กลิ่นอายของดินชื้นหลังฝนตกยังไม่ทันจางหาย กลิ่นหอมฉุนของพริกแกงป่าที่โขลกสดๆ จนละเอียดก็ลอยอบอวลไปทั่วห้องครัวกว้างของบ้านไร่ปลายนา เสียงตะหลิวกระทบกระทะเหล็กดัง *ฉ่า* พร้อมกับกลุ่มควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นสู่เพดานไม้ รินรดายืนอยู่หน้าเตาด้วยท่าทางทะมัดทะแมง ผ้ากันเปื้อนสีมอๆ ไม่ได้ลดทอนความโดดเด่นของใบเนียนใสที่ระเรื่อด้วยความร้อนจากเตาไฟเลยแม้แต่น้อย มือเรียวตักใบกระเพราป่าสีเขียวสดลงไปโรยเป็นขั้นตอนสุดท้าย ปิดท้ายด้วยการสะบัดข้อมือตักแกงป่าปลาดุกนาใส่ชามดินเผาอย่างคล่องแคล่ว
"ระวังร้อนนะคะคุณริน"
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับผ้าขนหนูผืนสะอาดที่ยื่นมาซับเหงื่อบริเวณต้นคอให้เธออย่างเบามือ กวินท์ยืนมองภรรยาด้วยสายตาที่ลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา ดวงตาคมกริบคู่นั้นซ่อนความอ่อนโยนไว้ภายใต้กรอบแว่นสายตา และในขณะเดียวกันก็มีความกังวลบางอย่างที่เขาพยายามปิดบังมาตลอดหลายวัน
รินรดาหันกลับไปยิ้มให้สามีในนาม รอยยิ้มของเธองดงามราวกับดอกไม้ป่าที่ผลิบานหลังแล้งฝุ่น แต่แววตาของเธอกลับฉายแววรู้ทัน เธอวางทัพพีในมือลงแล้วหันมาเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ
"ถ้าคุณกวินท์ยังทำหน้าเครียดเหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบแบบนี้ อาหารฝีมือฉันคงไม่อร่อยแล้วล่ะค่ะ มีเรื่องอะไรคาใจสินะคะ ถึงได้เดินวนเวียนอยู่แถวห้องครัวตั้งแต่เช้าตรู่แบบนี้"
กวินท์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชื้อพับแขนและกางเกงทำงานลุยสวนเดินเข้าไปใกล้โต๊ะไม้เก่าๆ ที่วางกองเอกสารบางอย่างไว้ มันไม่ใช่เอกสารชลประทานหรือแผนผังการเกษตรที่เขามักจะถือติดตัว แต่มันคือแฟ้มหนังสีน้ำตาลเข้มที่ดูเก่าคร่ำคร่าจนเกือบเปื่อยยุรุด
"ผมไม่ได้ตั้งใจจะก้าวก่ายอดีตของคุณหรอกนะคะ... ริน" เขาสรรพนามเรียกเธอด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย มันนุ่มนวลและจริงจังขึ้น "แต่บังเอิญว่าตอนที่ผมไปสำรวจแนวเขตที่ดินแปลงเก่าท้ายหมู่บ้านเพื่อทำระบบระบายน้ำใหม่ คนงานไปขุดเจอหีบเหล็กฝังดินไว้ใต้ต้นมะขามยักษ์ และข้างในนั้น..."
กวินท์เว้นวรรค ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าของหญิงสาวเพื่อสังเกตปฏิกิริยา "มีชื่อของคุณ... รวมถึงเอกสารการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งหมด และจดหมายที่ถูกเขียนขึ้นด้วยลายมือของคุณเอง"
บรรยากาศในห้องครัวที่เคยอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของอาหารพื้นบ้านพลันเย็นเยียบลงทันตาเห็น รอยยิ้มบนริมฝีปากของรินรดาเลือนหายไปช้าๆ หัวใจในอกกระตุกวูบ แต่นั่นไม่ใช่ความตื่นตระหนกของรินรดาคนเก่า... มันคือความเย็นชาและคมกริบของวิญญาณนักบริหารสาวจากโลกยุคใหม่ที่ทะลุมิติมาสวมร่างนี้ต่างหาก
ร่างบางนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เธอไม่ได้แสดงอาการลนลานหรือแก้ตัวอย่างที่กวินท์คาดคิด มือเรียวยกขึ้นกอดอก สายตาคมกวาดมองแฟ้มในมือสามีด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย อดีตของร่างนี้... อดีตที่นางร้ายคนเก่าพยายามปกปิดและทำลายหลักฐาน แต่มันกลับถูกขุดคุ้ยขึ้นมาในวันที่เธอเริ่มสร้างรากชีวิตใหม่ได้อย่างมั่นคงแล้ว
"คุณกำลังสงสัยว่าฉันเป็นใครกันแน่... ใช่ไหมคะ?" รินรดาย้อนถาม น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังจนกวินท์ต้องขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด
