นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของผืนดิน•ตอนที่ 5

เมื่อนางร้ายลงมือปลูกผัก

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
"ถ้าคิดว่าแปลงผักออร์แกนิกแปลงนี้จะเหี่ยวเฉาตายคาเท้าของพวกคุณได้ง่ายๆ ล่ะก็... ฉันเกรงว่าพวกคุณคงต้องคำนวณต้นทุนความอิจฉาริษยาใหม่เสียแล้วล่ะค่ะ" รินรดากล่าวด้วยรอยยิ้มพริ้มเพรา แต่ดวงตาคู่คมกริบดุจเพชรเจียระไนกลับไม่มีความขบขันอยู่เลยแม้แต่น้อย ปลายรองเท้าผ้าใบเปื้อนโคลนของเธอยืนหยัดอยู่บนคันดินกั้นน้ำอย่างมั่นคง เบื้องหน้าของเธอคือกลุ่มญาติสามีและเพื่อนบ้านจอมจุ้นที่ตั้งใจยกโขยงกันมาเพื่อเหยียบย่ำทำลายแปลงผักปลอดสารพิษล็อตแรกของเธอให้พินาศคามือ เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังระงมขึ้นทันที นางปิ่นแม่สามีจอมเคี่ยวผู้เกลียดชังสะใภ้คนนี้เข้ากระดูกดำ ยืนเท้าสะเอวหัวเราะร่าด้วยความสะใจ "ฮ่าๆๆ! นังรินรดา! แกคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน หะ? ลูกคุณหนูตกอับอย่างแกเนี่ยนะจะปลูกผักขายได้? ดูสภาพดินเค็มๆ ดินแล้งๆ นี่สิ แค่ก้อนดินยังแข็งเหมือนหินผา ผักบ้าที่ไหนมันจะกล้าโผล่หัวขึ้นมาวะ! แกหลอกชาวบ้านไปวันๆ เพื่อหวังเงินจากกวินท์ใช่มั้ย!" สายตาหลายคู่มองมาที่รินรดาด้วยความสมเพชเวทนา บ้างก็เตรียมรอดูความหายนะของอดีตนางร้ายที่เคยเหยียบย่ำคนอื่นมาทั้งชีวิต ทว่า... รินรดากลับไม่สะดุ้งสะเทือนเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวปัดเศษดินที่เปื้อนปลายนิ้วเรีย้างามอย่างใจเย็น ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้ป้าปิ่นช้าๆ แรงกดดันบางเบาแต่ทรงพลังแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธอ จนอีกฝ่ายเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "คุณแม่คะ..." เสียงหวานใสทว่าเฉียบขาดดังขึ้นกังวาน "การที่ท่านมาเหยียบแปลงผักของฉันในยามวิกาลแบบนี้ นอกจากจะแสดงถึงมารยาทอันต่ำต้อยของท่านแล้ว มันยังแสดงให้เห็นถึงความหวาดกลัว... กลัวว่าผู้หญิงคนที่ท่านเคยตราหน้าว่าไร้ค่าคนนี้ จะสามารถสร้างรายได้แซงหน้าตระกูลเดิมของท่านในเวลาไม่ถึงเดือนน่ะสิคะ" "นัง... นังปากดี!" ป้าปิ่นหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด เงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าสะใภ้ตัวดีสักฉาดใหญ่ให้หายแค้น ทว่า... มือเหี่ยวย่นนั้นกลับถูกมือใหญ่หนาของใครบางคนคว้าเอาไว้กลางอากาศอย่างแน่นหนา! กวินท์ก้าวออกมาจากเงาไม้ใหญ่ริมแปลงผัก ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มบึ้งตึง ดวงตาสีเข้มคู่นั้นเย็นชาไร้กะแสอารมณ์จนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนทุกคนในที่นั้นต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก รัศมีของวิศวกรผู้กุมความลับและระบบชั่วน้ำของผืนดินทั้งอำเภอไม่ใช่สิ่งที่คนไร้ประโยชน์เหล่านี้จะกล้าต่อกรด้วย "ถ้ามือข้างนี้ตกลงบนตัวภรรยาผมแม้แต่นิดเดียว..." กวินท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ดังก้องกังวานบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ผมคงต้องทบทวนสิทธิ์การใช้น้ำบาดาลในที่ดินของตระกูลเราทั้งหมด... รวมถึงเงินสนับสนุนประจำเดือนที่ผมเคยส่งให้พวกลุงป้าด้วย ว่ามันสมควรแก่การเจียดมาให้คนไร้มารยาทพวกนี้ใช้อยู่หรือเปล่า" สิ้นคำพูดนั้น ความเงียบสงัดก็เข้าปกคลุมทันที