เสียงตอกไม้สลักลิ้นข้อต่อของเถ้าแก่ตงดัง "ปั้ง... ปั้ง..." เป็นจังหวะสม่ำเสมอท่ามกลางเศษขี้เลื่อยที่กระจายเกลื่อนลานบ้าน หานเฟิงในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวเข้มเผยกล้ามเนื้อแขนแกร่งเป็นมัดกำลังช่วยแบกท่อนไม้เนื้อแข็งเข้ามาร, ส่งเสียงหอบหายใจต่ำๆ สลับกับเสียงกวาดพื้นของเสี่ยวเป่าที่พยายามช่วยงานอย่างขยันขันแข็ง
หลี่จูหลันยืนอยู่หน้าเตาขนาดใหญ่ที่เธอเพิ่งก่อไฟขึ้นใหม่ ควันสีขาวจางๆ ลอยคลอเคลียอยู่เหนือหม้อดินเผาใบยักษ์ กลิ่นหอมฉุนของเครื่องเทศจีนจำพวกโป๊ยกั๊ก อบเชย ลูกผักชี และพริกเสฉวนที่ถูกคั่วจนหอมกรุ่นกำลังลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ จนแม้แต่สุนัขบ้านข้างๆ ยังต้องวิ่งมาเกาะรั้วไม้ไผ่แล้วส่งเสียงครางฮื่อๆ ด้วยความอยากอาหาร
"แม่ครับ... กลิ่นนี้มัน... หอมจนผมแทบจะกลืนลิ้นตัวเองเข้าไปแล้วนะครับ" เสี่ยวเป่าวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาเกาะชายเสื้อผ้ากันเปื้อนของหลี่จูหลัน ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับจ้องมองหม้อตุ๋นไม่วางตา
หลี่จูหลันหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอใช้ทัพพีไม้คนน้ำซุปเคี่ยวสีอำพันเข้มข้นที่เดือดปุดๆ อยู่ภายใน ชิ้นเนื้อวัวติดเอ็นและสามชั้นชิ้นโตถูกตุ๋นจนเปื่อยนุ่ม คอลลาเจนละลายแทรกซึมลงไปในน้ำซุปจนเกิดเป็นความมันวาวน่ารับประทาน
"อดทนไว้นะเสี่ยวเป่า รอให้คุณลุงช่างไม้เลื่อยไม้เสร็จเรียบร้อยก่อน เราถึงจะได้กินพร้อมหน้ากัน... อ้อ หานเฟิง! บอกให้เถ้าแก่ตงพักมือสักครู่เถอะครับ บะหมี่ลวกเสร็จพอดี ลมหนาวพัดมาแบบนี้ ซดน้ำซุปต้มกระดูกวัวร้อนๆ จะได้มีแรงทำงานต่อ"
หานเฟิงเงยหน้าขึ้นจากท่อนซุง สายตาคมกริบมองภรรยาสสาวที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดเรียงชามกระเบื้องเคลือบสีนวล มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นมาในอก ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่บ้านหลังนี้มีชีวิตชีวาและชวนให้อยากกลับมาเยือนเร็วกว่ากำหนดเช่นนี้
"เถ้าแก่ตงครับ พักมือสักครู่เถอะครับ ภรรยาผมทำบะหมี่เนื้อตุ๋นเสร็จแล้ว" หานเฟิงเอ่ยเรียกเสียงทุ้มต่ำ ขณะเดินไปหยิบผ้าขนพาดบ่ามาซับเหงื่อตามกรอบหน้า
เถ้าแก่ตง ช่างไม้เฒ่าวัยห้าสิบเศษผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวและฝีมือการสร้างเรือน วางสิ่วในมือลงทันทีเมื่อได้กลิ่นหอมเตะจมูก ตาเฒ่าสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จนจมูกบาน "ให้ตายเถอะคุณหาน... ผมรับจ้างสร้างบ้านมาครึ่งชีวิต กินบะหมี่มาก็ไม่รู้กี่ร้อยร้าน แต่ไม่เคยมีกลิ่นไหนเตะจมูกรุนแรงและชวนน้ำลายสอเท่านี้มาก่อนเลย กลิ่นเครื่องเทศนี่มัน... ช่างซับซ้อนนัก!"
