กลิ่นไอดินหลังฝนตกยังไม่ทันจางหายดี เสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าแปลงเกษตรผสมผสานก็ดังขึ้นรัวเร็วราวกับมีไฟลนก้น รินรดาชะงักมือที่กำลังถือกระป๋องผสมสารสกัดจากสะเดาและข่า เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อสมองยังคงวนเวียนอยู่กับข้อความปริศนาใต้ที่ปัดน้ำฝนเมื่อคืน *'ระวังตัวไว้ให้ดี ของที่เธอกำลังแย่งชิง มันไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ'*
"คุณริน! แย่แล้วครับคุณริน! แปลงคะน้าอินทรีย์แปลงสาม... แมลงลงครับ! ไม่รู้มาจากไหนเป็นล้านตัว กินใบแหว่งจนเหลือแต่ตอภายในคืนเดียว!"
เสียงตะโกนของคนงานหนุ่มดังลั่นแทรกเข้ามาในความเงียบ รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก
ดวงตาคู่สวยคมกริบฉายแววเด็ดเดี่ยวทันที ไม่มีเวลาให้กังวลเรื่องคำขู่ไร้สาระในเมื่อผลผลิตนاتหยาดเหงื่อกำลังจะพังทลายต่อหน้าต่อตา เธอวางกระป๋องในมือลงอย่างมั่นคง ก่อนจะก้าวฉับๆ ออกจากโรงเรือนด้วยท่าทีที่ไม่สะท้านต่อวิกฤตแม้แต่น้อย
เมื่อไปถึงแปลงคะน้า ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้คนงานหลายคนถึงกับเข่าอ่อน หนอนกระทู้และด้วงหมัดผักนับพันตัวกำลังรุมกัดกินใบเขียวชอุ่มอย่างตะกละตะกลาม ราวกับกองทัพปีศาจที่ถูกส่งมาทำลายล้างอาณาจักรสีเขียวที่เธอฟูมฟักมากับมือ เสียงกระซิบกระซาบด้วยความตื่นตระหนกของชาวบ้านดังเซנקเซ็ง บางคนถึงกับเอ่ยปากแนะนำให้ใช้สารเคมีสูตรแรงที่หาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไปในอำเภอ
"ไม่ได้ค่ะ!" รินรดาเอ่ยเสียงเฉียบขาด แววตาคมกวาดมองไปรอบแปลงผัก "ถ้าเราใช้สารเคมีตอนนี้ ดินที่ฉันใช้เวลาฟื้นฟูมาเป็นเดือนจะพังทลาย ระบบนิเวศน์จะตายสนิท และผักอินทรีย์ของเราก็จะไร้ราคา ลูกค้ากลุ่มพรีเมียมที่รอซื้ออยู่จะหายไปหมด"
"แต่คุณรินครับ ถ้าไม่ฉีดยาเคมี อีกไม่ถึงชั่วโมงผักพวกนี้เกลี้ยงแปลงแน่ๆ นะคะ!" เสียงหญิงสูงวัยคนหนึ่งเอ่ยท้วงด้วยความร้อนใจ
รินรดาไม่ตอบ เธอเพียงแต่ยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ในมิติการเกษตรยุคใหม่ที่เธอเรียนรู้มา การแก้ปัญหาศัตรูพืชไม่ได้มีแค่สงครามเคมี แต่คือ "สงครามชีววิธี" ต่างหาก!
ทันใดนั้น เสียงเครื่องยนต์รถกระบะคุ้นเคยก็แล่นเข้ามาจอดสนิท กวินท์ก้าวลงจากรถด้วยท่าทางสุขุม ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงทำงานลุยสวนก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างภรรยา สายตาคมกริบกวาดมองความเสียหายก่อนจะหันมามองหน้าภรรยาด้วยความห่วงใย โดยไม่ต้องเอ่ยถามสักคำ เขาก็รู้ทันทีว่าเธอกำลังเผชิญกับอะไร
"คุณกวินท์มาพอดีเลยค่ะ" รินรดาหันไปสบตากับสามี รอยยิ้มอุ่นใจปรากฏขึ้นบนเรียวปาก "ช่วยฉันประกอบเครื่องพ่นละอองฝอยตัวใหม่ทีค่ะ วันนี้เราจะใช้กองทัพแมลงวันทองและวิถีธรรมชาติสยบพวกมัน"
กวินท์พยักหน้ารับอย่างรู้ใจ เขาไม่เคยขัดใจหรือตั้งคำถามกับวิธีคิดนอกกรอบของภรรยา มีแต่จะคอยสนับสนุนและลงมือทำให้อย่างเงียบเชียบเสมอ วิศวกรหนุ่มจัดการต่อท่อระบบน้ำและเตรียมส่วนผสมตามที่รินรดาสั่งการอย่างรวดเร็ว
"ทุกคนฟังทางนี้!" รินรดาหันไปสั่งการคนงานด้วยน้ำเสียงทรงพลัง "เราจะไม่ใช้ยาฆ่าแมลง แต่เราจะใช้ 'น้ำM.O.H.สูตรเข้มข้นพิเศษ' ผสมน้ำสกัดจากพืชสมุนไพรฤทธิ์ร้อนที่เราหมักไว้เมื่อเดือนก่อน และที่สำคัญ..." เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย กวาดสายตามองทุกคน "เราจะปล่อย 'แตนเบียน' และ 'แมงมุมนักล่า' ที่ผมสะสมไว้ในโรงเรือนเพาะชำมาจัดการพวกมัน!"
