เงาปรารถนาในรอยจารึก•ตอนที่ 16

ศัตรูในเงามืด

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
“ถ้าคุณยังจะถือมีดเล่มนั้นด้วยมือที่สั่นขนาดนั้น ต่อให้เป็นมือสังหารระดับโลก ก็คงไม่กลัวคุณหรอกครับรวินท์” ลลินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องทำงานส่วนตัวของรวินท์ สายตาของเธอมองไปยังชายหนุ่มที่กำลังยืนพิงชั้นหนังสือโบราณ นิ้วมือเรียวยาวของเขาเกาะกุมด้ามมีดพับที่ซ่อนอยู่ในเงามืดของแขนเสื้อ ความสั่นไหวนั้นไม่ใช่ความกลัว แต่มันคือปฏิกิริยาของสัญชาตญาณที่ร่ำร้องว่า 'บางอย่าง' กำลังคืบคลานเข้ามา รวินท์ไม่ได้ตอบทันที เขาหรี่ตาลงมองออกไปนอกหน้าต่างบานกระจกที่สะท้อนเพียงความมืดมิดของสวนหลังบ้าน เสียงแมลงกลางคืนที่เคยระงมบัดนี้กลับเงียบเชียบอย่างผิดปกติ ความเงียบที่ไร้เสียงนกหวีดหริ่งเรไร คือสัญญาณเตือนภัยที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดสำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่กับความหวาดระแวงมาตลอดหลายปี “ผมไม่ได้สั่นเพราะกลัวลลิน” รวินท์วางมีดลงบนโต๊ะไม้โอ๊ค เสียงกระทบของเหล็กกับเนื้อไม้ดังกังวานก้องห้อง “ผมแค่ไม่ชอบใจที่พวกมันกล้าเหยียบย่างเข้ามาในพื้นที่ที่ผมฝังความทรงจำเอาไว้” “มันไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัวแล้วครับ” ลลินก้าวเข้ามาใกล้ แสงไฟสลัวจากโคมไฟบนโต๊ะทำงานอาบใบหน้าของเธอให้ดูเคร่งขรึม “เอกสารชุดที่ผมเพิ่งได้รับมาเมื่อตอนบ่าย... มันระบุชัดเจนว่าเหตุการณ์อุบัติเหตุเมื่อสิบปีก่อน ไม่ได้เกิดจากความประมาท แต่เป็นการ 'จัดฉาก' และคนที่ทำแบบนั้นได้ ต้องมีอิทธิพลมากกว่าแค่คำขู่ในโทรศัพท์” รวินท์หันกลับมา แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นคมกริบราวกับใบมีดที่เพิ่งลับใหม่ “คุณกำลังบอกว่า ที่พวกมันมาวันนี้ เพราะกลัวความจริงที่อยู่ในกระดาษแผ่นนั้นเหรอ” ยังไม่ทันที่ลลินจะได้เอ่ยปากตอบ เสียงกระจกแตกละเอียดจากฝั่งห้องครัวก็ดังขึ้น... *เพล้ง!* มันไม่ใช่เสียงที่เกิดจากอุบัติเหตุ แต่มันคือเสียงของการถูกทุบทำลายด้วยวัตถุแข็ง รวินท์พุ่งตัวไปปิดสวิตช์ไฟทันที ความมืดมิดโอบล้อมทั้งคู่ไว้ แต่สำหรับรวินท์ ความมืดคือมิตรแท้ที่เขาคุ้นเคยมาตลอดชีวิต “อยู่ในมุมอับ” รวินท์กระซิบเสียงต่ำ พลางคว้ามือลลินให้หมอบลงข้างใต้โต๊ะไม้หนา “ห้ามส่งเสียงเด็ดขาด” ในความมืดที่ไร้แสงจันทร์ รวินท์สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของพื้นไม้ เสียงรองเท้าบูทหนักๆ เหยียบลงบนพื้นไม้เนื้อแข็งค่อยๆ ขยับใกล้เข้ามาจังหวะละจังหวะ พวกมันไม่ได้เร่งรีบราวกับมั่นใจว่าเหยื่อไม่มีทางหนีพ้น ร่างเงาดำสามร่างปรากฏขึ้นที่ขอบประตูห้องทำงาน พวกมันเคลื่อนไหวเป็นจังหวะที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี แสงสีแดงจากเลเซอร์ที่ติดปลายกระบอกปืนสั้นกวาดไปมาบนผนังห้อง พุ่งผ่านจุดที่รวินท์และลลินเคยยืนอยู่เมื่อไม่กี่วินาทีก่อน หัวใจของลลินเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก เธอรู้สึกได้ถึงความเย็นเฉียบของอากาศที่ไหลผ่านหน้าต่างที่แตกไปเมื่อครู่ รวินท์เอื้อมมือมาแตะไหล่เธอเบาๆ เป็นสัญญาณว่าอย่าเพิ่งเคลื่อนไหว ในมือของเขาตอนนี้ไม่ได้มีเพียงมีดเล่มนั้น