"ฉันไม่ได้มาเพื่อฟังเสียงถอนหายใจของเธอหรอกนะ รินรดา... ผักช้ำๆ เละๆ แบบนี้ ต่อให้เอาไปกองไว้หลังตลาด ฉันยังต้องคิดดูเลยว่ามันสมควรเอาไปให้หมูกินหรือเปล่า"
สุ้มเสียงเย่อหยิ่งของ 'เสี่ยอำนาจ' เจ้าพ่อตลาดค้าส่งผักรายใหญ่ที่สุดในจังหวัด ดังแทรกผ่านม่านฝุ่นสีแดงที่ลอยฟุ้งจากล้อรถซีดานหรูคันโต ชายวัยกลางคนในชุดสูทรarmaniตัดเย็บอย่างดีก้าวลงมาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก สายตาดุดลวดลายเข้มงวดกวาดมองไปรอบแปลงเกษตรอินทรีย์ขนาดสองไร่ของเธอราวกับกำลังประเมินราคาซากปรักหักพัง
รินรดายืนนิ่งอยู่บนคันดิน รองเท้าบูทสีดำเปื้อนคราบโคลนชื้นแฉะ ทว่าแผ่นหลังของเธอกลับเหยียดตรงอย่างสง่างาม เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้ลวกๆ ด้วยไม้ปิ่นปักผมเรียบง่าย ทว่านัยน์ตาสีรัตติกาลคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยประกายแห่งความท้าทายที่ทำเอาเสี่ยอำนาจถึงกับชะงักฝีเท้า
ย้อนกลับไปเมื่อสามเดือนก่อน รินรดาในร่างเก่าเคยหอบหิ้วตะกร้าผักคะน้ากำน้อยวิ่งโร่มาคุกเข่าอ้อนวอนขอให้เสี่ยอำนาจรับซื้อผลผลิตเพื่อประทังชีวิต แต่วันนั้นสิ่งที่เธอได้รับกลับไม่ใช่เงินตรา หากแต่เป็นรอยเท้าที่เตะตักตวงตะกร้าผักของเธอจนกระจัดกระจาย พร้อมคำดูถูกว่าเธอเป็นได้แค่ตัวกาลกิณีของตระกูล
"แปลกจริงนะคะ เสี่ยอำนาจ..." รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นดังที่ชายวัยกลางคนคาดการณ์ไว้ ร่างบางก้าวเท้าเดินผ่านร่องแปลงผักที่เขียวขจีอย่างมั่นคง ชายกระโปรงคลุมเข่าสะบัดตามจังหวะการก้าวเดิน "คนระดับเสี่ยถึงได้ลงทุนนั่งรถหรูฝ่าทางลูกรังเข้ามาถึงท้ายหมู่บ้านกันดาร เพียงเพราะอยากมาดูผักเน่าๆ ที่ท่านบอกว่าแม้แต่หมูยังเมิน... หรือว่าตระกูลค้าส่งผักเบอร์หนึ่งของจังหวัด กำลังขาดแคลนสินค้าจนต้องมาคุ้ยหาเศษผักจากแปลงของคนที่ท่านเคยเหยียดหยามกันแน่คะ?"
"ปากกล้าขึ้นนี่!" เสี่ยอำนาจแค่น
"คิดว่าจัดสวนหย่อมปลูกผักเล่นๆ แล้วจะพลิกชีวิตได้หรือไง? แกก็รู้ว่าตลาดในมือฉันผูกขาดทุกอำเภอ ต่อให้แกล้นตายคากองดิน ผลผลิตพวกนี้ก็ไม่มีทางหลุดรอดออกไปขายที่ไหนได้หรอก ถ้าฉันไม่เซ็นอนุมัติ!"
