กรรไกรคมกริบในมือของรินรดากรีดผ่านก้านใบอวบออแกนิก เสียง *ฉับ* ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของโรงเรือนเพาะปลูกยามบ่าย ปลายเล็บที่แต่งแต้มด้วยสีธรรมชาติสะท้อนกับแสงแดดที่ลอดผ่านสแลนกันความร้อน ทว่าบรรยากาศภายในไม่ได้เงียบสงบอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อสายตาของหญิงสาวเหลือบไปเห็นเงาร่างสูงโปร่งของแม่สามีและบรรดาญาติห่างๆ ที่ยืนกอดอกมองเธออยู่ตรงประตูด้วยสายตากล้ำกลืนฝืนทน
"ทำเป็นเล่นขายของไปได้... ผักหน้าตาประหลาดพวกนี้ ใครเขาจะอยากซื้อกินกันเล่า รินรดา เธอคิดจะผลาญเงินของตระกูลเราไปถึงไหนกัน" เสียงแหลมสูงของแม่สามีดังแทรกขึ้นมาทำลายความเงียบ โดยไม่ต้องรอให้ใครเชิญชวน
รินรดาวางกรรไกรลงบนโต๊ะไม้ไผ่ช้าๆ เธอไม่ได้หันกลับไปทันที แต่เลือกที่จะจัดเรียงผักสลัดสีเขียวสดและสีม่วงแดงลงในเข่งสานอย่างประณีตเสียก่อน ก่อนจะค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า พร้อมรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความอบอุ่น หากแต่เยียบเย็นและทรงพลังพอกจะทำให้คนใจคอไม่ดีได้ในเสี้ยววินาที
"ผหน้าตาประหลาดที่แม่พูดถึง เมื่อวานเพิ่งทำกำไรให้ฉันสามเท่าตัวค่ะ" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าชัดถ้อยชัดคำ "ถ้าการผลาญเงินของฉัน หมายถึงการเปลี่ยนเศษผักที่คนอื่นมองว่าไร้ค่าให้กลายเป็นสินค้าพรีเมียมที่ส่งตรงถึงมือเชฟโรงแรมห้าดาวได้... ฉันก็น่าจะทำมันให้เร็วกว่านี้เสียตั้งแต่ปีมะรอมมะร่อแล้วนะคะ"
ใบหน้าของแม่สามีบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด ยิ่งเห็นว่ารินรดาในตอนนี้ไม่ใช่ลูกสะใภ้อ่อนแอที่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมเหมือนเก่า ยิ่งทำให้ความรู้สึกอับอายพุ่งพล่าน แต่ก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้กรีดร้องโวยวายอะไรออกมามากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของกวินท์ที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างภรรยา
วิศวกรหนุ่มไม่ได้เอ่ยคำพูดใดๆ ออกมาสักคำ ทว่าแววตาคมกริบที่กวาดมองผู้มาเยือนทั้งหลายกลับเต็มไปด้วยความกดดัน ทรงพลัง และปกป้องอย่างชัดเจน กวินท์ยื่นมือหนามาหยิบใบผักกาดหอมขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ครู่หนึ่ง ก่อนจะวางมันลง แล้วเอ่ยเสียงเรียบ
"ผมเป็นคนอนุมัติงบส่วนนี้เองครับ... ถ้าจะมีใครต้องรับผิดชอบเรื่องการลงทุน ก็คงต้องเป็นผมไม่ใช่รินรดา" เขาเปลี่ยนสรรพนามและใช้คำพูดที่เฉียบขาด แม้จะไม่ได้ขึ้นเสียง แต่แรงกดดันระดับวิศวกรผู้ควบคุมโครงการชลประทานใหญ่โตก็ทำให้คนใจเสาะต้องถอยกรูด
รินรดาลอบยิ้มในใจเมื่อเห็นสามีออกโรงปกป้อง แม้ปากจะบอกว่าเป็นแค่ "สามีในนาม" แต่การกระทำของกวินท์กลับไม่เคยปล่อยให้เธอต้องเผชิญหน้ากับปัญหาลำพังเลยสักครั้ง บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่คลี่คลายลงอย่างรวดเร็วเมื่อผู้บุกรุกจำต้องถอยทัพกลับไปอย่างเสียหน้า ทิ้งให้สองสามีภรรยาอยู่ท่ามกลางกลิ่นหอมกรุ่นของดินและใบไม้ผลิ
"ขอบคุณค่ะ" รินรดาเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม พลางส่งยิ้มหวานหยดที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น "แต่จริงๆ ฉันจัดการเองได้สบายมากนะคะ ไม่เห็นต้องเปลืองตัวมาดุพวกเขาเลย"
