กรงขังม่านน้ำตา: วิวาห์ร้างที่กลายเป็นสนามรบทางกฎหมาย•ตอนที่ 3

รอยร้าวในหน้ากาก

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาลงบนโต๊ะกระจกใสราคาแพงดังขึ้นเบาๆ แต่กลับทรงพลังพอที่จะหยุดยั้งลมหายใจของพนักงานทุกคนในแผนกกฎหมายให้อยู่ในความเงียบงัน ศรันยา ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ ปลายนิ้วเรียวยาวใต้สูทผ้าทวีดสีเทาเข้มยังคงเคาะแป้นพิมพ์อย่างเป็นจังหวะ ราวกับเสียงก้าวเดินของมัจจุราชที่ไร้ความหวาดหวั่น กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมความเย็นชาจางๆ ลอยวนอยู่ในรัศมีรอบตัวเธอ เป็นกลิ่นอายที่ธราธิปจำได้แม่นยำ—กลิ่นอายของความเด็ดเดี่ยวที่เขาเคยเหยียบย่ำมันอย่างไร้เยื่อใยเมื่อหลายปีก่อน "คุณศรันยาครับ ทางเราต้องการให้ทนายฝั่งคุณทบทวนข้อเสนอเรื่องส่วนแบ่งทรัพย์สินอีกรอบ..." เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความถือดีดังขึ้นเหนือศีรษะ เธอยอมละสายตาจากหน้าจอช้าๆ ปรายตามองร่างสูงสง่าในชุดสูทตัดเย็บชั้นดีของอดีตสามีด้วยแววตาเรียเฉย ราวกับเขาก็เป็นเพียงฝุ่นละอองไร้ค่าบนพื้นพรม "ถ้าท่านประธานธราธิปอ่านภาษาอังกฤษหรือภาษาไทยในเอกสารฉบับนั้นได้แตกฉานพอ คุณก็น่าจะเข้าใจนะคะว่า ดิฉันไม่มีอะไรจะทบทวนกับคนไร้สัจจะ" ศรันยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าบาดลึกทุกพยางค์ "กฎหมายไม่ได้มีไว้ให้คนรวยหน้าด้านมาต่อรองซื้อเวลาค่ะ" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานทันที พนักงานหลายคนกลั้นหายใจด้วยความตกตะลึง ไม่มีใครเคยกล้าพูดจาดูแคลนนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลระดับประเทศเช่นนี้ต่อหน้าธารกำนัลมาก่อน ยิ่งเป็นธราธิปผู้ที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครด้วยแล้ว กรามคมของธราธิปขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน ดวงตาคมกริบทอประกายความกรุ่นโกรธที่ถูกท้าทาย แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ซ่อนความเจ็บปวดร้าวรานที่พยายามกลบเกลื่อนไว้ภายใต้ความหยิ่งทระนง เขากวาดสายตามองหญิงสาวตรงหน้า—ผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเคยร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากเขา แต่บัดนี้ เธอกลับกลายเป็นคมมีดอาบยาพิษที่พร้อมจะเชือดเฉือนเขาได้ทุกเมื่อโดยไม่กะพริบตา "คุณเปลี่ยนไปมากนะ ศรันยา..." ธราธิปโน้มตัวลงต่ำ มือหนาวางทับลงบนขอบโต๊ะทำงานของเธอ บีบจนข้อนิ้วขาวซีด "ความใจดีและความอ่อนโยนที่คุณเคยมีมันหายไปไหนหมด หรือว่าความแค้นมันทำให้คุณกลายเป็นปีศาจไปแล้ว" ศรันยาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข ทว่าเยือกเย็นเสียจนคนฟังรู้สึกหนาวยะเยือกถึงขั้วหัวใจ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ดวงตากลมโตคู่นั้นว่างเปล่าไร้ก้นบึ้ง ไม่มีร่องรอยของความรัก ความโกรธ หรือแม้แต่ความเกลียดชังหลงเหลืออยู่—ซึ่งนั่นแหละคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด "ปีศาจที่คุณเห็นตอนนี้ ก็คือผลงานชิ้นเอกที่คุณบรรจงปั้นขึ้นมากับมือไม่ใช่หรือคะ ธราธิป" เธอเอียงคอเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปาก "อย่ามาเรียกร้องหาความอ่อนโยนจากซากศพที่คุ้มคลั่งในกองเพลิงที่คุณเป็นคนจุดเลยค่ะ มันน่าสมเพช" บรรยากาศรอบตัวแทบจะระเบิดเป็นจุล แรงกดดันจากคนทั้งคู่แผ่ซ่านจนพนักงานที่อยู่ใกล้เคียงต้องถอยร่นออกไปทีละก้าว ธราธิปจ้องมองอดีตภรรยาด้วยความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอก ทั้งโกรธ หงุดหงิด และ... รู้สึกผิดจนหายใจไม่ออก ภาพเงาของหญิงสาวผู้อ่อนแอที่เคยนั่งรอเขาบนโต๊ะอาหารเย็นที่เย็นชืดเมื่อหลายปีก่อนซ้อนทับขึ้นมาในหัว แต่มันกลับถูกลบเลือนด้วยภาพของทนายความสาวผู้ทรงพลังในปัจจุบัน เขายื่นมือออกไปหมายจะคว้าข้อมือเรียวเล็กนั้นเพื่อดึงให้ลุกขึ้นมาคุยกันเป็นส่วนตัว แต่ศรันยากลับไวกว่า เธอตวัดแขนหลบได้อย่างแนบเนียน พร้อมกับคว้าแฟ้มเอกสารฟาดลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น "กรุณารักษามารยาทด้วยค่ะ ท่านประธาน" เธอกล่าวเสียงแข็ง กร้าวร้าวแต่สุภาพในเชิงภาษา "ถ้าไม่มีเรื่องงาน ก็เชิญไสหัวออกไปจากพื้นที่ของดิฉัน เพราะดิฉันไม่มีเวลามาเล่นละครน้ำเน่ากับอดีตสามีที่หมดราคา" คำว่า 'หมดราคา' กระแทกเข้ากลางใจของธราธิปอย่างจัง เขายืนนิ่งค้าง มือที่ยื่นออกไปชะงักกลางอากาศ ความเจ็บปวดแลابริหารเข้ามาในอกราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยคำใดแก้ตัว เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ ธราธิปขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด ควักเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดูหน้าจอ ปลายสายคือเลขาคนสนิทที่น้ำเสียงร้อนรนจนผิดปกติ "ว่ายังไง..." เขา กรอกเสียงห้วน ("ท่านประธานคะ รีบกลับมาที่คฤหาสน์ด่วนเลยค่ะ! คุณ... คุณแม่เป็นลมล้มพับไปหลังจากเปิดรับพัสดุกรรมสิทธิ์ที่ถูกส่งมาถึงบ้าน และ... และในนั้นมีเอกสารบางอย่างที่ระบุชื่อของ... เด็กชายคนหนึ่งค่ะ!") ร่างสูงของธราธิปชะงักกึก ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ หัวใจกระหน่ำเต้นโครมครามโดยไม่ทราบสาเหตุ เขารีบหันขวับกลับมามองหน้าศรันยาที่ยังคงนั่งไขว่ห้างจิบกาแฟเย็นเฉียบด้วยท่าทางสบายอารมณ์ ราวกับล่วงรู้อยู่แล้วว่าปลายสายจะรายงานเรื่องอะไร ศรันยาค่อยๆ วางแก้วกาแฟลงบนจานรอง เสียงกระทบกันเบาๆ ช่างบาดลึกประสาทสัมผัส เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ลึกล้ำและเปี่ยมด้วยความหมาย "ดูเหมือนว่า... เกมรอบแรกเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ แล้วสินะคะ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับแผลในใจและการแก้แค้นครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงขังม่านน้ำตา: วิวาห์ร้างที่กลายเป็นสนามรบทางกฎหมาย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%