บรรยากาศรอบแปลงเกษตรเริ่มตึงเครียด ชาวบ้านกลุ่มใหญ่ที่แอบมารุมมุงดูอยู่ห่างๆ ต่างพากันกลั้นหายใจด้วยความหวาดกลัว อิทธิพลของเสี่ยอำนาจแผ่ขยายกว้างขวาง ใครๆ ในอำเภอนี้ต่างก็รู้ดีว่าการขัดขวางเขาหมายถึงจุดจบของการทำมาหากิน
ทว่า ในวินาทีที่ความกดดันกำลังพุ่งถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงเครื่องยนต์ทรงพลังของรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อคันคุ้นเคยก็แล่นเข้ามาจอดเทียบท่าอย่างนุ่มนวล ประตูฝั่งคนขับเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของ 'กวินท์' วิศวกรหนุ่มผู้เงียบขรึม วันนี้เขาสวมเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอก เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมส่วนและผิวสีแทนจากการตากแดดตากลม ร่างสูงโปร่งก้าวอาดๆ เข้ามาหยุดยืนเคียงข้างรินรดาอย่างเป็นธรรมชาติ มือหนายื่นส่งผ้าเย็นชื้นผืนหนึ่งให้ภรรยาในนาม โดยไม่แม้แต่จะปรายตาแลเสี่ยอำนาจและกลุ่มผู้ติดตามเลยแม้แต่น้อย
"เหนื่อยไหม..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามภรรยาอย่างแผ่วเบา มีเพียงความห่วงใยเจืออยู่ในนั้น ทว่าท่าทีเมินเฉยเช่นนั้นกลับทำให้เสี่ยอำนาจรู้สึกเหมือนถูกตบหน้ากลางสาธารณชน
"แกเป็นใครวะ? หน้าตัวเมียหรือไง ถึงได้ปล่อยให้เมียมายืนตากแดดขายหน้าชาวบ้านอยู่ได้!" เสี่ยอำนาจคำรามด้วยความโมโห
กวินท์ค่อยๆ หันกลับมา ชายหนุ่มปรายตามองเจ้าพ่อค้าส่งผักด้วยแววตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก ปรอทความกดดันในอากาศลดฮวบทันที ความนิ่งสงบแต่น่าเกรงขามของวิศวกรหนุ่มทำให้เสี่ยอำนาจถึงกับชะงัก ถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
"ผมคือกวินท์ สามีของรินรดา..." น้ำเสียงของเขาเรียบสนทนา ทว่าทรงพลังจนกดทับสรรพเสียงรอบข้างให้เงียบสนิท "และผักที่คุณกำลังดูถูกว่าเน่าเสีย... ตอนนี้ถูกจองหมดเกลี้ยงตั้งแต่ยังไม่ทันได้ถอนออกจากรากแล้วครับ เสี่ยอำนาจ"
สิ้นคำพูดของกวินท์ รินรดาก็ส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มแต่ทว่าเย็นยะเยือกให้แขกผู้ไม่ได้รับเชิญ มือเรียวบางดึงผ้าใบกันแดดที่คลุมแปลงผักด้านในสุดออก เผยให้เห็นผลผลิตรุ่นแรกที่เติบโตอย่างสมบูรณ์แบบเกินคาด หัวกะหล่ำปลีสีม่วงสดใสอวบอ้วน รากผักกาดขาวอวบหนาไร้รอยแมลงกัดแทะ และโดยเฉพาะ 'มะเขือเทศราชินี' สีแดงก่ำที่ส่งกลิ่นหอมหวานอ่อนๆ ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ ยิ่งไปกว่านั้น ขนาดและน้ำหนักของผักแต่ละต้นกลับสร้างความประหลาดใจให้ชาวบ้านที่ยืนมุงดูจนต้องอุทานออกมาเสียงหลง เพราะนี่ไม่ใช่ผักธรรมดา แต่มันคือผลผลิตเกรดพรีเมียมที่แม้แต่ซูเปอร์มาร์เก็ตในเมืองหลวงยังต้องแย่งชิง!
เสี่ยอำนาจเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งซีดเผือดลงถนัดตา เมื่อเขาเห็นรถบรรทุกขนาดเล็กติดเครื่องหมายห้องเย็นของ 'ภัตตาคารหรูระดับห้าดาวในตัวจังหวัด' เลี้ยวเข้ามาจอดต่อท้ายรถซีดานของตนเองอย่างนิ่มนวล!
"สวัสดีครับคุณรินรดา ทางผู้จัดการใหญ่ส่งผมมารับผักอินทรีย์ล็อตแรกสำหรับเมนูพิเศษค่ำนี้ครับ หวังว่าผลผลิตจะยังคงยอดเยี่ยมเหมือนตัวอย่างที่ส่งให้เราทดสอบนะครับ" ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของภัตตาคารก้าวลงมาโค้งคำนับให้อย่างนอบน้อม
รินรดายิ้มรับอย่างสง่างาม เธอปรายตามองเสี่ยอำนาจที่ยืนแข็งค้างราวกับถูกสาบให้เป็นหิน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจของคนเคยเหยียดหยาม
"ยินดีต้อนรับค่ะ พอดีเลย... ดูเหมือนว่าแปลงผักหลังนี้ จะไม่มี 'เศษผัก' เหลือเผื่อแผ่ไปถึงหมูอย่างที่เสี่ยว่าเสียด้วยสิคะ"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงฮือฮาของชาวบ้านจะดังสนั่นหวั่นไหว ทว่าในจังหวะที่ทุกคนกำลังชื่นชมความสำเร็จก้าวแรกของอดีตสะใภ้ตัวร้ายนั้นเอง สายตาของกวินท์กลับเหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ท้องรถซีดานหรูของเสี่ยอำนาจ... รอยคราบน้ำมันสีดำคล้ำที่หยดติ๋งลงบนพื้นดิน พร้อมกับเสียงวิทยุสื่อสารขนาดเล็กที่ดังแทรกคลื่นความถี่แปลกประหลาดขึ้นจากกระเป๋าเสื้อของคนขับรถเสี่ยอำนาจอย่างกะทันหัน!
กวินท์คว้าแขนรินรดาดึงเข้าหาตัวทันที ดวงตาคมกราบจดจ้องไปยังพุ่มไม้หนาทึบข้างแปลงเกษตรที่กำลังสั่นไหวอย่างมีพิรุธ...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความพยายามของรินรดานะคะ
นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของผืนดิน•ตอนที่ 4
เหงื่อที่ไหลรินกับความสำเร็จก้าวแรก
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของผืนดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!