"อย่ายิง" รวินท์กระซิบผ่านไรฟัน ในขณะที่มือหนาคว้าข้อมือของลลินเอาไว้แน่น พลางดึงเธอให้หมอบต่ำลงหลังโซฟาหนังเก่าที่ส่งกลิ่นอับชื้น เสียงบิดลูกบิดยังคงดำเนินไปอย่างเชื่องช้า ราวกับผู้มาเยือนจงใจทรมานประสาทสัมผัสของพวกเขาให้แหลกสลาย
"ถ้าไม่ยิง เราก็ตาย" ลลินตอบกลับ เสียงของเธอสั่นเครือแต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว เธอไม่ได้กลัวความตายเท่ากับความรู้สึกผิดที่จะต้องทิ้งเรื่องราวทั้งหมดไว้กลางทาง รวินท์สัมผัสได้ถึงแรงบีบที่มือของเธอ มันไม่ใช่ความหวาดกลัวที่ไร้ทิศทาง แต่มันคือความโกรธแค้นที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความถูกต้องที่พังทลาย
*แกร๊ก...* เสียงกลอนประตูถูกปลดออกด้วยอุปกรณ์สะเดาะกุญแจมืออาชีพ รวินท์หันไปสบตากับลลินในความมืดสนิท ดวงตาของเขาฉายแววความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกสุดใจ เขาไม่ได้กลัวการถูกฆ่า แต่เขากลัวว่าหากเขาพลาด ลลินจะกลายเป็นเหยื่อรายถัดไปในความทรงจำที่เขาไม่มีวันลบเลือนได้
"ไปทางหน้าต่าง" เขาตัดสินใจเร็วทันใจ กลิ่นควันบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามาปะทะจมูกทันทีที่ประตูเปิดออก แสงไฟจากทางเดินสาดส่องเข้ามาเป็นทางยาว เผยให้เห็นเงาดำร่างสูงใหญ่ในชุดโค้ทสีเทาที่ก้าวเข้ามาอย่างใจเย็นราวกับเจ้าของบ้าน
รวินท์ไม่รอช้า เขาผลักลลินไปทางระเบียงหลังห้องก่อนจะคว้าแจกันเซรามิกบนโต๊ะข้างโซฟาทุ่มสุดแรงไปทางประตู เสียงกระจกแตกกระจายดังกึกก้องท่ามกลางความเงียบสนิทของตึกแถวกลางเมือง เงาดำร่างนั้นหยุดชะงักตามสัญชาตญาณ รวินท์อาศัยจังหวะเสี้ยววินาทีกระโจนผ่านหน้าต่างออกไปสู่บันไดหนีไฟด้านนอก
"เร็วเข้า!" เขาร้องเรียก ลลินปีนตามออกไปอย่างคล่องแคล่ว เสียงฝีเท้าหนักๆ ของศัตรูดังไล่หลังออกมาที่ระเบียง ไม่มีการตะโกน ไม่มีการเตือน มีเพียงเสียงปืนเก็บเสียงที่ดัง *ฟุ่บ* ฝังลงบนผนังปูนข้างหูของรวินท์จนปูนแตกร้าว
พวกเขาดิ่งลงสู่เบื้องล่างด้วยความเร็วที่เสี่ยงต่อการตกลงไปตาย รวินท์คว้าท่อเหล็กที่ขึ้นสนิมโหนตัวลงสู่ตรอกมืดด้านล่าง กลิ่นขยะเปียกชื้นและคราบน้ำมันเครื่องต้อนรับการลงจอดที่ทุลักทุเล แต่เขาไม่มีเวลาให้ความเจ็บปวดจากการกระแทกได้ทำงาน เขารีบฉุดลลินให้วิ่งฝ่าความมืดของตรอกแคบๆ ที่เหมือนเขาวงกตใจกลางเมือง
"ทำไมเขาต้องตามล่าเราขนาดนี้ รวินท์!" ลลินตะโกนถามท่ามกลางเสียงหอบเหนื่อย ระหว่างที่พวกเขาหลบเข้าหลังถังขยะเหล็กขนาดใหญ่เมื่อเห็นแสงไฟฉายกราดไปมาบนถนนใหญ่
รวินท์ไม่ได้ตอบในทันที เขาหันมองใบหน้าของเธอที่ซีดเผือดใต้แสงสลัวจากไฟนีออนที่กะพริบถี่ๆ "เพราะข้อมูลที่อยู่ในมือเธอ มันคือหลักฐานที่สามารถทำลายตระกูลที่อยู่เบื้องหลังทุกอย่างในเมืองนี้ได้ ไม่ใช่แค่คดีอุบัติเหตุของครอบครัวผม แต่มันคือโครงข่ายการฟอกเงินที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ใครจะจินตนาการถึง"
ลลินชะงัก สายตาของเธอเลื่อนไปมองกระเป๋าเอกสารที่แนบข้างกาย "แล้วทำไมคุณถึงเพิ่งบอกผม..."
