“คุณจำเหตุการณ์ในร้านกาแฟเมื่อสิบนาทีก่อนไม่ได้เลยจริงๆ หรือครับ ลลิน?”
รวินท์เอ่ยถาม เสียงของเขาต่ำและสั่นพร่าขณะจ้องมองใบหน้าเรียบเฉยของหญิงสาวเบื้องหน้า ลลินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาของเธอว่างเปล่า ราวกับผืนน้ำที่เพิ่งถูกก้อนหินกระทบจนแตกกระจายแล้วกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง
“กาแฟงั้นหรือคะ? เราไม่ได้คุยเรื่องนั้นกันตั้งแต่เมื่อวานแล้วไม่ใช่หรือรวินท์ ทำไมคุณถึงทำหน้าเหมือนโลกจะแตกแบบนั้นล่ะ?”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานของทนายความสาว กลิ่นอายของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์อบอวลอยู่ในอากาศ แต่มันกลับไม่ช่วยให้รวินท์รู้สึกสงบขึ้นเลย หัวใจของเขาเต้นรัวราวกับกลองรบที่กำลังจะพังทลาย เขาจำได้แม่นยำ—ภาพที่เขาตัดสินใจ ‘หยุด’ จังหวะเวลาในวินาทีที่แก้วกาแฟใบนั้นกำลังจะหล่นกระทบพื้น ภาพของลลินที่กำลังหัวเราะร่าด้วยประโยคคำถามที่เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล ทุกอย่างถูกแช่แข็งในชั่วพริบตา และเขาก็เป็นคนเดียวที่เคลื่อนไหวอยู่ในโลกที่ไร้ชีวิตนั้น
ทว่าตอนนี้ ลลินกลับลืมเลือนช่วงเวลานั้นไปจนหมดสิ้น ราวกับมันเป็นเพียงความฝันที่เลือนหายไปเมื่อแสงตะวันส่องถึง
“ผม... ขอโทษครับ” รวินท์เบือนหน้าหนี มือของเขาที่วางอยู่บนโต๊ะกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน “ผมคงเบลอไปหน่อย ช่วงนี้พักผ่อนน้อย”
“รวินท์ ฟังฉันนะ” ลลินเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดตรงหน้าเขา นิ้วเรียวยาวแตะลงบนหลังมือที่สั่นเทาของเขาเบาๆ “คุณแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียวมานานเกินไปแล้ว อุบัติเหตุครั้งนั้น... เรื่องราวในอดีตที่คุณพยายามจะแก้ไข มันทำให้คุณกลายเป็นคนแบบนี้ คุณกำลังสูญเสียตัวเองไปทีละน้อย รู้ตัวบ้างไหม?”
รวินท์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความห่วงใยที่จริงใจ แต่นั่นกลับเป็นสิ่งที่ทำร้ายเขายิ่งกว่าสิ่งใด การที่เธอไม่รู้... การที่เธอถูกลบเลือนความจำทุกครั้งที่เขาใช้พลังวิปริตนี้ คือราคาที่เขาต้องจ่ายอย่างนั้นหรือ? หรือนี่คือ ‘คำสาป’ ที่เขาสมควรได้รับจากการพยายามฝืนลิขิตของโชคชะตา
“ถ้าผมบอกว่า... มีบางอย่างที่ไม่ใช่แค่ความเครียดล่ะครับลลิน ถ้าผมบอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ มันไม่ได้หายไปไหน แต่มันถูกลบออกไปจากความทรงจำของคุณโดยฝีมือผม คุณจะเชื่อไหม?”
ลลินชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าก่อนที่เธอจะหัวเราะเบาๆ “มุกตลกของคุณวันนี้ดูจะหนักหนาไปหน่อยนะคะ”
รวินท์ไม่ได้ยิ้มตาม แววตาของเขาจริงจังจนลลินเริ่มหุบยิ้มลง เธอถอยหลังไปครึ่งก้าว สายตาของเธอเริ่มฉายแววระแวงในสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังจะสื่อ
“คุณไม่ได้ล้อเล่นสินะ” ลลินพึมพำ “ทำไมคุณถึงดูหวาดกลัวขนาดนั้นรวินท์?”
