เงาปรารถนาในรอยจารึก•ตอนที่ 3

ทนายสาวกับคดีที่ไม่ธรรมดา

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
"คุณกำลังโกหกตัวเองอยู่หรือเปล่าครับ คุณรวินท์" เสียงนั้นไม่ได้ดัง แต่กลับคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดผ่านความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของรวินท์ กลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นจางๆ ที่อบอวลอยู่ในอากาศดูเหมือนจะหนักอึ้งขึ้นทันทีเมื่อหญิงสาวตรงหน้าเอ่ยประโยคที่ทำลายเกราะกำบังของเขาจนหมดสิ้น รวินท์วางปากกาในมือลงช้าๆ เขาไม่เงยหน้าขึ้นมองแขกผู้มาเยือนที่ไม่ได้นัดหมาย แต่ดวงตาสีเข้มใต้คิ้วหนานั้นวูบไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมานิ่งสนิทดั่งผิวน้ำที่ไม่มีวันกระเพื่อม เขาจ้องมองกองเอกสารสิทธิ์ที่ดินเก่าแก่บนโต๊ะ ราวกับว่าตัวอักษรเหล่านั้นคือเครื่องยึดเหนี่ยวเดียวที่เหลืออยู่ "ทนายความไม่ได้มีหน้าที่มาตัดสินความรู้สึกของลูกความนะครับ คุณลลิน" รวินท์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าในความราบเรียบนั้นมีความกดดันซ่อนอยู่ เขาขยับตัวเล็กน้อย เสียงเก้าอี้ไม้โอ๊คเก่าแก่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดบาดหู ลลินไม่ได้สะทกสะท้าน เธอเดินสำรวจห้องทำงานที่เต็มไปด้วยร่องรอยของอดีต สายตาของเธอกวาดมองไปที่รูปถ่ายครอบครัวที่ถูกคว่ำหน้าไว้บนมุมหนึ่งของโต๊ะอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะหันกลับมาสบตาเขาตรงๆ ดวงตาของเธอไม่ได้มีความเห็นอกเห็นใจแบบที่เขามักได้รับจากคนรอบข้าง แต่มันคือความมุ่งมั่น... ความมุ่งมั่นที่จะขุดรากถอนโคนความจริงที่เขาพยายามฝังกลบมาตลอดสิบปี "หน้าที่ของทนายคือการปกป้องผลประโยชน์ของลูกความ แต่ในกรณีนี้... ผลประโยชน์ที่ว่าอาจรวมถึงการปลดแอกคุณจากพันธนาการที่มองไม่เห็นด้วยนะครับ" ลลินย่างสามขุมเข้ามาใกล้ เธอดึงแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำใบหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะ "ฉันไม่ได้มาที่นี่ในฐานะคนแปลกหน้า แต่มาในฐานะทนายที่ถือครองพินัยกรรมฉบับล่าสุดของคุณพ่อคุณ" รวินท์แค่นยิ้มที่มุมปาก "พินัยกรรมที่ไม่มีอยู่จริงงั้นหรือครับ? ท่านจากไปพร้อมกับความล้มเหลวในคืนนั้น ไม่มีอะไรเหลือให้แบ่งแยกหรอกครับ นอกจากความผิดบาปที่ผมต้องแบกรับไว้คนเดียว" "คุณมั่นใจหรือครับ?" ลลินโน้มตัวลงมา ใบหน้าของเธอห่างจากเขาเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ กลิ่นคล้ายดอกไม้ป่าหลังฝนตกทำให้รวินท์รู้สึกปั่นป่วนในอก "ถ้าอุบัติเหตุในคืนนั้นเป็นเพียงอุบัติเหตุจริงๆ ทำไมคนขับรถอีกคันถึงได้รับเงินก้อนโตจากบัญชีลับของบริษัทหลังจากนั้นเพียงสามวัน? และทำไม... พ่อของคุณถึงพยายามติดต่อทนายความส่วนตัวก่อนที่จะเกิดเรื่องเพียงสองชั่วโมง?" บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันที รวินท์ชะงักไป ความทรงจำสีเทาหม่นที่เขามักจะผลักไสออกไปเริ่มทำงานอย่างไม่อาจควบคุม ภาพรถยนต์ที่บิดเบี้ยว เปลวเพลิงที่แผดเผาท้องฟ้ายามค่ำคืน และเสียงกรีดร้องที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาทตลอดทศวรรษ มันย้อนกลับมาหาเขาเหมือนคลื่นยักษ์ "คุณไปเอาข้อมูลพวกนี้มาจากไหน" รวินท์เค้นเสียงถาม มือที่วางอยู่บนโต๊ะกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "ความจริงมักจะทิ้งร่องรอยไว้เสมอครับ คุณรวินท์" ลลินดึงเอกสารอีกแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋า มันคือสำเนาบันทึกการโอนเงินที่ซีดจาง "คุณไม่ได้เป็นฆาตกรที่ทำให้ครอบครัวตายอย่างที่คุณกล่าวโทษตัวเองมาตลอดสิบปี แต่คุณคือเหยื่อของเงื่อนงำบางอย่างที่ถูกจารึกไว้ในรอยต่อของความลับ" รวินท์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาของเขาไม่ได้มีเพียงความโกรธ แต่ยังมีความสับสนและความกลัวที่ซ่อนอยู่ลึกๆ เขาจ้องมองทนายสาวคนนี้อย่างพินิจพิเคราะห์ เธอไม่ใช่แค่ทนาย เธอคือภัยคุกคาม... ภัยคุกคามที่เขาอาจจะต้องการให้เข้ามาเปลี่ยนชีวิตพังๆ ของเขาตั้งแต่วันแรก "ถ้าฉันยอมให้คุณทำคดีนี้" รวินท์พูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย "คุณพร้อมจะเผชิญหน้ากับปีศาจที่อาจจะหวนกลับมาจัดการเราทั้งคู่ไหมครับ" ลลินยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้รวินท์รู้สึกเหมือนใจเต้นผิดจังหวะ "ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อกลัวปีศาจครับ แต่มาที่นี่เพื่อกระชากหน้ากากของมัน" ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของรวินท์ก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ มันเป็นเบอร์ที่ไม่มีชื่อผู้ติดต่อ แต่ตัวเลขนั้นรวินท์จำได้แม่นยำจนลมหายใจสะดุด เขาจ้องมองหน้าจอที่สว่างวาบด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองลลินที่ยังคงนิ่งสงบ "สายนี้... มาจากคนที่ควรจะตายไปพร้อมกับรถคันนั้นเมื่อสิบปีก่อน" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรอยจารึกที่ซ่อนความลับนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ หากมีข้อผิดพลาดประการใด ผมจะขอแก้ไขและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นในตอนถัดไปครับ แบล็กสมิธในตำนาน
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาปรารถนาในรอยจารึก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%