"อย่า... อย่าเปิดมัน!"
เสียงของรวินท์แหบพร่าราวกับถูกมีดบาดลึกในลำคอ มือของเขาสั่นเทาขณะกำกริชสีดำสนิทนั่นไว้แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน รอยสลักบนผิวโลหะดูเหมือนจะขยับเขยื้อนได้ มันบิดเบี้ยวคล้ายงูพิษที่พยายามดิ้นรนจะออกจากกรงขัง วินาทีที่เขากดปลายนิ้วลงบนรอยจารึกแปลกประหลาด กลิ่นคาวเลือดที่ควรจะเป็นเพียงจินตนาการ กลับคลุ้งกระจายไปทั่วห้องทำงานที่เงียบสงัด
"รวินท์? คุณพูดกับใคร?"
เสียงของลลินดังแทรกเข้ามาท่ามกลางความสับสน เธอขมวดคิ้วแน่น ก้าวเข้ามาใกล้ชายหนุ่มที่กำลังหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาของเขาเบิกกว้างแต่ทว่าว่างเปล่า เหมือนเขากำลังมองทะลุกำแพงห้องไปสู่สถานที่ที่ไม่มีใครเข้าถึงได้ ลลินยื่นมือจะแตะไหล่เขา แต่ทว่า...
*เอี๊ยด!*
เสียงยางรถยนต์บดกับพื้นถนนจนเกิดเสียงแหลมสูงจนน่าหวาดเสียวดังก้องขึ้นในโสตประสาทของรวินท์ ไม่ใช่แค่เสียง... แต่มันคือสัมผัสของการถูกเหวี่ยง แรงกระชากมหาศาลทำให้โลกทั้งใบของเขาหมุนคว้าง รวินท์ทรุดฮวบลงกับพื้น ข้าวของบนโต๊ะทำงานร่วงหล่นลงมาแตกกระจาย
ภาพตรงหน้าเขาไม่ใช่ห้องทำงานอีกต่อไป แต่เป็นภาพเหตุการณ์เมื่อยี่สิบปีก่อน—คืนที่พายุโหมกระหน่ำ สายฝนสาดกระทบกระจกรถยนต์จนพร่ามัว เสียงหัวเราะของพ่อและใบหน้าเปื้อนยิ้มของแม่ในกระจกมองหลัง... ก่อนที่แสงไฟจากรถบรรทุกขนาดใหญ่จะสาดเข้ามาแยงตาจนเกือบตาบอด
"ไม่... พ่อ! แม่!"
รวินท์ตะโกนสุดเสียง แต่เสียงที่ออกมากลับแห้งแล้งและแผ่วเบา เขาเห็นเงาของตัวเองในวัยเด็กนั่งอยู่เบาะหลัง มองดูมือที่เปื้อนเลือดของตัวเองสั่นระริก กลิ่นน้ำมันเครื่องผสมกับกลิ่นเลือดสดๆ อบอวลอยู่ในอากาศจนเขาแทบสำลัก รวินท์พยายามจะคว้ามือแม่ แต่ทันทีที่นิ้วของเขาแตะถูกปลายนิ้วที่เย็นเฉียบของท่าน ภาพนิมิตเหล่านั้นก็แตกสลายกลายเป็นละอองสีดำที่ไหลวนกลับเข้าไปในกริชเล่มนั้น
"รวินท์! ตั้งสติหน่อย!"