ทุกคนเดินมารวมตัวกันที่โต๊ะไม้ตัวยาวใต้ร่มไม้ใหญ่ หลี่จูหลันจัดการลวกเส้นบะหมี่ทำมือเหนียวนุ่มสีเหลืองนวลลงในน้ำเดือดพล่าน สะบัดน้ำออกลวกๆ ก่อนจะตักใส่ชามเคลือบใบโต วางทับด้วยชิ้นเนื้อตุ๋นชิ้นเขื่องที่เปื่อยนุ่มจนแทบละลายในปาก ราดตามด้วยน้ำซุปสีอำพันเข้มข้น โรยหน้าด้วยต้นหอมซอยและผักชีสดสีเขียวขจี หยดน้ำมันพริกเผาสูตรลับสีแดงฉานลงไปอีกนิดเพื่อเพิ่มมิติของรสชาติ
ชามบะหมี่เนื้อตุ๋นถูกส่งต่อให้เถ้าแก่ตงเป็นคนแรก ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกลิ่นหอมเย้ายวนที่ลอยเข้าปะทะประสาทสัมผัสทันที
เถ้าแก่ตงไม่รอช้า เขาใช้ตะเกียบไม้คีบเส้นบะหมี่สีเหลืองนวลขึ้นมาเป่าเบาๆ แล้วส่งเข้าปาก คำแรกที่เคี้ยวทำเอาดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างขึ้น เส้นบะหมี่มีความเหนียวนุ่มหนึบกำลังดี ไม่เละจนเกินไป ซึมซับรสชาติความหวานกลมกล่อมของน้ำซุปเนื้อที่เคี่ยวจนเคี่ยวข้นมาหลายชั่วโมงได้อย่างสมบูรณ์แบบ
"อืมมม...!" เถ้าแก่ตงครางในลำคอด้วยความทึ่ง แทบจะลืมภาพลักษณ์ช่างไม้ผู้เคร่งขรึมไปชั่วขณะ เขาคีบชิ้นเนื้อวัวติดเอ็นเข้าปากต่อทันที เนื้อวัวตุ๋นเปื่อยนุ่มแทบไม่ต้องออกแรงเคี้ยว เอ็นแก้วหนึบหนับละมุนลิ้น รสชาติเค็มหวานกลมกล่อมเผ็ดร้อนปลายลิ้นนิดๆ จากพริกเสฉวน กระจายตัวไปทั่วโพรงปากอย่างงดงาม
"นี่มัน... ฝีมือระดับเชฟภัตตาคารหลวงชัดๆ!" เถ้าแก่ตงอุทานเสียงดังลั่น สำลักความอร่อยจนหน้าแดงแต่ก็ยังรีบซดน้ำซุปตามเข้าไปอีกอึกใหญ่ "คุณหาน... ภรรยาคุณไม่ได้แค่ทำอาหารอร่อยนะ แบบนี้มันเรียกว่าวิเศษเลยต่างหาก! ตั้งแต่เกิดมา ผมยังไม่เคยลิ้มรสบะหมี่เนื้อตุ๋นที่ลุ่มลึกและทรงพลังขนาดนี้มาก่อนเลย!"
เสี่ยวเป่าที่นั่งอยู่ข้างๆ หัวคิกคักด้วยความภูมิใจ ราวกับว่าตนเองเป็นคนลงมือทำเสียเอง เด็กชายซดน้ำซุปจนแก้มป่อง เลียริมฝีปากด้วยความเอร็ดอร่อย "เห็นไหมครับเถ้าแก่! อาหารฝีมือแม่ผมอร่อยที่สุดในโลกเลย!"