แต่เขากำลังตัดสินใจเลือกทางเดินที่อันตรายที่สุด เขาไม่ได้เป็นแค่เหยื่อที่ถูกล่า... เขาคือคนที่รอคอยจังหวะนี้มาตลอดสิบปี หนึ่งในกลุ่มชุดดำหยุดชะงัก มันเงี่ยหูฟังเสียงลมหายใจในห้องที่เงียบสนิท ก่อนจะยกปืนขึ้นเล็งไปยังทิศทางที่รวินท์ซ่อนตัวอยู่ แต่รวินท์ไวกว่า เขาขว้างแจกันเซรามิกราคาสูงไปที่มุมห้องอีกด้าน เสียงแตกกระจายเรียกความสนใจของพวกมันไปได้เพียงชั่วพริบตา “นั่น!” หนึ่งในเงาดำตะโกนขึ้นด้วยเสียงที่แหบพร่า จังหวะที่พวกมันหันไปตามเสียง รวินท์ผลักลลินไปทางทางออกลับหลังชั้นหนังสือ ก่อนจะพุ่งตัวออกจากมุมอับด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ เขาอาศัยความจำเกี่ยวกับแผนผังบ้านที่เขาสร้างขึ้นมากับมือ ปัดโคมไฟตั้งโต๊ะให้ร่วงลงมาขวางทางพวกมัน ก่อนจะกระแทกไหล่เข้ากับร่างของศัตรูคนแรกที่ขวางหน้า เสียงการต่อสู้ระยะประชิดดังขึ้นในความมืด รวินท์ไม่ได้สู้เพื่อชนะ เขาแค่สู้เพื่อซื้อเวลา แต่แล้ว เขาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นบางอย่างจากเงาสะท้อนของแสงไฟฉายที่พวกมันพกมา รอยสักรูปตราสัญลักษณ์ที่ข้อมือของชายชุดดำคนนั้น... มันคือสัญลักษณ์เดียวกับที่เขาเคยเห็นในแฟ้มคดีเก่าของพ่อเขาก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตในอุบัติเหตุครั้งนั้น หัวใจของรวินท์กระตุกวูบ ความรู้สึกผิดที่เคยแบกไว้ถูกแทนที่ด้วยความโกรธแค้นที่ปะทุขึ้นราวกับลาวา เขาไม่ได้หยุดอยู่แค่การป้องกันตัวอีกต่อไป แต่เขากลับรุกคืบเข้าหาพวกมันราวกับปีศาจที่หลุดออกมาจากรอยจารึกแห่งความทรงจำ “พวกมึง...” รวินท์คำรามเสียงต่ำในลำคอ “กลับมาเพื่อปิดปากกู หรือกลับมาเพื่อฆ่ากูให้ตายจริงๆ กันแน่!” ทว่าในจังหวะที่รวินท์กำลังจะได้เปรียบ ชายชุดดำอีกคนก็ควักบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันไม่ใช่ปืน แต่เป็นอุปกรณ์ส่งสัญญาณขนาดเล็กที่ส่งเสียงร้องเตือนแหลมสูงจนทุกคนต้องชะงัก รวินท์มองไปที่หน้าต่างบานหลักที่ยังไม่ได้ถูกทำลาย ทันใดนั้น เขาก็เห็นเงาสะท้อนจากภายนอก... ไม่ใช่แค่คนสามคนที่บุกเข้ามาในบ้าน แต่ยังมีรถตู้สีดำอีกสองคันที่เพิ่งจะหยุดจอดสนิทอยู่หน้าประตูรั้ว และชายในชุดสูทสีเทาผู้มีใบหน้าคุ้นตาที่สุดก้าวลงมาจากรถคันกลาง ชายคนนั้นยืนนิ่งอยู่หน้าประตูบ้าน ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู และในวินาทีถัดมา โทรศัพท์มือถือของรวินท์ที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะก็ส่งเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ รวินท์มองดูหน้าจอที่สว่างวาบในความมืด ชื่อผู้โทรเข้าคือ 'ท่านประธาน' – บุคคลที่เขาเชื่อมาตลอดว่าคือ 'เพื่อนสนิท' เพียงคนเดียวของพ่อเขาที่คอยช่วยเหลือเขามาโดยตลอด "รับสายสิครับ รวินท์" เสียงปลายสายดังเล็ดลอดออกมาจากลำโพงโทรศัพท์ท่ามกลางความเงียบ "ผมบอกคุณแล้วใช่ไหมว่า ความจริงน่ะ... บางทีมันก็มีไว้ให้ฝัง ไม่ใช่มีไว้ให้ขุดขึ้นมา" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดในบทนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ แบล็กสมิธในตำนาน ครับ
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาปรารถนาในรอยจารึก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%