กลิ่นไอน้ำอุ่นๆ ที่คละเคลุ้งไปด้วยความหวานหอมของมันสำปะหลังเชื่อมและกะทิข้นคลัั่งลอยอบอวลตัดกับกลิ่นอับชื้นจากคราบน้ำฝนในเรือนเพาะชำอย่างสิ้นเชิง รินรดากะพริบตาถี่ๆ ตั้งสติกับภาพตรงหน้า ร่างสูงโปรแกรมของกวินท์ไม่ได้สะทกสะท้านต่อสายตาที่มองมาอย่างระแวดระวังของเธอเลยแม้แต่น้อย เขากลับวางถาดไม้ลงบนโต๊ะไม้ไผ่เก่าๆ ส่งเสียงกระทบกันเบาๆ อย่างถือวิสาสะ
"ดึกป่านนี้แล้ว... วิศวกรผู้สูงศักดิ์อย่างคุณ ถึงได้มีงานอดิเรกแปลกประหลาดด้วยการเป็นยามกะดึกจำเป็น แถมยังพ่วงตำแหน่งคนส่งเสบียงยามวิกาลให้อดีตภรรยาในนามที่ใครๆ ก็รังเกียจแบบนี้ล่ะคะ" รินรดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความระแวง เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณเมื่อร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดพื้นที่ส่วนตัว
กวินท์ไม่ตอบในทันที ดวงตาคมกราบกวาดมองคราบดินสีแดงที่เปรอะเปื้อนอยู่บนเรียวแขนเนียนและปลายคางของเธออย่างพิจารณา ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยาก
"ผมไม่ได้เป็นยาม... และที่นี่ก็ไม่ใช่สถานที่ที่คนธรรมดาเขาจะมาเดินเล่นกันตอนตีสอง" เสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลดังลอดริมฝีปากที่ได้รูป เขาเลื่อนถาดอาหารเข้าไปใกล้เธออีกนิด "แต่ถ้าหมายถึงการเป็นห่วงคนที่กำลังจะสร้างโปรเจกต์บ้าบิ่นพลิกแผ่นดินแล้งให้กลายเป็นแปลงเกษตรทองคำ... อันนั้นผมยอมรับก็ได้ว่าใช่"
รินรดานิ่งงัน หัวใจเต้นแรงขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างไม่รู้ตัว คำพูดของเขาไม่ได้เจือแววเยาะเย้ยถากถางเหมือนคนในตระกูลสามีเก่าของเธอเลยสักนิด ตรงกันข้าม มันกลับเต็มไปด้วยความจริงจังและน้ำเสียงทุ้มลึกที่ชวนให้คนฟังรู้สึกปลอดภัยอย่างน่าประหลาด
เธอก้มมองถาดไม้บนโต๊ะ ในนั้นมีถ้วยกระเบื้องเคลือบสีนวลบรรืจุกล้วยบวชชีที่ควันยังกรุ่นอยู่ กับสมุดบันทึกเล่มหนาที่ปกหนังเยินๆ วางทับอยู่ด้านข้าง
"นี่คืออะไรคะ?"
"แบบแปลน 'โครงการเขื่อนจิ๋ว' ที่คุณเคยพูดถึงเมื่อตอนบ่าย... ผมลองร่างโครงสร้างการไหลของน้ำจากลำห้วยสาขาบนภูเขาลงมายังแปลงเกษตรของคุณแล้ว มันเป็นไปได้ ถ้ารู้จักบริหารจัดการทิศทางน้ำและใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านผสมผสานกับหลักวิศวกรรมชลประทานอย่างเหมาะสม" กวินท์กล่าวพลางเปิดสมุดบันทึกหน้าที่มีลายมือยึกยือแต่เป็นระเบียบเรียบร้อยด้วยปากกาหมึกซึมให้เธอดู
รินรดาลืมความระแวดระวังไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตะลึง เธอก้มลงมองภาพสเกตช์ระบบกักเก็บน้ำขนาดเล็กที่ออกแบบมาอย่างชาญฉลาด ไม่ทำลายธรรมชาติ แถมยังใช้วัสดุราคาถูกในท้องถิ่นอย่างไม้ไผ่และหินภูเขามาประยุกต์ใช้ได้อย่างลงตัว นี่มันคือสิ่งที่เธอต้องการพอดี! สิ่งที่จะพลิกวิกฤตความแห้งแล้งของที่ดินผืนนี้ให้กลายเป็นทองคำในมือเธอ
"คุณ... ทำแบบนี้ทำไมคะ?" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตาฉายความสงสัยระคนซาบซึ้งอย่างปิดไม่มิด "การช่วยเหลือฉันในตอนนี้ มีแต่จะทำให้คุณเดือดร้อนไปด้วย เพราะคนพวกนั้นไม่มีทางปล่อยคุณไว้แน่ถ้าพวกเขารู้ว่าคุณแอบสนับสนุนฉัน"
กวินท์ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนรินรดาสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของชายหนุ่ม กลิ่นกายสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นดินและฝนจางๆ ลอยเข้าจมูก ทำให้เธอเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