สิ้นคำสั่ง การปฏิบัติการกู้ภัยแปลงผักก็เริ่มต้นขึ้น รินรดาลงมือฉีดพ่นด้วยตัวเองอย่างคล่องแคล่ว กลิ่นฉุนจางๆ ของสมุนไพรพื้นบ้านคละคลุ้งไปทั่วบริเวณผสมผสานกับละอองน้ำเย็นฉ่ำ ขณะที่กวินท์คอยควบคุมระบบชลประทานเพื่อปรับความชื้นในดินไม่ให้พวกแมลงหลบหนีลงใต้ดินได้ ท่ามกลางความตึงเครียด ทุกคนต่างลุ้นระทึกราวกับกำลังดูการต่อสู้บนสังข်เวียน
เวลาผ่านไปราวกว่าสองชั่วโมง ปาฏิหาริย์แห่งธรรมชาติก็ปรากฏต่อสายตา กองทัพแมลงที่เคยรุมทึ้งแปลงคะน้าเริ่มอ่อนแรงและร่วงหล่นลงสู่พื้นดินตามฤทธิ์ของสมุนไพรที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่แมลงนักล่าและแตนเบียนทำหน้าที่เก็บกวาดส่วนที่เหลืออย่างแม่นยำ แปลงคะน้าอินทรีย์รอดพ้นจากหายนะได้อย่างหวุดหวิด ใบสีเขียวสดใสกลับมาตั้งตรงรับแสงแดดยามบ่ายอีกครั้งท่ามกลางเสียงโห่ร้องด้วยความโล่งอกของคนงาน
รินรดายกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก ลมหายใจหอบเหนื่อยเล็กน้อยแต่ใบหน้ากลับเปี่ยมด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ กวินท์ยื่นผ้าเย็นและกระติกน้ำให้ภรรยาเงียบๆ สายตาสื่อความหมายลึกซึ้งที่อบอุ่นจนหัวใจเธอกระตุกวูบ
"เก่งมากครับภรรยาผม" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชมเบาๆ ใกล้ใบหู ทำเอารินรดาต้องแกล้งค้อนใส่แก้เขิน
ทว่า ความโล่งใจยังไม่ทันได้อยู่นาน เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของกวินท์ก็แผדเสียงดังขึ้น วิศวกรหนุ่มหยิบขึ้นมาดู หน้าจอแสดงเบอร์แปลกประหลาดที่โทรเข้ามาซ้ำๆ เขากดรับและเปิดสปีกเกอร์โฟนเพื่อให้ภรรยาได้ยินด้วย
*"คุณกวินท์... ผักอินทรีย์ล็อตแรกที่คุณส่งให้ตลาดกลางเมื่อเช้า เกิดปัญหาใหญ่แล้วล่ะครับ มีคนพบว่าผักของคุณมีร่องรอยการถูกเจาะ และตอนนี้... ลูกค้ากลุ่มใหญ่กำลังจะยกเลิกสัญญาเพราะหาว่าพวกคุณส่งสินค้ามีตำหนิและไร้มาตรฐาน!"*
รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ แววตาที่เพิ่งชนะศึกเมื่อครู่กลับมาเย็นเยียบและคมกริบดุจมีดโกน นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ... นี่คือแผนการตัดตอนทางธุรกิจที่วางไว้เป็นขั้นเป็นตอน!
ก่อนที่รินรดาจะทันได้เอ่ยปากแก้เกม รถมอเตอร์ไซค์รับจ้างคันเก่าก็วิ่งฝุ่นตลบมาจอดหน้าแปลงผัก คนขับหน้าตาตื่นตระหนกถือซองเอกสารสีน้ำตาลวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาเธอ
"คุณรินครับ! มี... มีพัสดุตีกลับจากสำนักงานใหญ่ส่งตรงมาถึงคุณครับ หน้าซองเขียนไว้ว่า... *'ของขวัญชิ้นสุดท้าย ก่อนที่เธอจะหมดตัว'*!"
รินรดารับซองเอกสารนั้นมาด้วยมือที่มั่นคง แม้หัวใจจะเต้นแรงด้วยความโกรธ เธอบรรจงฉีกซองออกช้าๆ และเมื่อดึงกระดาษด้านในออกมา กลิ่นหอมกรุ่นอันคุ้นเคยของเครื่องเทศบางอย่างก็ลอยแตะจมูก พร้อมกับข้อความที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ บนกระดาษจดหมายที่แนบมากับภาพถ่ายโฉนดที่ดินแปลงสำคัญ... *ภาพแปลงผักของเธอกำลังถูกไฟไหม้ในอนาคตอันใกล้!*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันวิกฤตไปพร้อมกับรินรดานะคะ
นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของผืนดิน•ตอนที่ 16
วิกฤตแมลงรบกวน
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของผืนดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!