"ถ้าไม่อยากตายอดตายอยากอยู่แบบนี้ ก็จดจำใส่กะโหลกไว้ให้ดีว่าที่นี่ไม่ใช่บ้านตระกูลหลิวของคุณอีกต่อไป!"
เสียงกระแทกกระทั้นของถาดสังกะสีเก่าๆ ที่ถูกวางลงบนโต๊ะไม้เนื้อหยาบดังขึ้นจนสะเทือนไปถึงโสตประสาท รินรดา สะดุ้งเฮือก ร่างกายที่เคยรู้สึกราวกับถูกรถบรรทุกสิบล้อทับบดขยี้ส่งเสียงกรีดร้องด้วยความระบมไปทุกข้อต่อ ขนตางอนงามแพยาวกะพริบไหวถี่ระรัวเพื่อปรับโฟกัสภาพเบื้องหน้าที่พร่ามัว กลิ่นอับชื้นของดินชื้นแฉะผสมกลิ่นฟางข้าวเก่าๆ และกลิ่นสาบโคลนเตะเข้าจมูกอย่างจังจนเธอเกือบสำลัก
นี่ไม่ใช่ห้องสูทเพนต์เฮوسต์หรูหราอลังการที่เธอกำลังตรวจสอบงบประมาณบริษัทพันล้านในฐานะซีอีโอสาวมือหนึ่งแห่งวงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์... และแน่นอนว่านี่ไม่ใช่โรงพยาบาลเอกชนราคาแพงลิบลิ่วที่เธอควรจะฟื้นขึ้นมาหลังจากการผ่าตัดใหญ่
เพดานมุงจากที่ผุพังจนมองเห็นท้องฟ้าสีเทาทึบ แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านรอยโหว่ลงมาตกกระทบลงบนพื้นดินแห้งกรัง และภาพของหญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม สวมเสื้อผ้าเก่าๆ สีมอซอที่กำลังยืนเท้าสะเอวจ้องมองเธอด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์เหมือนมองเศษสวะริมทาง
"ยังจะทำหน้ามึนงงอะไรอยู่อีก แม่คุณทูนหัว! คิดว่าแกล้งทำเป็นลมหมดสติไปแล้วฉันจะใจอ่อนหาข้าวปลาดีๆ มาปรนเปรอเหมือนตอนที่เธอยังเป็นคุณหนูในเมืองหลวงอย่างนั้นหรือ? ฝันไปเถอะ!"
ป้าสะใภ้ใหญ่—หรือที่ชาวบ้านเรียกกันลับหลังว่า ‘แม่ม่าว’ แผדเสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก หล่อนยื่นมือเหี่ยวย่นมาผลักหัวไหล่ของรินรดาที่พยายามยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างแรง จนร่างบอบบางเซถลาเกือบชนเข้ากับเสาไม้ผุๆ
รินรดากัดฟันกรอด ความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วไปทั่วแผ่นหลัง แต่สิ่งที่เจ็บปวดมากกว่าคือความทรงจำที่หลั่งไหลทะลักเข้ามาในสมองราวกับเขื่อนแตก ชื่อของ ‘รินรดา’ คนเดิมในร่างนี้ หญิงสาวผู้ถูกบีบบังคับให้แต่งงานขัดดอกมายังหมู่บ้านชนบทที่ห่างไกลความเจริญ เพื่อแลกกับหนี้สินก้อนโตที่พี่ชายแท้ๆ ของสามีสร้างไว้ สามีในนามที่ชื่อว่า ‘กวินท์’ วิศวกรชลประทานผู้ถูกส่งมาประจำการในพื้นที่แห้งแล้งทุรกันดาร ผู้ซึ่งแทบจะไม่เคยชายตาแลภรรยาตกยากคนนี้เลยแม้แต่น้อย
และตอนนี้... เธอกลายเป็น "นางร้าย" ในสายตาของคนทั้งหมู่บ้าน เป็นภาระไร้ค่าที่ใครๆ ก็สามารถเหยียบย่ำได้ตามอำเภอใจ
"มองหน้าฉันทำไม? ไม่พอใจหรือไง?" แม่ม่าวแค่นหัวเราะในลำคอ สายตากวาดมองสำรวจร่างระหงที่แม้จะอยู่ในชุดผ้าฝ้ายเนื้อหยาบราคาถูก แต่ก็ยังคงความสะสวยสะอางไว้อย่างน่าหมั่นไส้ "ถ้ายังมีชีวิตอยู่ก็ลุกขึ้นไปเก็บกวาดลานบ้านแล้วเอาผ้าพวกนี้ไปซักซะ อย่าคิดว่าจะมานอนกินบ้านกินเมืองเฉยๆ ข้าวในหม้อก้นครัวมีไว้สำหรับคนทำงาน ไม่ใช่สำหรับคนไร้ประโยชน์อย่างเธอ!"
