นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของผืนดิน•ตอนที่ 2

วิศวกรหน้าตายกับสายตาดุ

ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
ควันสีขาวบางเบายังคงลอยอ่อยอิ่งอยู่เหนือห่อใบตองกล้วยที่ถูกคลี่ออก เผยให้เห็นมันเทศสีเหลืองอำพันเนื้อฉ่ำน้ำที่ประกายแสงระยิบระยับยามโดนไอความร้อน คู่กับข้าวเหนียวมูลร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมหวานละมุนเตะจมูกจนคนในกระท่อมผุพังถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากจะ ทว่า... บรรยากาศแสนอบอุ่นและชวนน้ำลายสอเมื่อครู่ กลับถูกแช่แข็งลงทันทีด้วยสายตาคู่คมกริบที่จ้องมองตรงมาจากมุมมืดของกรอบประตู รินรดาชะงักมือที่กำลังจะหยิบมันเทศชิ้นโตเข้าปาก ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อปรับโฟกัสไปยังผู้มาใหม่ ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชอร์รี่สีซีดและกางเกงสแลคเนื้อหนาที่เปื้อนคราบดินโคลนจางๆ ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่ กวินท์... วิศวกรชลประทานประจำตำบลผู้มีชื่อเสียงเรื่องความเข้มงวดและใบหน้าที่ราวกับแกะสลักมาจากหินผา เขามองเธอนิ่งสนิท นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นไม่มีรอยยิ้มเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย "ถ้าคุณเอาเวลามานั่งปิ้งมันเผากินเล่นแบบนี้ ไปจัดการเรื่องร่องน้ำแปลงเกษตรด้านหลังเสียจะดีกว่านะคะ รินรดา" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันลงอย่างไม่ไยดี มันไม่ใช่คำทักทายของเพื่อนบ้าน แต่เป็นคำเตือนเชิงตำหนิที่ซ่อนความเฉียบคมเอาไว้เบื้องหลัง รินรดาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างไม่สะดุ้งสะเทือน หญิงสาวค่อยๆ วางชิ้นมันเทศลงบนใบตองอย่างใจเย็น ท่าทีสุขุมนุ่มลึกของเธอนั้นผิดแผกจาก "นางร้าย" เจ้าอารมณ์ที่ชาวบ้านเคยนินทาเสียจนลับลิ้น รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากร้าวของเขาตรงๆ มุมปากหยักยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างท้าทาย "วิศวกรกวินท์คะ ของอร่อยตรงหน้าถ้าปล่อยให้เย็นเสียรสชาติ ก็เท่ากับทำลายความสุขครึ่งหนึ่งของชีวิตแล้วนะคะ ส่วนร่องน้ำที่คุณว่า... ดิฉันไม่ได้ปล่อยปละละเลยหรอกค่ะ แค่กำลังรอจังหวะเวลาที่เหมาะสมต่างหาก" กวินท์หรี่ตาลงเล็กน้อย เขาขยับตัวเดินเข้ามาช้าๆ ฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงจนพื้นไม้เก่าๆ ส่งเสียงเอี๊ยดอาร์ดประท้วง กลิ่นอายความเป็นชายชาตรีผสมกับกลิ่นดินและกลิ่นฝนจางๆ ลอยมาปะทะจมูกรินรดา กวินท์ก้มมองมันเทศในห่อใบตองสลับกับใบหน้าเนียนใสที่มีคราบเขม่าควันไฟเปื้อนอยู่เล็กน้อยที่แก้มข้างขวา ภาพนั้นทำให้สันจมูกโด่งเป็นสันของวิศวกรหนุ่มกระตุกวูบหนึ่ง... มือหนาที่ซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงเผลอกำเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังตีรวนอยู่ในอก ยัยผู้หญิงคนนี้ช่างแปลกประหลาดนัก ในขณะที่คนอื่นกำลังหวาดกลัวภัยแล้งและปัญหาการบริหารจัดการน้ำจนหัวซุกหัวซุน เธอกลับมานั่งกินมันเผาหน้าตาเฉย แถมยังมีสายตาที่ท้าทายอำนาจมืดของเขาอย่างไม่เกรงกลัว "จังหวะเวลา? คุณคิดว่าน้ำในคลองส่งน้ำกำลังจะรอจังหวะเดียวกับที่คุณกินมันเผาเสร็จอย่างนั้นหรือครับ... อ๊ะ ขออภัยค่ะ" กวินท์ชะงักไปชั่วขณะเมื่อเผลอใช้คำแทนตัวแบบเดิม ก่อนจะปรับน้ำเสียงให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิม "ดิฉัน... หมายถึงคุณคิดว่าน้ำจะรอคุณหรือไง" รินรดาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะใสกระจ่างดั่งกระดิ่งเงินท่ามกลางบรรยากาศอึมครึม เธอหยิบผ้าสะอาดขึ้นมาเช็ดมือช้าๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าเขาอยู่ช่วงตัว