เสียงปิดประตูกระจกของรถยนต์ราคาแพงคันนั้น ดัง *ปัง* เบาๆ แต่กลับบาดลึกเข้ามาในความรู้สึกของรินรดา ราวกับมีใครเอาเข็มเล่มเล็กมาสะกิดแผลเก่าที่เพิ่งจะตกสะเก็ด
ชายในชุดสูทสากลสีเทาเข้มตัดเย็บอย่างประณีต ก้าวลงมาเหยียบย่ำลงบนพื้นดินลูกรังหน้าบ้านพักเก่าๆ ของเธอ รองเท้าหนังวัวขัดเงาวับตัดกับบรรยากาศชนบทโดยสิ้นเชิง ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาไม่ใช่เสื้อผ้าอาภรณ์ราคาแพงระยับเหล่านั้น หากแต่เป็นรอยยิ้มที่มุมปาก... รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่ง คล้ายเหยี่ยวที่กำลังมองเหยื่อในกรงขัง
"ไม่คิดเลยนะคะ ว่าคนเก่งอย่างคุณรินรดา ที่เคยเหยียบย่ำคนอื่นมาทั้งชีวิต จะมาตกต่ำถึงขั้นขุดดินปลูกผักประทังชีวิตอยู่ชายขอบประเทศแบบนี้"
น้ำเสียงนั้นนุ่มนวล ทว่าแฝงไว้ด้วยยาพิษเคลือบน้ำตาล ปริญญ์... อดีตทนายความมือหนึ่งของตระกูลใหญ่ผู้เคยช่วยปิดบังความชั่วร้ายและคอยขุดหลุมฝังร่างของรินรดาในอดีตชาติ เขากวาดสายตามองแปลงเกษตรออร์แกนิก ระบบน้ำหยด และโรงเรือนเพาะชำที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ด้วยแววตาสสมเพชแกมริษยา "ดูท่าทาง... ผลผลิตล็อตแรกคงจะขายดิบขายดีจนลืมหูลืมตาไม่ขึ้นสินะคะ ถึงได้กลกล้าทิ้งชื่อเสียงเก่าๆ มาซุกหัวนอนอยู่กับ... ผู้ชายบ้านๆ คนนี้"
ประโยคหลัง ปริญญ์จงใจเบนสายตาคมกริบไปยังกวินท์ วิศวกรหนุ่มผู้ยืนนิ่งสงوافอยู่เบื้องหลังภรรยา ร่างสูงใหญ่ของกวินท์ไม่ได้ขยับเขยื้อnหนี แรงกดดันจากแขกผู้มาเยือนไม่ได้ทำให้สะเทือนแม้แต่น้อย ทว่าบรรยากาศรอบตัวเขากลับลดฮวบลงจนอุณหภูมิรอบบริเวณแทบจะติดลบ รังสีความเยือกเย็นแผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่มราวกับสัตว์นักล่าที่กำลังจ้องมองผู้บุกรุกที่บังอาจล้ำเส้นอาณาเขต
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก1ครั้ง ปรับสีหน้าจากความตกใจให้กลับมาเรียบนิ่งสนิท ดวงตากลมโตฉายแววเยື้ยงหยัน เธอวางมือเรียวลงบนท่อนแขนแกร่งของสามีเบาๆ เป็นเชิงห้ามปรามไม่ให้กวินท์ใช้กำลัง ก่อนจะก้าวออกไปเผชิญหน้ากับอดีตคนสนิทด้วยความสง่างามที่ต่อให้ตกอยู่ในชุดผ้าฝ้ายเรียบง่าย ก็ไม่อาจลดทอนรัศมีลงได้เลยแม้แต่น้อย
"คนเราถ้ายังใช้ชีวิตอยู่กับความโลภและความหลอกลวง ย่อมไม่มีวันเข้าใจคุณค่าของแผ่นดินหรอกค่ะคุณปริญญ์" รินรดายิ้มรับ คำพูดของเธอนิ่มนวลแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูก "ที่นี่อาจจะดูบ้านนอกในสายตาคนเมืองอย่างคุณ แต่ทุกตารางนิ้วที่ฉันสร้างขึ้นมาจากหยาดเหงื่อของตัวเอง มันสะอาดและมีค่ามากกว่าเงินสกปรกทุกบาททุกสตางค์ที่คุณถือติดมือมาแน่นอนค่ะ"
ปริญญ์หุบยิ้มลงชั่วขณะ ดวงตาคมกวาดมองผู้หญิงตรงหน้าอย่างพิจารณา รินรดาในวันนี้ไม่ใช่คุณოთสะใภ้ตกอับผู้หวาดกลัวและร้องไห้ฟูมฟายคนเดิม เธอมีความมั่นใจ มีประกายเจิดจ้าในดวงตา และที่สำคัญ... เธอกำลังกุมความลับบางอย่างที่นายใหญ่ของเขากำลังตามหา
"ปากคอเราะร้ายยังเหมือนเดิมนะคะ..." ปริญญ์หัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้าใกล้รั้วไม้เตี้ยๆ อีกนิด "แต่เสียดาย... ของดีๆ แบบนี้ ถ้าไม่มีใบอนุญาต หรือถ้าเกิดว่า... 'ที่ดิน' แปลงนี้มีปัญหาเรื่องกรรมสิทธิ์ขึ้นมาล่ะคะ คุณยังจะยิ้มออกอยู่ไหม?"