พูดจบ หญิงวัยกลางคนก็สะบัดก้นเดินกระแทกเท้าออกไปจากกระท่อมหลังน้อย ทิ้งให้รินรดานั่งหายใจหอบสะท้านอยู่เพียงลำพัง
ความเงียบสงบที่กลับคืนมาไม่ได้ทำให้ความตึงเครียดลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย รินรดายกมือขึ้นสัมผัสหน้าผากตัวเองที่มีรอยฟกช้ำเล็กน้อยจากการล้มกระแทก ปลายนิ้วเรียวยาวที่เคยจับแต่ปากกาเซ็นเช็คราคาแพง ตอนนี้กลับสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยวระคนความท้าทาย
*หึ... คิดจะบีบให้ฉันตายทั้งเป็นอย่างนั้นหรือ?*
ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยฉายแววอ่อนแอแปรเปลี่ยนเป็นประกายคมกริบดุจใบมีดโกนซาบซึ้ง ทว่าเย็นเยียบไร้ความปรานี ในฐานะอนักบริหารหญิงที่เคยพลิกฟื้นบริษัทใกล้ล้มละลายให้กลับมาผงาดเหนือคู่แข่งนับไม่ถ้วน ความยากลำบากในชนบทแค่นี้ จะรั้งเธอไว้ไม่ได้หรอก!
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ กวาดสายตามองไปรอบกระท่อมที่แทบไม่มีอะไรเลยนอกจากเตียงไม้ไผ่เก่าๆ และไหใส่น้ำฝนที่ใกล้จะแห้งขอด ทว่า ในวินาทีที่เธอกำลังจะลุกขึ้นยืนเพื่อสำรวจสภาพความเป็นอยู่โดยรอบ สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาสะท้อนสีเขียวมรกตแปลกประหลาดที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้า
มันคือหน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงขนาดเล็กที่คุ้นเคย... มิติพิเศษสำหรับการเกษตรและการค้าปลีกอัจฉริยะที่เธอเคยลงทุนพัฒนาไว้ก่อนจะเสียชีวิต!
[ระบบฟื้นฟูผืนดินและอาณาจักรเกษตรกรรม ถูกเชื่อมต่อสำเร็จ]
[พลังงานเริ่มต้น: 100 หน่วย]
[ภารกิจเร่งด่วน: เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมที่ย่ำแย่และสร้างรายได้ก้อนแรกภายใน 3 วัน มิฉะนั้นสุขภาพร่างกายของร่างนี้จะเสื่อมถอยลงจนถึงแก่ความตาย]
รินรดาชะงักงัน ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง นี่ไม่ใช่แค่การมาเกิดใหม่เพื่อรับชะตากรรมน้ำเน่า แต่มันคือเกมเดิมพันด้วยชีวิตที่เธอต้องชนะเท่านั้น!
ในขณะที่เธอกำลังพิจารณาตัวเลือกเมล็ดพันธุ์พืชทนแล้งในหน้าจอระบบ เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังขึ้นจากด้านนอกกระท่อม ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดทำงานลุยโคลน ใบหน้าคมคายดุจได้รับการแกะสลัก ดวงตาสีเข้มคมปลาบที่แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าและแววตาเยชาชา หอบห่างความเย็นชามาเยือน กวินท์หยุดยืนอยู่ที่ประตู นิ่งเงียบไม่พูดจา แต่สายตากลับกวาดมองรอยฟกช้ำบนใบหน้าและเนื้อตัวของเธอด้วยประกายความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีในนามผู้กุมความลับของผืนดินแห่งนี้เป็นครั้งแรก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัว ไม่ใช่ด้วยความกลัว... แต่เป็นความตื่นเต้นระคนความท้าทาย
"คุณกลับมาก็ดีแล้ว..." รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าชัดถ้อยชัดคำจนชายหนุ่มชะงัก "ช่วยบอกป้าของคุณให้ชัดเจนทีว่า... ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ใครก็ตามที่กล้าเข้ามาเหยียบย่ำฉัน จะต้องชดใช้คืนเป็นร้อยเท่า!"
กวินท์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มหยันบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา เขาไม่คิดว่าผู้หญิงอ่อนแอที่พี่ชายหามาให้ จะกล้าประกาศกร้าวต่อหน้าเขาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยานเช่นนี้
ทว่า ก่อนที่ชายหนุ่มจะได้เอ่ยปากพูดอะไร เสียงท้องของรินรดากลับส่งเสียงร้อง "โครกคราก" ออกมาอย่างดังท่ามกลางความเงียบ บรรยากาศที่กำลังตึงเครียดสะท้านขวัญพลันหยุดชะงักลงในทันที
รินรดา: "..."
กวินท์หรี่ตามองภรรยาที่เมื่อครู่เพิ่งประกาศสงคราม แต่วินาทีนี้กลับหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายขายหน้า ก่อนที่เขาจะยื่นห่อใบตองเก่าๆ ที่ซ่อนไว้ข้างหลังส่งให้เธอ
"กินเสีย... ถ้าไม่อยากตายก่อนจะไปประกาศสงครามกับใคร"
กลิ่นหอมกรุ่นของมันเทศเผาและข้าวเหนียวร้อนๆ โชยเตะจมูกทันทีที่ห่อใบตองถูกคลี่ออก กลิ่นหอมเย้ายวนนั้นลอยฟุ้งกระจายไปทั่วกระท่อมผุพัง ท่ามกลางสายตาคมกริบของวิศวกรหนุ่มที่จ้องมองเธอนิ่งไม่วางตา...
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางก้าวเข้าสู่ดินแดนแห่งความมั่งคั่งนี้ด้วยกันนะคะ!
นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของผืนดิน•ตอนที่ 1
ฟื้นขึ้นมาในกระท่อมผุพัง
ผลงานโดย กุหลาบหนามเงิน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบหนามเงิน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นางร้ายสายเกษตรกับวิศวกรผู้กุมความลับของผืนดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!