้าเปิดประตูนั่น เท่ากับมึงประกาศสงครามกับพวกเราทุกคน”
เสียงทุ้มต่ำแต่กร้าวแกร่งของ ‘ธนิน’ หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษดังก้องไปทั่วโถงทางเดินแคบๆ ที่เต็มไปด้วยควันสีเทาจางๆ รวินท์ไม่ได้ตอบโต้ทันที เขาใช้ไหล่กระแทกประตูนั่นสุดแรงจนบานพับสั่นสะท้าน มือที่กำลูกบิดจนขาวซีดสั่นระริก ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธที่อัดแน่นจนแทบระเบิด
รวินท์หันกลับมามองกลุ่มคนที่ยืนเรียงรายอยู่ในเงามืดเบื้องหลัง พวกเขาไม่ได้ถืออาวุธ แต่สายตาที่มองมานั้นเย็นเยียบราวกับกำลังมองสิ่งของที่หมดค่า รวินท์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้งและเจ็บปวด
“สงครามเหรอครับ?” รวินท์แค่นยิ้ม มุมปากที่มีเลือดซึมออกมาเล็กน้อยจากการกระแทกประตูเมื่อครู่บิดเบี้ยว “พวกคุณเรียกการปิดล็อกห้องขังแล้วปล่อยก๊าซพิษเพื่อปิดปากผมว่า ‘สงคราม’ งั้นหรือ? ผมว่ามันเป็นแค่การกำจัดขยะตามสันดานเดิมๆ ของพวกคุณมากกว่า”
“รวินท์... หยุดเถอะ” เสียงหวานของ ‘ลลิน’ ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความตึงเครียด เธอยืนอยู่ข้างธนิน ทว่าแววตาของเธอนั้นสั่นไหว เธอพยายามสบตารวินท์ แต่เขากลับเบือนหน้าหนีราวกับเธอเป็นคนแปลกหน้า “เราคุยกันเรื่องนี้แล้วไม่ใช่เหรอว่ามันมีทางออกอื่น”
“ทางออกที่ทำให้คนตายเพิ่มขึ้นอีกกี่คนล่ะครับ ลลิน?” รวินท์สวนกลับทันควัน ดวงตาของเขาจ้องเขม็งไปที่หญิงสาวที่เขาเคยเชื่อใจที่สุด “คุณเป็นทนายความ คุณรู้ดีว่าความยุติธรรมในที่แห่งนี้มันตายไปนานแล้ว ตั้งแต่ที่อุบัติเหตุครั้งนั้น... ครั้งที่ผมเสียครอบครัวไป และพวกคุณก็เป็นคนกวาดเศษซากความผิดพลาดเหล่านั้นลงใต้พรม”
บรรยากาศในโถงทางเดินเปลี่ยนไปทันที ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของรวินท์ ธนินก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว มือขวาขยับไปแตะที่เอวเบาๆ อย่างเป็นธรรมชาติ ท่าทีนั้นทำให้คนอื่นๆ ในกลุ่มเริ่มขยับตัวเข้าล้อมรวินท์อย่างรู้หน้าที่
“มึงรู้มากเกินไป รวินท์” ธนินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “มึงแบกปมในอดีตจนเป็นบ้า และตอนนี้มึงก็กำลังจะทำลายทุกอย่างที่พวกเราสร้างมา ถ้ามึงอยากตายนัก เดี๋ยวพวกกูจัดให้... แต่อย่าได้คิดว่าความจริงของมึงจะรอดออกไปจากตึกนี้ได้”
“สร้างมาเหรอครับ?” รวินท์ถอยหลังไปพิงประตูที่ยังคงล็อกสนิท “พวกคุณไม่ได้สร้างอะไรหรอก คุณแค่กัดกินชีวิตคนอื่นเหมือนปรสิต แล้วตอนนี้พอมันถึงเวลาที่รอยจารึกความชั่วพวกนี้จะถูกเปิดเผย คุณก็กลัวจนตัวสั่น”
ลลินกัดริมฝีปากแน่น เธอก้าวออกมาขวางระหว่างธนินกับรวินท์ “รวินท์ ฟังนะ! ถ้าคุณรอดไปได้ตอนนี้ คุณจะไม่มีวันได้คำตอบที่ตามหา คุณจะกลายเป็นแค่ศพนิรนามที่ไม่มีใครจำได้ แต่ถ้าคุณยอมวางมือ เราอาจจะหาทาง…”
“หาทางปกปิดให้มิดชิดกว่าเดิมน่ะเหรอครับ?” รวินท์ขัดจังหวะ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยว “ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อหาทางออกให้ตัวเอง ผมมาที่นี่เพื่อ ‘พัง’ ทุกอย่าง”
ฉับพลันนั้น รวินท์ควักอุปกรณ์ขนาดเล็กจากกระเป๋าเสื้อขึ้นมา มันไม่ใช่ปืน แต่มันคือตัวจุดระเบิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (EMP) ที่เขาสร้างขึ้นเองด้วยเศษซากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในห้องเก็บของ รวินท์กดสวิตช์โดยไม่ลังเล