หานเฟิงมองภาพความสุขตรงหน้าด้วยแววตาอ่อนโยน เขานั่งลงฝั่งตรงข้ามกับหลี่จูหลัน ชามบะหมี่ของเขาถูกวางไว้เรียบร้อย ภรรยาสาวจงใจเลือกชิ้นเนื้อสามชั้นติดมันที่นุ่มที่สุดใส่ให้เขาเป็นพิเศษ หานเฟิงเงยหน้าสบตากับหลี่จูหลันพอดี แววตาสื่อความหมายลึกซึ้งที่แม้ไม่ต้องเอ่ยคำใดก็เข้าใจกัน
"อร่อยมากครับ" หานเฟิงเอ่ยเสียงทุ้มต่ำขณะคีบเส้นบะหมี่เข้าปาก "รสชาตินี้... ทำให้ผมไม่อยากออกไปกินข้าวที่ไหนอีกเลย"
หลี่จูหลันยิ้มรับบางๆ แววตาระยิบระยับด้วยความพึงพอใจ "ถ้าชอบก็ทานเยอะๆ ครับ ช่วงนี้พวกคุณทำงานหนัก ใช้แรงมาก ต้องบำรุงกันหน่อย"
บรรยากาศรอบโต๊ะอบอวลไปด้วยเสียงสูดเส้นบะหมี่ เสียงหัวเราะ และความสุขจากการได้ลิ้มรสอาหารชั้นเลิศ ทว่า ความสงบสุขนั้นมักอยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อจู่ๆ เสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างไร้มารยาท ตามด้วยเสียงแหลมปรี๊ดที่คุ้นเคยจนน่ารำคาญของแม่สามีจาง
"เปิดประตูเดี๋ยวนี้! นังตัวดี! ลูกสะหยีอกตัญญู! กลิ่นอะไรหอมฟุ้งไปทั่วตรอกซอกซอยแบบนี้ แกแอบซ่อนเนื้อดีๆ ไว้กินกันตามลำพังสองแม่ลูกใช่ไหม ปล่อยให้ฉันผู้เป็นแม่ผัวยืนตากลมอยู่ข้างนอกได้อย่างไร รังเกียจฉันนักหรือไง เปิดประตูเดี๋ยวนี้!"
เสียงโวยวายแผดจ้าทำเอาเถ้าแก่ตงขมวดคิ้วมุ่น วางตะเกียบลงทันทีด้วยความไม่พอใจ ส่วนเสี่ยวเป่าหดตัวลงด้วยความหวาดกลัว รีบซุกเข้าไปหลบหลังกอดเอวหานเฟิงไว้แน่น
หานเฟิงหน้าตึงขึ้นทันที รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนา เขากำลังจะลุกขึ้นไปจัดการปมปัญหาหน้าบ้าน แต่หลี่จูหลันกลับเอื้อมมือเรียวไปแตะแขนแกร่งของสามีเอาไว้เบาๆ
หญิงสาวส่งยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และสَตธิปัญญาเฉียบคม ดวงตาคู่งามฉายแววท้าทายอย่างชัดเจน
"นั่งลงก่อนครับคุณสามี..." หลี่จูหลันกระซิบเสียงแผ่วเบา น้ำเสียงราบเรียบทว่าทรงพลัง "ในเมื่อแม่สามีอยากกินนัก... เราก็ควรจะต้อนรับท่านให้สมฐานะ 'แขกผู้มีเกียรติ'เสียหน่อย... แต่จะได้กินหรือไม่ได้กิน คงต้องดูกันอีกที"
พูดจบ หลี่จูหลันก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดเศษแป้งบนเสื้อผ้าเล็กน้อย ก่อนจะเดินน่องสะท้านตรงไปยังประตูรั้วหน้าบ้าน โดยทิ้งให้กลิ่นหอมเย้ายวนของบะหมี่เนื้อตุ๋นลอยกรุ่นอบอวลอยู่เบื้องหลัง ท่ามกลางเสียงทุบประตูที่ดังถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสชาติชีวิตไปพร้อมกับความสุขในทุกๆ ตัวอักษรนะครับ
ฮูหยินตัวร้ายสายสโลว์ไลฟ์: เปิดร้านอาหารหมื่นล้านในยุค 70•ตอนที่ 15
บะหมี่เนื้อตุ๋นสูตรฮิต
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินตัวร้ายสายสโลว์ไลฟ์: เปิดร้านอาหารหมื่นล้านในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!