"เพราะผมกลัวว่าถ้าคุณรู้ตั้งแต่แรก คุณจะไม่มีทางก้าวเข้ามาในชีวิตของผม" รวินท์ตอบพลางเบือนหน้าหนี สายตาของเขามองไปที่ปลายตรอกที่มีรถยนต์สีดำสนิทสามคันขับเทียบฟุตบาท ชายชุดดำกลุ่มใหญ่ก้าวลงจากรถพร้อมกับอาวุธครบมือ
การไล่ล่าดำเนินไปอย่างบีบคั้น รวินท์พาเธอวิ่งลัดเลาะไปตามทางเดินแคบๆ ระหว่างตึกแถว เขาใช้ความคุ้นเคยกับพื้นที่ที่เคยใช้เป็นที่กบดานสมัยวัยรุ่น นำทางลลินขึ้นไปบนดาดฟ้าตึกสูง ร่างของทั้งสองพุ่งหลาบไปบนพื้นคอนกรีตที่ร้อนระอุด้วยอุณหภูมิของเมืองใหญ่ เสียงฝีเท้าที่ไล่ตามมาเริ่มใกล้เข้ามาทุกขณะ
พวกเขาไปจนมุมที่ปลายดาดฟ้า รวินท์หันหลังให้หน้าผาปูนที่สูงชัน มองดูชายฉกรรจ์ห้านายที่ล้อมวงเข้ามา ปืนหลายกระบอกจ่อมาที่พวกเขา เขาขยับตัวไปบังลลินไว้มิด
"ส่งกระเป๋านั่นมา แล้วเราจะปล่อยให้พวกคุณมีโอกาสหายใจต่ออีกสักพัก" หัวหน้ากลุ่มศัตรูเอ่ยเสียงเรียบเย็น
รวินท์ยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "พวกคุณคิดว่าผมจะมาที่นี่โดยไม่มีแผนสำรองงั้นหรือ?"
เขากดปุ่มบนรีโมทขนาดเล็กในมือ เสียงระเบิดตูมใหญ่ดังขึ้นจากชั้นล่างของตึกแรงสั่นสะเทือนทำให้กลุ่มชายชุดดำเสียหลัก รวินท์คว้าตัวลลินเตรียมจะกระโดดข้ามไปยังตึกข้างๆ ซึ่งห่างออกไปเกือบสามเมตร แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะทิ้งตัวลงสู่ความว่างเปล่า ปลายกระบอกปืนของศัตรูก็ยิงเข้าที่ไหล่ของเขาจนร่างเขากระตุก
รวินท์เซถลา แต่ยังคงคว้าแขนลลินไว้แน่น ทั้งสองคนร่วงหล่นลงสู่ช่องว่างระหว่างตึก เสียงกรีดร้องของลลินดังแว่วไปกับลม ทว่าในขณะที่ร่างของพวกเขาเกือบจะกระทบพื้นชั้นล่าง มือหนึ่งกลับคว้าข้อมือรวินท์ไว้ได้ทันท่วงที
เป็นมือที่สวมถุงมือหนังสีดำสนิท รวินท์เงยหน้ามองขึ้นไปพร้อมกับความรู้สึกที่เย็นวาบไปทั้งสันหลัง ชายที่ช่วยพวกเขาไว้ไม่ใช่พวกคนร้าย แต่เป็นคนที่เขาคิดว่าตายไปตั้งแต่อุบัติเหตุครั้งนั้นเมื่อสิบปีก่อน
"นายเติบโตขึ้นมากนะ... รวินท์" เสียงนั้นแหบพร่าและคุ้นเคยจนน่าสะพรึงกลัว ในขณะที่ดวงตาของชายปริศนาภายใต้ฮู้ดปิดบังใบหน้าซีกหนึ่งที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นลึก เขากระตุกยิ้มก่อนจะกล่าวประโยคที่ทำลายโลกทั้งใบของรวินท์ทิ้ง "แต่โชคร้ายที่การหนีของนายจบลงแค่ตรงนี้ เพราะผมเพิ่งขายข้อมูลในกระเป๋านั่นให้กับคนที่ต้องการฆ่านายตั้งแต่วันแรกไปแล้ว"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและติดตามอ่านเรื่องราวของรวินท์และลลินด้วยใจนะครับ
แบล็กสมิธในตำนานครับ
เงาปรารถนาในรอยจารึก•ตอนที่ 37
การหลบหนีครั้งใหญ่
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาปรารถนาในรอยจารึก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!