คำพูดนั้นทำให้กวินท์หรี่ตาลงทันที สัญชาตญาณของวิศวกรผู้ดูแลระบบชลประทานและผืนดินบอกเขาว่า ชายคนนี้ไม่ได้มาแค่เพื่อทักทาย แต่มาเพื่อหาเรื่องและรื้อถอนรากฐานที่เขากับภรรยาช่วยกันสร้างมาด้วยหยาดเหงื่อ
"เชิญกลับไปเถอะค่ะ" รินรดาตัดบทเสียงเรียบ ดวงตาไม่ไหวติ่ง "สามีของฉันไม่ชอบต้อนรับแขกที่ไม่มีมารยาท และฉันเองก็ไม่มีเรื่องอะไรจะคุยกับสุนัขรับใช้ที่ซื่อสัตย์เกินนาย"
เส้นเลือดที่ขมับของปริญญ์ปูดโปนขึ้นมาเล็กน้อย รอยยิ้มเสแสร้งแตกกระเจิง "ปากดีให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะค่ะคุณรินรดา อีกไม่นาน... คุณจะได้รู้ว่านรกบนดินที่แท้จริงมันหน้าตาเป็นอย่างไร เมื่อทางการสั่งรื้อถอนโครงการเกษตรทั้งหมดของคุณในข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน!"
พูดจบ ปริญญ์ก็สะบัดหน้าหันหลังกลับอย่างหัวเสีย ก้าวขึ้นรถยนต์ราคาแพงคันเดิมก่อนจะเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกไป ทิ้งฝุ่นตลบอบอวลไว้เบื้องหลัง
รินรดามองตามกลุ่มควันสีเทานั้นด้วยแววตาครุ่นคิด มือเรียวที่ประสานกันไว้เริ่มเย็นเฉียบ แม้เธอจะเตรียมใจไว้แล้วว่าอดีตต้องตามมาหลอกหลอน แต่ไม่คิดว่ามันจะรวดเร็วและสกปรกถึงเพียงนี้
กวินท์เอื้อมมือมาโอบไหล่บางของภรรยาไว้แน่น สัมผัสอบอุ่นจากฝ่ามือหนาช่วยดึงสติเธอกลับมา น้ำเสียงทุ้มต่ำเอמהขึ้นข้างหูอย่างมั่นคง "ไม่ต้องกลัวค่ะที่รัก ต่อให้ใครหน้าไหนก็ไม่มีทางแย่งแผ่นดินตรงนี้ไปจากคุณได้ทั้งนั้น ถ้าพวกมันกล้ามาแตะต้องแปลงเกษตรของเรา ผมนี่แหละจะเป็นคนฝังพวกมันไว้ใต้ดินเอง"
คำพูดราบเรียบแต่หนักแน่นดั่งขุนเขาของสามี ทำให้หัวใจที่ไหววาระรัวของรินรดากลับมาสงบลงได้ ทว่าในวินาทีที่ความตึงเครียดเริ่มคลี่คลายลง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของกวินท์ก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
กวินท์หยิบขึ้นมาดูหน้าจอ ขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อยก่อนจะกดรับสาย "ว่าไง... อื้ม... อะไรนะ?"
รินรดากวาดสายตามองสีหน้าของสามีที่เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งกวินท์ลดโทรศัพท์ลง ใบหน้าคมคายฉายแววตึงเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"มีปัญหาอะไรเหรอคะกวินท์?" เธเอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวล
กวินท์มองหน้าภรรยา ดวงตาคมกริบไหววูบชั่วขณะก่อนจะเอמהคำพูดที่ทำให้เลือดในกายของรินรดากลายเป็นน้ำแข็ง "ไม่ใช่แค่เรื่องที่ดินข้างนอกแล้วค่ะที่รัก... ทางการเพิ่งแจ้งมาว่า แหล่งน้ำดิบหลักที่ใช้หล่อเลี้ยงระบบชลประทานทั้งหมดของหมู่บ้านเรา ถูกประกาศเป็นเขตหวงห้ามฉุกเฉิน... และตอนนี้ มีคำสั่งระงับการจ่ายน้ำเข้าแปลงเกษตรของเรา มีผลทันทีตั้งแต่... วินาทีนี้เป็นต้นไป!"
กุหลาบหนามเงิน ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของผืนดิน•ตอนที่ 10
เงาจากอดีตเริ่มคืบคลาน
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของผืนดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!