นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของผืนดิน•ตอนที่ 18

ความใจดีที่ซ่อนอยู่

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
"ถ้าพวกคุณยังมีเวลาว่างมานั่งจับกลุ่มนินทชาวบ้านอย่างไร้สาระ เช่นนั้นก็แสดงว่างานในแปลงทดลองคงจะสบายเกินไปสินะคะ" น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราายใบมีดอาบยาพิษดังแทรกขึ้นกลางวงสนทนาหน้าโรงเก็บเมล็ดพันธุ์ รินรดาก้าวเท้าช้าๆ ออกมาจากเงาไม้ไผ่ ร่างเพรียวในชุดผ้าฝ้ายสีครามเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้านไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวต่อสายตาดดูถูกเหยียดหยามของบรรดาญาติผู้พี่ฝั่งสามีที่มักรวมตัวกันนินทาเธอในยามลับหลังแม้แต่น้อย "อุ๊ย! พูดจาให้มันระวังปากหน่อยนะรินรดา เธอคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน แค่สะใภ้ที่ถูกสามีเขี่ยทิ้งให้อยู่เรือนพักโทรมๆ ท้ายไร่ ยังมีหน้ามาทำเป็นเบ่งใส่พวกเราอีกเหรอ!" ป้าสะใภ้ใหญ่หรือนางอำไพแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ใบหน้าอวบอูมบิดเบี้ยวด้วยความหมั่นไส้ สะโพกหนาย้ายน้ำหนักขณะลุกขึ้นยืนค้ำหัวหมายจะกดดันหญิงสาวให้ด้อยค่า บรรยากาศรอบข้างตึงเครียดขึ้นในทันที บรรดาญาติคนอื่นๆ ต่างส่งเสียงสนับสนุนและหัวเราะคิกคักด้วยความสะใจ รินรดาแอบถอนหายใจเบาๆ ในใจ การรับมือกับคนพวกนี้ไม่เคยใช้แรง แต่ต้องใช้ "หลักฐาน" และ "สมอง" เสียดายที่วันนี้เธอยังไม่อยากเสียเวลาเปิดศึกใหญ่ เพราะแปลงผักออร์แกนิกแปลงสามกำลังรอให้เธอไปจัดการระบบน้ำหยด ทว่า... ก่อนที่นางอำไพจะทันได้ยื่นมือผลักไหล่เธอตามนิสัยอันธพาลที่ติดตัวมานาน ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชอร์ตลุยสวนพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นกล้ามเนื้อแน่นตึงก็ก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างคนทั้งสองเสียก่อน กลิ่นอายอันเย็นเยียบและทรงพลังที่แผ่ออกมาจากตัวของกวินท์ทำให้นางอำไพถึงกับชะงักกึก ถอยหลังไปโดยสัญชาตญาณ "งานในความรับผิดชอบของผม... ดูเหมือนจะทำให้ทุกคนว่างงานมากเกินไปสินะครับ" กวินท์เอ่ยเสียงต่ำ นัยน์ตาคมกริบหลังกรอบแว่นโลหะไม่ได้มองหน้าใครเป็นพิเศษ แต่มันกลับทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา รินรดากะพริบตาปริบๆ ด้วยความประหลาดใจ ปกติแล้วกวินท์มักจะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับปัญหาครอบครัวจอมปลอมเหล่านี้เสมอ เขาเลือกที่จะหมกมุ่นอยู่กับการคำนวณโครงสร้างชลประทานและผืนดินมากกว่าจะมาสนใจคำนิราศนินทา แต่วันนี้... เขากลับยืนอยู่ตรงนี้ แผ่นหลังกว้างที่บังลมหนาวให้เธอนั้นให้ความรู้สึกมั่นคงอย่างประหลาด "คะ... คุณกวินท์ คือว่าพวกเราแค่..." นางอำไพเปลี่ยนท่าทีทันควัน จากเสือสาวกลายเป็นลูกแมวเชื่องๆ หลบสายตาแทบไม่ทัน ใครๆ ในสหกรณ์ก็รู้ว่าวิศวกรหนุ่มคนนี้คือมันสมองคนสำคัญที่ทางการส่งมาพัฒนาพื้นที่ หากเขาเกิดไม่พอใจขึ้นมาและตัดงบประมาณสนับสนุนโครงการหมู่บ้านขึ้นมา พวกนางคงได้แต่นั่งกินแกลบเป็นแน่ "ผมคิดว่าเอกสารสรุปผลผลิตแปลงทดลองที่ผมขอเมื่อวาน น่าจะมีความสำคัญมากกว่าการมายืนวิจารณ์ชีวิตส่วนตัวของภรรยาผมนะครับ" กวินท์เน้นย้ำคำว่า "ภรรยาของผม" ชัดถ้อยชัดคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาดจนทุกคนในที่นั้นหน้าซีดเผือก รินรดาลอบอมยิ้มที่มุมปากอย่างนึกขัน นางอำไพรemรีบพยักหน้ารัวๆ ก่อนจะกวาดต้อนบริวารวงนินทาให้สลายตัวไปอย่างรวดเร็วราวกับฝูงนกกระจอกแตกตื่น เมื่อรอบกายกลับมาเงียบสงบ เหลือเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดใบอ้อยและกลิ่นหอมจางๆ ของดินชื้นหลังรดน้ำ กวินท์จึงหันกลับมามองภรรยาในนาม ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบเฉย แต่แววตาที่มองเธอนั้นกลับมีความห่วงใยซ่อนอยู่ลึกซึ้งจนคนมองต้องใจเต้นรัวอย่างไม่ทันตั้งตัว "คุณ... มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?" รินรดาเอ่ยถามทำลายความเงียบ พยายามซ่อนความหวั่นไหวไว้ใต้ท่าทีนิ่งสงบ "ตั้งแต่ตอนที่ป้าของคุณกำลังจะยื่นมือสกปรกนั่นมาโดนตัวคุณครับ" กวินท์ตอบเสียงเรียบ แต่ดวงตาคมปลาบกวาดมองสำรวจร่างบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ราวกับจะตรวจหาบาดแผล "คุณเป็นคนฉลาดและสู้คน... แต่บางครั้ง การปล่อยให้ผมได้ทำหน้าที่สามีบ้าง ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณอ่อนแอลงหรอกนะครับ" คำพูดนั้นทำเอารินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เธอเป็นอดีตนางร้ายในนิยายที่ผ่านศึกเหนือเสือใต้มานับไม่ถ้วน แต่เหตุไฉน... สายตาและคำพูดนิ่งๆ ของวิศวกรหนุ่มบ้านไร่คนนี้ ถึงมีอานุภาพทำลายล้างความเกราะป้องกันในใจเธอได้ราบคาบเช่นนี้เล่า? "ฉันดูแลตัวเองได้ค่ะ..." เธอเถียงเสียงเบา หลบตาคมคู่นั้นไปมองแปลงผักคะน้าแทน "อีกอย่าง ฉันไม่อยากให้คุณต้องมีปัญหากับเครือญาติของที่นี่ พวกเขาขึ้นชื่อเรื่องความหน้าเลือดอยู่แล้ว" "ผมไม่กลัวปัญหาครับ..." กวินท์ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนกลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นดินและน้ำฝนจางๆ ลอยเข้าจมูก "ผมกลัวอย่างเดียว... กลัวว่าภรรยาของผมคนนี้ จะแอบไปร้องไห้คนเดียวหลังเรือนพักอีกเหมือนคราวก่อน" รินรดาชะงักงัน หัวใจกระตุกวูบ ภาพความทรงจำในร่างเดิมผุดขึ้นมา... วันที่เธอบอบช้ำจากการกลั่นแกล้งและนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่เงียบๆ หลังบ้านในคืนเดือนมืด กวินท์เห็นหรอกหรือ? หรือว่าเขาแอบมองเธอมานานแล้วกันแน่? ก่อนที่รินรดาจะได้ซักไซ้ไล่เลียงความในใจ กวินท์ก็ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งยับยู่ยี่มาตรงหน้าเธอ เป็นแผนผังระบบน้ำหยดที่เธอเคยร่างไว้ลวกๆ เมื่อคืน แต่ทว่า... ตรงมุมกระดาษด้านล่าง มีลายมือหวัดๆ แต่ทรงพลังด้วยปากกาหมึกซึม เขียนกำกับตัวเลขและสูตรคำนวณการไหลของน้ำไว้อย่างละเอียดสมบูรณ์แบบ พร้อมข้อความสั้นๆ เขียนด้วยลายมือของเขาเอง *[ถ้าอยากให้ผักโตเร็วกว่านี้ พรุ่งนี้เช้า... ผมจะช่วยคุณต่อท่อส่งน้ำแปลงนี้เองครับ]* รินรดาเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของกระดาษทันที ทว่ากวินท์กลับหมุนตัวเดินกลับไปยังแปลงสำรวจชลประทานของเขาเสียแล้ว ทิ้งให้เธอยืนถือกระดาษแผ่นนั้นไว้แน่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างใน แต่ความเงียบงันและความหวานซึ้งที่เพิ่งก่อตัวขึ้น กลับถูกทำลายลงอย่างกะทันหัน เมื่อเสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมเสียงตะโกนโกลาหลดังมาจากทางหน้าหมู่บ้าน ร่างของเด็กวัดวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาเธอด้วยความตกใจ "คุณรินรดาครับ!แย่แล้วครับ! สินค้าล็อตแรก... ผลผลิตออร์แกนิกในห้องเย็นใต้ถุนเรือนของคุณ..." เด็กวัดหอบหายใจจนตัวโยน ใบหน้าซีดเผือก "ถูกคนร้ายแอบลักลอบเปิดห้องเย็นเททิ้งจนเน่าเสียหมดเกลี้ยงแล้วครับ!" รินรดาหน้าถอดสีทันที สินค้าล็อตแรกที่จะต้องส่งมอบให้พ่อค้าตลาดมืดในอีกสามวันข้างหน้า เพื่อแลกกับทุนก้อนใหญ่ในการพลิกฟื้นสหกรณ์... พังไม่เป็นท่าแล้วอย่างนั้นหรือ? กวินท์ที่เพิ่งเดินออกไป หยุดชะงักฝีเท้าทันที ดวงตาคมกริบที่เคยมีความอ่อนโยนเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันดุจพญาอินทรีที่พร้อมจะขยี้เหยื่อให้แหลکคามือ ร่างสูงหันขวับกลับมามองทางเรือนพักของเธอด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนน่ากลัว กราบขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของรินรดาและกวินท์มาจนถึงตอนนี้ด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของผืนดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%