กวินท์ก้มมองภรรยา ดวงตาคมเข้มฉายแววอ่อนแสงลงวูบหนึ่งอย่างที่มักจะเป็นเวลาอยู่กับเธอเพียงลำพัง มือหนายื่นไปปัดเศษใบไม้ที่ติดอยู่ตรงข้างแก้มเนียนอย่างถือวิสาสะ "ผมไม่ได้เปลืองตัว... ผมแค่ทำหน้าที่ของสามีที่ดี" เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ปลายเสียงทุ้มต่ำราวกับกระซิบ "และผมก็อยากเห็นว่า... 'แผนการแปรรูปสินค้า' ที่คุณคุยโวไว้เมื่อคืน มันจะหน้าตาเป็นอย่างไร"
คำพูดนั้นทำให้ดวงตาของรินรดากระვายประกายระยับ ความคิดสร้างสรรค์ที่อัดแน่นอยู่ในสมองถูกปลุกเร้าขึ้นมาทันที
ตลาดสดในช่วงสายของวันถัดมาคึกคักเป็นพิเศษ ทว่าจุดสนใจของทุกคนไม่ได้อยู่ที่แผงขายผักสดทั่วไป หากแต่อยู่ที่โต๊ะไม้ขนาดย่อมของ "กุหลาบหนามเงินฟาร์ม" ที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่สะดุดตา ขวดโหลแก้วใสบรรจุผักดองสามรสสีสันสดใส น้ำสลัดสูตรโฮมเมดที่บรรจุในขวดแก้วผูกเชือกป่านอย่างประณีต และที่สำคัญที่สุดคือ "ชิปส์ผักอบกรอบ" ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วน้ำลาย ท่ามกลางเสียงฮือฮาของชาวบ้านและแม่ค้าในตลาดที่ต่างพากันเข้ามามุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"นี่คืออะไรหรือแม่ริน... ผักเอามาทำเป็นขนมกินเล่นได้ด้วยหรือ?" ป้าอิ่ม แม่ค้าขายของชำผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากจัดเอ่ยถามขึ้นเป็นคนแรก หยิบถุงชิปส์ผักอบกรอบขึ้นมาพินิจด้วยความสงสัย
"ลองชิมดูสิคะป้าอิ่ม... กรอบ อร่อย และมีประโยชน์ ไม่มีสารกันบูดแน่นอนค่ะ" รินรดายื่นชิ้นฟักทองอบกรอบสีเหลืองทองให้โดยไม่ลังเล ป้าอิ่มรับมาเคี้ยวกร้วมหนึ่งคำ สีหน้าจากที่เคยสงสัยก็แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึงในพริบตา ความกรุบกรอบและรสชาติกลมกล่อมละมุนลิ้นทำให้เธอเผลอหยิบชิ้นที่สองตามมาติดๆ
พริบตาเดียว สินค้าล็อตแรกที่รินรดาเตรียมมาเพื่อทดลองตลาดก็ถูกกวาดเกลี้ยงแผงภายในเวลาไม่ถึงสี่สิบนาที เสียงนับธนบัตรดังกรุ๊งกริ๊งในกล่องไม้ ยืนยันความสำเร็จขั้นแรกของอาณาจักรผลิตภัณฑ์แปรรูปที่เธอเพิ่งเริ่มต้นสร้างขึ้นด้วยสองมือ
ทว่า... ในขณะที่รินรดากำลังเก็บเงินเข้ากระเป๋าด้วยความอารมณ์ดี สายตากลับสะดุดเข้ากับร่างคุ้นเคยของชายหนุ่มสวมสูทเนื้อดีคนหนึ่งที่ยืนหลบมุมอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ชายคนนั้นไม่ได้เข้ามาแย่งซื้อสินค้าเหมือนคนอื่น แต่เขากลับถือซองเอกสารสีน้ำตาลในมือ และจ้องมองมาที่เธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจกระตุกวูบเมื่อสังเกตเห็นรอยยิ้มแปลกประหลาดที่มุมปากของชายแปลกหน้าคนนั้น ก่อนที่เขาจะชูซองเอกสารในมือขึ้นเล็กน้อยเชิงทักทาย แล้วหมุนตัวเดินหายลับไปในฝูงชนอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงความเย็นเยียบที่แล่นริ้วขึ้นมาตามสันหลัง
กวินท์ที่เพิ่งเดินมาสมทบสังเกตเห็นความผิดปกติของภรรยา เขาขมวดคิ้วมุ่น เอื้อมมือมาแตะไหล่บางเบาๆ "มีอะไรหรือเปล่ารินรดา ทำไมหน้าซีดลงล่ะ"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบคำถามของสามี เสียงกระซิบจากข้อความปริศนาที่ถูกเสียบไว้ใต้ที่ปัดน้ำฝนรถกระบะของกวินท์เมื่อคืนก็ผุดขึ้นมาในหัว... *ระวังตัวไว้ให้ดี ของที่เธอกำลังแย่งชิง มันไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ*
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "กุหลาบหนามเงิน" นะคะ
นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของผืนดิน•ตอนที่ 15
แผนการแปรรูปสินค้า
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของผืนดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!