บรรดาญาติผู้ใหญ่ที่เคยฮึกเหิมต่างหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม ป้าปิ่นถึงกับสะบัดมือออกด้วยความตกใจกลัว กลืนไม่เข้าคายไม่ออกได้แต่ยืนตัวสั่นเทาด้วยความแค้นเคือง รินรดาแอบอมยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ เธอนึกขอบอกขอบใจสามีในนามคนนี้ในใจ ชายหนุ่มผู้นี้มักจะปรากฏตัวในจังหวะที่เธอต้องการพอดีเสมอ แม้ภายนอกเขาจะดูเย็นชาและเข้าถึงยาก แต่การกระทำกลับปกป้องเธออย่างไม่มีเงื่อนไขทุกครั้ง "เอาล่ะค่ะ ในเมื่อทุกท่านมากันพร้อมหน้าพร้อมตาขนาดนี้แล้ว..." รินรดาผายมือไปยังแปลงผักสีเขียวขจีที่แผ่ขยายสุดสายตา ซึ่งถูกรดด้วยระบบน้ำหยดอัจฉริยะที่กวินท์แอบออกแบบให้เป็นพิเศษ "ฉันในฐานะเจ้าของโครงการ 'กุหลาบเกษตรอินทรีย์' ขอยกเลิกการขายส่งผ่านพ่อค้าคนกลางหน้าเลือดแบบเดิมๆ แล้วเปลี่ยนมาใช้ 'ระบบพรีออเดอร์รายสัปดาห์ผ่านแอปพลิเคชันตลาดสดออนไลน์' ที่ฉันเพิ่งเขียนโค้ดและเจรจากับกลุ่มภัตตาคารในเมืองหลวงเมื่อบ่ายนี้เองค่ะ" คำว่า *แอปพลิเคชัน* และ *ภัตตาคารในเมืองหลวง* ทำให้ทุกคนในที่นั้นเบิกตากว้างด้วยความไม่เข้าใจ บ้านนอกคอกนาเช่นนี้จะมีปัญญาทำเรื่องไฮเทคแบบนั้นได้อย่างไร? "โกหก! นังรินรดา แกฝันกลางวันอยู่หรือไง ผักกระจอกพวกนี้ใครเขาจะอยากซื้อราคาแพง!" "ถ้าไม่เชื่อ..." รินรดาหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมา กดเปิดหน้าจอโชว์ยอดโอนเงินมัดจำล่วงหน้าจำนวนมหึหาที่เพิ่งเด้งเข้ามาหมาดๆ พร้อมข้อความยืนยันการสั่งซื้อผักปลอดสารพิษล็อตแรกทั้งหมด **หมดเกลี้ยงภายในเวลาสามนาที** "ยอดจองเต็มล่วงหน้าสามเดือนแล้วค่ะคุณแม่ และที่สำคัญ... ลูกค้ากลุ่มแรกคือเชฟมิชลินสตาร์จากเมืองหลวง ที่ยอมจ่ายไม่อั้นเพื่อให้ได้ผลผลิตจากดินแปลงนี้" สีหน้าของป้าปิ่นและพวกขี้อิจฉาเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับขาวราวกับคนใกล้จะลมจับ พวกเขาได้แต่ยืนอ้าปากค้างทำอะไรไม่ถูกเมื่อตระหนักได้ว่า ผู้หญิงที่พวกเขากลั่นแกล้งมาตลอด บัดนี้ได้ก้าวล้ำนำหน้าพวกเขาไปไกลจนไม่เห็นแม้แต่ฝุ่นแล้ว รินรดากวาดสายตามองความพ่ายแพ้ตรงหน้าอย่างเหนือกว่า ก่อนจะหันไปสบตากับกวินท์ที่ยืนอยู่เคียงข้าง ชายหนุ่มส่งยิ้มบางเบาให้เธอ เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและสื่อความหมายลึกซึ้งเกินกว่าคำพูดใดๆ ความสำเร็จก้าวแรกงอกงามขึ้นแล้ว ทว่าท่ามกลางความหอมหวานของชัยชนะและความสัมพันธ์ที่กำลังผลิใบในหัวใจ เสียงแจ้งเตือนข้อความแปลกปลอมในโทรศัพท์มือถือของรินรดากลับดังขึ้นขัดจังหวะ *ปิ๊ง!* ก้มลงมองหน้าจอ... ปรากฏภาพถ่ายเอกสารโฉนดที่ดินผืนใหญ่ที่สุดในอำเภอ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำอันเป็นหัวใจสำคัญของระบบชลประทานทั้งหมด พร้อมข้อความปริศนาส่งตรงมาจากเบอร์นิรนาม: **"ยินดีด้วยกับความสำเร็จ, คุณสะใภ้... แต่ระวังตัวไว้ให้ดี เพราะของขวัญชิ้นต่อไปที่จะทำให้เธอสูญสิ้นทุกอย่างกำลังจะเดินทางไปถึงหน้าบ้าน"** รินรดาชะงักกึก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างลงในทันที ดวงตาคู่สวยหรี่ลงด้วยความระแวดระวัง เมื่อเงาร่างสีดำลึกลับสายหนึ่งกำลังเดินมุ่งตรงเข้ามาทางประตูรั้วบ้านในยามวิกาล พร้อมกับกลิ่นอายอันคุ้นเคยที่ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความพยายามของรินรดานะคะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของผืนดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%