สัมผัสอุ่นๆ จากมือของลลินที่บีบไหล่เขาอย่างแรงดึงเขากลับสู่ความเป็นจริง รวินท์ลืมตาขึ้นอีกครั้ง เหงื่อกาฬซึมตามไรผม เขาหอบหายใจรุนแรงจนหน้าอกกระเพื่อม สายตาเหลือบไปเห็นกริชเล่มนั้นตกอยู่ห่างออกไปไม่กี่นิ้ว แต่มันไม่ได้ดูเหมือนเดิมอีกต่อไป ลวดลายสีเงินที่เคยซ่อนอยู่กลับเปล่งประกายจางๆ ราวกับมันเพิ่งได้รับ 'อาหาร' มื้อใหญ่
ลลินจ้องมองวัตถุนั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป เธอไม่ใช่แค่ทนายความที่พยายามช่วยคดีความของเขาอีกต่อไป แต่ในแววตาคู่นั้นมีความฉงนและอะไรบางอย่างที่เขารู้สึกได้ถึง 'ความคุ้นเคย' อย่างประหลาด
"คุณเห็นมันใช่ไหม... สิ่งที่อยู่ในกริชเล่มนั้น" ลลินถาม น้ำเสียงของเธอเบาหวิวแต่กลับหนักแน่นด้วยความสงสัย
รวินท์พยายามยันกายลุกขึ้น นัยน์ตาสีเข้มของเขาฉายแววความเจ็บปวดที่ปิดไม่มิด "มันไม่ใช่กริชธรรมดา ลลิน... มันเหมือนบันทึก มันเหมือน... กระจกที่สะท้อนสิ่งที่ผมพยายามจะฝังลึกที่สุดในใจ"
"พ่อกับแม่ของคุณ... ท่านไม่ได้จากไปเพราะอุบัติเหตุธรรมดาใช่ไหม?" ลลินถามต่อ มือของเธอเอื้อมไปหยิบกริชขึ้นมาด้วยท่าทีที่ระมัดระวังเกินกว่าคนทั่วไปจะทำ "รวินท์ คุณกำลังซ่อนเรื่องนี้มานานเกินไปแล้ว และดูเหมือนว่า 'เจ้าของเก่า' ของมันจะไม่ยอมให้คุณลืมมันได้ง่ายๆ"
ชายหนุ่มชะงัก สายตาจับจ้องไปที่กริชในมือหญิงสาว ความทรงจำบางอย่างที่เลือนลางผุดขึ้นมา... เขาจำได้ว่าเห็นตราประทับแบบเดียวกันนี้บนกล่องพัสดุที่ถูกส่งมาที่บ้านในคืนวันเกิดเหตุ
"ลลิน วางมันลงซะ!" รวินท์ร้องเตือนด้วยน้ำเสียงดุดัน แต่สายเกินไป
ลลินไม่ได้วางมันลง เธอกลับพลิกมันดูด้านที่มีรอยจารึกซึ่งสว่างวาบขึ้นมาทันทีที่ปลายนิ้วของเธอสัมผัส เสียงกระซิบที่ไม่มีตัวตนเริ่มแว่วดังมาจากมุมมืดของห้อง มันไม่ใช่เสียงภาษาที่มนุษย์ใช้สื่อสาร แต่เป็นเสียงดนตรีที่โหยหวนและรุนแรงจนแก้วหูแทบฉีกขาด
เงาของรวินท์ที่ทอดลงบนผนังห้องเริ่มขยายตัวและบิดเบี้ยว มันไม่ได้ทำตามท่าทางของเขา แต่มันกลับยกมือขึ้นชี้ไปยังประตูห้องทำงานที่ถูกล็อคไว้อย่างแน่นหนา
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูสามครั้งที่แสนจะคุ้นเคยและชวนขนลุกดังขึ้น ทั้งที่ห้องทำงานของเขาอยู่บนชั้นสิบห้าของอาคารสำนักงานที่ไม่มีใครสามารถขึ้นมาได้หากไม่ได้รับอนุญาต และรวินท์รู้อยู่เต็มอกว่า... เสียงเคาะแบบนี้ คือจังหวะที่พ่อของเขาใช้เคาะประตูเรียกเขาก่อนที่ท่านจะออกเดินทางในคืนนั้น
รวินท์หันไปมองประตูด้วยความรู้สึกที่เหมือนหัวใจหยุดเต้น ลลินที่ยืนอยู่ข้างเขาก็หยุดชะงัก ใบหน้าของเธอซีดเผือดขณะที่เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง... หนักแน่นกว่าเดิม
รวินท์ก้าวเท้าไปข้างหน้าโดยไม่อาจควบคุมตัวเองได้ มือสั่นเทาเอื้อมไปแตะกลอนประตู เมื่อเขาหมุนมันเปิดออก สิ่งที่อยู่เบื้องหลังไม่ใช่โถงทางเดินของออฟฟิศ แต่เป็นความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้ง และร่างของใครบางคนที่ยืนรออยู่ตรงนั้น... ร่างที่ใส่สูทสีเทาตัวเดิมที่เขาเห็นในภาพถ่ายเก่าๆ ของครอบครัว
"พ่อ..." รวินท์กระซิบผ่านริมฝีปากที่สั่นระริก
ร่างนั้นเงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าที่เน่าเปื่อยไปครึ่งซีก แต่ดวงตานั้น... ดวงตาสีฟ้าอ่อนที่เหมือนกับของเขา ราวกับถูกถอดแบบออกมา กำลังจ้องมองเขาด้วยความเศร้าโศกที่สุดจะพรรณนา พร้อมกับยื่นวัตถุสีดำอีกล่มหนึ่งส่งให้
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรอยจารึกที่ซ่อนความลับนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ หากมีข้อผิดพลาดประการใด ผมจะขอแก้ไขและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นในตอนถัดไปครับ
แบล็กสมิธในตำนาน
เงาปรารถนาในรอยจารึก•ตอนที่ 2
เสียงกระซิบจากอดีต
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาปรารถนาในรอยจารึก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!