แต่รัศมีในดวงตาของเธอกลับไม่ได้ด้อยไปกว่าวิศวกรหนุ่มเลยแม้แต่น้อย "คุณกวินท์คะ น้ำไม่เคยรอใครค่ะ... แต่วิศวกรที่ฉลาดและเข้าใจธรรมชาติอย่างคุณต่างหาก ที่ควรรู้ว่าการบังคับสายน้ำให้ไหลไปตามใจชอบ โดยไม่ยอมรับฟังเสียงของแผ่นดิน รังแต่จะทำให้ตลิ่งพังทลายเสียเปล่าๆ" รินรดาก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นหอมหวานละมุนจากตัวเธอลอยวนเวียนอยู่ปลายจมูกของเขา "แปลกนะคะ คนระดับวิศวกรผู้กุมความลับของผืนดิน ทำไมถึงมองไม่เห็นวิธีแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุดล่ะคะ?" กวินท์นิ่งอึ้งไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้างดงามที่เต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างพิจารณา ประโยคเมื่อครู่ของเธอไม่ใช่คำพูดพล่อยๆ ของคนไร้สาระ แต่มันแฝงไปด้วยความรู้ลึกซึ้งเรื่องชลประทานที่แม้แต่ผู้ช่วยของเขาก็ยังมองข้าม "คุณหมายความว่าอย่างไร?" กวินท์เอ่ยถาม เสียงของเขาเบาลงกว่าเดิมเล็กน้อย ความเย็นชาเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความสงสัยใคร่รู้ "ถ้าคุณอยากรู้..." รินรดาชำเลืองสายตาไปยังหม้อดินเผาใบเล็กที่ตั้งอยู่บนเตาถ่านข้างๆ ควันกรุ่นกำลังลอยขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นหอมของสมุนไพรและซี่โครงหมูตุ๋นยาจีน "อยู่กินข้าวเที่ยงด้วยกันก่อนสิคะ แล้วดิฉันจะไขปริศนาเรื่องน้ำในผืนดินนี้ให้คุณฟัง... ในฐานะที่มาเยี่ยมเยียนถึงถิ่น" กวินท์ยังไม่ทันได้เอ่ยคำปฏิเสธหรือตอบรับ สายตาก็ต้องเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยของใครบางคนที่กำลังเดินลับๆ ล่อๆ อยู่แถวรั้วบ้านพังๆ ของรินรดา พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบและเสียงซุบซิบนินทาที่ดังลอดเข้ามา "นั่นมัน... พวกตระกูลสมศักดิ์นี่นา พวกมันมาทำอะไรแถวนี้" กวินท์ขมวดคิ้วมุ่น สัญชาตญาณระวังภัยตื่นตัวขึ้นทันที รินรดาหุบยิ้มลง ฉับพลันแววตาอ่อนโยนเมื่อครู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่หลังกลีบกุหลาบอาบยาพิษ เธอปรายตามองไปทางรั้วบ้านด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก "มาทวงหนี้... หรือไม่ก็มาหาเรื่องแย่งที่ดินแปลงนี้คืนตามเคยน่ะสิคะ" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยกระแสจิตสังหารจางๆ "ในเมื่อพวกเขากล้ามาถึงที่... เราก็มาดูหน่อยเถอะค่ะว่า 'นางร้าย' คนนี้ จะต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญด้วยวิธีไหนดี" ทันใดนั้น เสียงทุบประตูก็รัวดังปั้งๆ พร้อมกับเสียงตะโกนโหววกเหวกโวยวายของหญิงวัยกลางคนดังทะลุเข้ามาในกระท่อม "รินรดา! นังตัวดี แกออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ! อย่าคิดว่าซ่อนตัวอยู่ในบ้านผีสิงนี่แล้วจะหนีพ้นหนี้สินที่แกสร้างไว้ได้!" กวินท์หันขวับมามองรินรดา ทว่าหญิงสาวกลับไม่มีทีท่าตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอกลับยกมือขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะหันมาส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้วิศวกรหนุ่มที่ยืนคิ้วขมวดเป็นปม "เชิญนั่งรอสักครู่นะคะคุณวิศวกร... การแสดงละครฉากใหญ่กำลังจะเริ่มแล้วค่ะ" รินรดาก้าวเดินผ่านหน้ากวินท์ไปอย่างมั่นใจ ทิ้งให้ชายหนุ่มยืนนิ่งค้างอยู่กลางห้อง พร้อมกับหัวใจที่เต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่คาดเดาไม่ได้... ยิ่งได้รู้จักผู้หญิงคนนี้ลึกซึ้งเท่าไหร่ เขากลับยิ่งพบว่าเธอนั้นอันตรายและน่าค้นหาเกินกว่าจะละสายตาเสียแล้ว ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของผืนดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%