เสียงไฟฟ้าสปาร์คดังเปรี๊ยะไปทั่วบริเวณ แสงไฟสลัวบนเพดานกะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับมืดสนิท ความมืดมิดเข้าครอบงำชั่วขณะ ทว่าเพียงพริบตาเดียว รวินท์ก็ใช้จังหวะที่ทุกคนกำลังชะงัก พุ่งตัวเข้าใส่ธนินที่อยู่ใกล้ที่สุด ทั้งคู่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันลงไปกองกับพื้น โลหะกระทบกันดังเคร้งจากการปะทะกันของมีดพก
“จับตัวมันไว้! อย่าให้มันออกไปทางช่องระบายอากาศเด็ดขาด!” ธนินตะโกนก้อง เสียงของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่พยายามซ่อนไว้
ความโกลาหลเกิดขึ้นท่ามกลางความมืด รวินท์ใช้ความคุ้นเคยกับพื้นที่นี้มากกว่าใคร หมุนตัวหลบหมัดของอีกคนที่พุ่งเข้าใส่ก่อนจะฟาดสันมือเข้าที่ต้นคอจนอีกฝ่ายล้มลง ลลินกรีดร้องออกมาเบาๆ เมื่อเห็นคนในกลุ่มเริ่มชักอาวุธออกมาโดยไม่สนใจกฎระเบียบใดๆ
“พวกคุณกำลังทำอะไร! หยุดเดี๋ยวนี้!” ลลินพยายามห้ามปราม แต่มันสายเกินไป ความระแวงที่สะสมมานานระหว่างสมาชิกแต่ละฝ่ายเริ่มปะทุขึ้นเมื่อความมืดเปิดโอกาสให้ใครบางคนเริ่มหักหลังกันเอง
“ธนิน! มึงจะฆ่ามันไม่ได้ ถ้าไม่มีข้อมูลในแฟลชไดรฟ์นั่น!” หนึ่งในสมาชิกหน่วยตะโกนขึ้นมา พร้อมกับเล็งปืนไปทางธนิน แทนที่จะเป็นรวินท์ “ถ้ามึงฆ่ามัน เราทุกคนก็จบ!”
รวินท์ที่กำลังหอบหายใจอยู่มุมห้องหยุดชะงัก เขามองภาพความแตกแยกที่เกิดขึ้นตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน ทุกคนไม่ได้สู้เพื่อองค์กร พวกเขาต่างสู้เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว สู้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง
ในจังหวะที่ทุกคนกำลังเผลอไผลกับการถกเถียงและจ้องจะเล่นงานกันเอง รวินท์ค่อยๆ เขยิบตัวไปที่ประตูระบายอากาศที่เขาสกัดไว้ตั้งแต่นาทีแรกที่เข้ามา เขางัดตะแกรงเหล็กออกด้วยแรงเฮือกสุดท้าย ก่อนจะสอดตัวเข้าไปในช่องมืดมิดนั้น
ทว่าก่อนที่เขาจะคลานลับหายไป มือหนึ่งก็คว้าข้อเท้าเขาไว้แน่น
รวินท์หันกลับไปมองในความมืดสลัวที่พอจะเห็นเค้าโครงร่างของคนที่จับเขาไว้ ลลินนั่นเอง แววตาของเธอในตอนนี้ไม่มีความหวังดีเหลืออยู่ มีเพียงความแค้นที่ซ่อนมานานอย่างน่ากลัว
“รวินท์... ข้อมูลนั่นอยู่ที่ไหน?” เธอถามด้วยเสียงที่เย็นเยียบกว่าน้ำแข็ง “คุณคิดว่าคุณจะหนีไปได้จริงๆ งั้นเหรอ? ในเมื่อคนที่กุมชะตาคุณไว้ ไม่ใช่พวกมัน... แต่เป็นฉัน”
ลลินค่อยๆ ดึงบางสิ่งที่อยู่ในกระเป๋าออกมา แสงไฟฉุกเฉินกะพริบขึ้นเป็นจังหวะสุดท้ายเผยให้เห็นใบหน้าของเธอที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น พร้อมกับเสียงปลดล็อกปืนที่จ่อมาที่หน้าผากของเขาโดยตรง
“คุณไม่ได้แค่พังทุกอย่างรวินท์... คุณกำลังพังชีวิตคนเดียวที่ยังรักคุณที่สุดไปพร้อมๆ กัน”
รวินท์นิ่งค้างไป สิ่งที่อยู่ในมือลลินไม่ใช่แค่ปืน แต่มันคือรีโมทควบคุมระเบิดที่ติดตั้งอยู่รอบตัวเขาทั้งหมดโดยที่เขาไม่เคยรู้ตัวมาก่อน
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางมากับรวินท์ในความมืดมิดของความจริงนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ แบล็กสมิธในตำนานครับ
เงาปรารถนาในรอยจารึก•ตอนที่ 33
ความแตกแยก
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาปรารถนาในรอยจารึก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!