"ผมเป็นวิศวกร... และผมเกลียดความแห้งแล้งพอกๆ กับที่ผมเกลียดคนโง่ที่มองไม่เห็นคุณค่าของผืนดิน" กวินท์โน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "ส่วนเรื่องคนอื่น... ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่กวินท์คนนี้ต้องกลัวคำครหาของคนตระกูลนั้น?"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง ชั่วขณะหนึ่งไม่มีใครพูดอะไรออกมา เสียงจิ้งหรีดเรไรรingข้างนอกเรือนเพาะชำและเสียงลมหายใจอุ่นๆ ของคนทั้งสองคือสิ่งเดียวที่ดังชัดเจนในความมืด รินรดารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นแปลกประหลาดที่ค่อยๆ แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจที่ด้านชาจากการต่อสู้ลำพังมานาน
"ทานซะสิครับ" กวินท์ผละตัวออกไปเล็กน้อยเพื่อรักษาช่องว่างอย่างให้เกียรติ พลางดันถ้วยกล้วยบวชชีมาตรงหน้าเธอ "กล้วยบวชชีฝีมือผมเอง หวานน้อย... น่าจะถูกปากผู้หญิงเก่งที่ชอบใช้พลังงานเยอะอย่างคุณ"
รินรดายิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว รอยยิ้มแรกในรอบหลายวันที่จริงใจที่สุด เธอตักกล้วยบวชชีเข้าปาก รสชาติหวานมันกำลังดี ละมุนลิ้น และช่วยคลายความเหนื่อยล้าจากการตรากตรำทำงานมาทั้งวันได้อย่างมหัศจรรย์
"อร่อยมากค่ะ... ไม่คิดว่าวิศวกรมา1ดจะทำขนมไทยได้อร่อยขนาดนี้" เธอกล่าวชมอย่างจริงใจ
"ถ้าคุณชอบ... พรุ่งนี้ผมจะทำมาให้อีก" กวินท์ตอบรับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก่อนที่สายตาของเขาจะเหลือบไปเห็นกระดาษบันทึกราคาเมล็ดพันธุ์พืชสมุนไพรที่รินรดาวางกองไว้มุมโต๊ะ "ดูท่าทาง... แผนการบุกตลาดสมุนไพรของคุณจะไปได้สวยสินะครับ ถึงได้ขยันจนดึกดื่นขนาดนี้"
"เพราะฉันไม่มีเวลาให้เสียต่างหากล่ะคะ" รินรดาวางช้อนลงแล้วเช็ดปากอย่างเรียบร้อย "ในเมื่อคุณอุตส่าห์เอา 'โครงการเขื่อนจิ๋ว' มาส่งให้ถึงมือแถมยังลงทุนทำขนมมาล่อใจขนาดนี้แล้ว... ฉันคงปฏิเสธความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้หรอกใช่ไหมคะ?"
"เป็นการตัดสินใจที่ฉลาดมากครับ ภรรยา" กวินท์กระตุกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ
ทว่า ในวินาทีที่ความสัมพันธ์อันเปราะบางระหว่างคนทั้งสองกำลังก่อตัวขึ้นอย่างอบอุ่นและลึกซึ้ง ทันใดนั้นเอง—!
เสียงทุบประตูกระจกด้านหน้าเรือนเพาะชำอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงตะโกนโผงผางด้วยความเกรี้ยวกราดก็ดังแหวกความเงียบขึ้นมาขัดจังหวะ
"รินรดา! นังตัวดี! แกเปิดประตูเดี๋ยวนี้ชียะ! ฉันรู้ว่าแกแอบซ่อนผู้ชายไว้ข้างใน ออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
เสียงแหลมปรี๊ดของแม่สามีเก่าดังแว่วเข้ามา พร้อมกับเสียงเคาะประตูที่รัวกระหน่ำราวกับจะพังเข้ามาให้ได้ รินรดาสะดุ้งสุดตัว สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาในพริบตาเดียว ส่วนกวินท์... ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยผ่อนคลายกลับฉายแววอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างน่ากลัว ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อมองไปที่ประตูหน้า
กวินท์เอื้อมมือไปคว้าจับข้อมือเรียวของรินรดาเอาไว้แน่น ดึงเธอเข้ามาหลบด้านหลังลำตัวของเขาอย่างปกป้อง พร้อมกับเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำลึกที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก
"อยู่ข้างหลังผม... เดี๋ยวผมจัดการเองว่าใครกันแน่ที่กล้าบุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของเรายามวิกาลแบบนี้"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ "กุหลาบหนามเงิน" เสมอมานะคะ!
นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของผืนดิน•ตอนที่ 12
โครงการเขื่อนจิ๋ว
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของผืนดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!