“เพราะผมเพิ่งรู้ตัวครับ” รวินท์ลุกขึ้นยืนกะทันหัน เก้าอี้เลื่อนครูดไปกับพื้นเสียงดังสนั่น “ทุกครั้งที่ผมหยุดเวลา ทุกครั้งที่ผมพยายามแก้ไขความผิดพลาดในอดีตที่ผมก่อไว้... สิ่งที่ผมได้รับมาไม่ใช่แค่การแก้ไข แต่เป็นการพรากเอาเศษเสี้ยวความทรงจำของคนที่ผมรักไป ผมกำลังฆ่าคุณ... ฆ่าตัวตนของคุณในทุกๆ ครั้งที่ผมทำแบบนั้น!”
ความเงียบเข้าครอบงำอีกครั้ง ครั้งนี้มันหนักอึ้งและน่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก รวินท์หอบหายใจถี่ สายตาของเขาจ้องมองลลินด้วยความรู้สึกผิดที่ไม่อาจหาคำบรรยายใดมาทดแทนได้ เขาเพิ่งตระหนักว่าเขาไม่ใช่ผู้รักษาเวลา แต่เป็นผู้ทำลายล้างความทรงจำอันบริสุทธิ์ของคนที่เขาพยายามจะปกป้อง
ลลินนิ่งไปนาน เธอไม่ได้กรีดร้อง ไม่ได้ถอยหนี แต่ดวงตาของเธอเริ่มเปลี่ยนไป มันไม่ได้มีแค่ความสงสัย แต่เริ่มมี ‘เงา’ บางอย่างที่รวินท์ไม่เคยเห็นมาก่อน เงาที่สะท้อนถึงความลับที่แม้แต่ตัวเธอเองก็อาจไม่เคยรู้
“รวินท์...” เสียงของลลินเปลี่ยนไป มันเรียบสนิทจนน่าขนลุก “ถ้าอย่างนั้น... ที่คุณบอกว่าคุณพยายามจะช่วยครอบครัวของคุณในอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณคิดจริงๆ หรือว่านั่นเป็นครั้งแรกที่คุณใช้พลังนี้?”
หัวใจของรวินท์หล่นวูบ “คุณหมายความว่ายังไง?”
ลลินเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารเก่าคร่ำครึที่ถูกซ่อนไว้ใต้กองเอกสารบนโต๊ะ เธอเปิดมันออกเผยให้เห็นภาพถ่ายใบหนึ่งที่เขาสวมชุดในสภาพที่เขาจำไม่ได้ และที่สำคัญกว่านั้น... ในภาพนั้น ลลินที่ควรจะอายุเท่าเขา กลับมีหน้าตาที่ดูเด็กกว่าหลายปี และเธอกำลังยืนอยู่ข้างเขาในที่เกิดเหตุ... สถานที่ที่เขาคิดว่าเขาไปถึงเป็นคนแรก
“คุณไม่ได้เป็นคนเดียวที่มีพลังนี้หรอกนะรวินท์” ลลินวางภาพถ่ายลงตรงหน้าเขา พร้อมกับรอยยิ้มที่เย็นเยียบที่สุดที่เขาเคยเห็น “และที่คนรอบตัวคุณเสียความทรงจำไปน่ะ... ไม่ใช่เพราะคุณทำคนเดียวหรอกครับ แต่เป็นเพราะเราสองคนต่างหากที่ร่วมกันแก้ไขอดีตจนมันพังทลายมาตลอดสิบปี”
รวินท์เบิกตากว้าง สมองของเขาเหมือนถูกทุบด้วยค้อนเหล็ก ความทรงจำที่ขาดหายไปเริ่มกรูกันเข้ามาในมโนภาพ แต่มันไม่ใช่ภาพของครอบครัวที่เขาโหยหา แต่เป็นภาพของเขากับลลินที่กำลังยืนมองโลกที่หยุดนิ่งด้วยกัน... ซ้ำแล้วซ้ำเล่า บนกองซากปรักหักพังของความจริงที่เขาลืมเลือนไปเอง
หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะยังคงดื่มด่ำไปกับปริศนาที่ซ่อนอยู่ในเงามืดนี้ แล้วพบกันในตอนถัดไปนะครับ
แบล็กสมิธในตำนาน ครับ
เงาปรารถนาในรอยจารึก•ตอนที่ 15
ความจริงที่น่าสะพรึง
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาปรารถนาในรอยจารึก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!