"ผมไม่สนใจว่าอดีตคุณจะร้ายกาจแค่ไหน หรือเคยทำอะไรไว้กับใคร" กวินท์กล่าวเสียงทุ้มหนักแน่น ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "สิ่งที่ผมสนใจคือ... ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมตอนนี้ คือคนที่พลิกฟื้นผืนดินแห้งแล้งนี่ให้กลายเป็นทองคำ คือคนที่ทำให้ผมอยากกลับบ้านเร็วทุกวัน... แต่เอกสารพวกนี้ มันกำลังบอกว่า เรื่องราวทั้งหมดที่คุณทำมา มันมีความเชื่อมโยงกับ 'อุบัติเหตุ' เมื่อสามปีก่อน ที่ทำให้ตระกูลของคุณล่มสลาย และ... พ่อแม่ของคุณเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ"
คำว่า 'มีเงื่อนงำ' ทำให้รินรดาต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ ร่างกายของเจ้าของร่างเดิมไม่ได้มีความทรงจำส่วนนี้หลงเหลืออยู่เลย มันถูกลบเลือนไปด้วยความหวาดกลัวและความเจ็บปวด แต่การที่กวินท์พบเอกสารนี้ แปลว่ามีคนจงใจจัดฉาก หรือ... ร่างนี้อาจไม่ใช่แค่ 'นางร้ายสมองกลวง' อย่างที่ชาวบ้านนินทา แต่เธอคือหมากตัวสำคัญในเกมการเมืองท้องถิ่นที่ใหญ่กว่านั้นมาก
"คุณเจออะไรอีกในหีบนั้นคะ กวินท์" รินรดาถามเสียงเย็นเยียบ ก้าวเข้าไปประชิดตัวชายหนุ่มจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของเขา
กวินท์เลื่อนกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากแฟ้ม มันคือสำเนาสัญญาซื้อขายที่ดินแปลงใหญ่ที่สุดของตำบล ซึ่งลงชื่อผู้ขายคือมารดาของเธอเอง แต่ลายเซ็นของผู้ซื้อ... กลับเป็นชื่อของ 'ท่านกำนันพงษ์' ผู้มีอิทธิพลที่สุดในอำเภอ และเป็นคนที่กำลังพยายามฮุบที่ดินแปลงเกษตรของเธอในปัจจุบันนี้เอง!
"พวกมันไม่ได้แค่ต้องการไล่เราออกจากที่นี่ ริน" กวินท์กระซิบเสียงพร่า ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ "แต่พวกมันกำลังจะกลับมาทวงคืน 'ความลับ' ที่ซ่อนอยู่ใต้แปลงเกษตรอินทรีย์ที่คุณกำลังปลูกผักส่งขายอยู่ทุกวันนี้... ความลับที่ทำให้พ่อแม่ของคุณต้องแลกด้วยชีวิต"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้วิเคราะห์ข้อมูลอันน่าตกใจนั้น เสียงเคาะประตูก็จดังขึ้นอย่างรุนแรงและไร้ซึ่งมารยาท *ปัง! ปัง! ปัง!* ตามมาด้วยเสียงตะโกนโעกโฮกของคนกลุ่มใหญ่ที่ล้อมรอบบ้านไม้หลังน้อยเอาไว้
"เปิดประตูโว้ย! รินรดา! มึงเอาโฉนดที่ดินสาธารณะไปซ่อนไว้ที่ไหน ออกมาเคลียร์กันให้รู้เรื่อง ไม่งั้นกูจะเผาบ้านมึงให้ราบคาบทั้งหลัง!"
เสียงนั้นคือเสียงของสมุนมือขวาของกำนันพงษ์ ที่พ่วงมาด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโลภของญาติฝ่ายสามีเก่าที่คอยจ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อเธอมาโดยตลอด
กวินท์ขบกรามแน่น สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดของภรรยา เขาเอื้อมมือไปหยิบประแจเหล็กขนาดใหญ่ที่วางอยู่ข้างชั้นเครื่องมืออย่างรวดเร็ว ดวงตาสีเข้มฉายแววดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะฉีกกระชากผู้บุกรุกเป็นชิ้นๆ แต่ก่อนที่กวินท์จะก้าวออกไปเผชิญหน้า รินรดากลับคว้าชายเสื้อของเขาไว้
เธอไม่ได้แสดงความหวาดกลัวแม้แต่น้อย บนริมฝีปากกลับปรากฏรอยยิ้มเยือกเย็นที่ทรงพลังและน่ากลัวที่สุดเท่าที่กวินท์เคยเห็นมา... รอยยิ้มของนางร้ายที่พร้อมจะเอาคืนอย่างสาสม
"ใจเย็นก่อนค่ะคุณกวินท์..." รินรดาเอ่ยเสียงกระซิบข้างหูเขา แววตาส่อประกายวิบวับอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า "ในเมื่อพวกมันอยากได้เอกสารอดีตนักเรียนนอกคนนี้นัก... เราก็ควรต้อนรับพวกมันให้สมเกียรติ ด้วย 'ปุ๋ยหมักสูตรพิเศษ' ที่ฉันเพิ่งหมักไว้หลังบ้าน... รับรองว่าพวกมันจะต้องจดจำวันนี้ไปจนวันตายเลยล่ะค่ะ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันวิกฤตไปพร้อมกับรินรดานะคะ
**"กุหลาบหนามเงิน"**
นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของผืนดิน•ตอนที่ 17
ความลับที่กวินท์กุมไว้
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของผืนดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!