ฮูหยินตัวร้ายสายสโลว์ไลฟ์: เปิดร้านอาหารหมื่นล้านในยุค 70•ตอนที่ 16

เปิดแผงลอยลับๆ

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
"ถ้าพวกท่านยังส่งเสียงเอะอะโวยวายกันอีกคำเดียว ซาลาเปาไส้หมูสับน้ำซุปทะลักกระบะนี้... ข้าจะเททิ้งลงรางน้ำหมูให้หมด ไม่ให้เหลือแม้แต่แป้งติดก้นลังถึง!" น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราคมมีดผ่าตัดของหลี่จูหลันดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมตรอกแคบๆ ด้านหลังโรงงานทอผ้าเก่า กลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อหมูหมักซอสซีอิ๊ว, ต้นหอมซอย, และขิงแก่ที่ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วรัศมีสิบเมตร ทำให้ชายฉกรรจ์สามคนที่กำลังทำท่าทางกร่างใส่เธอถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่โดยไม่รู้ตัว นี่คือช่วงเวลาตีสี่ครึ่ง... เวลาที่ความมืดมิดยังคงปกคลุมท้องฟ้า ทว่ากลิ่นไอความหิวโหยของยุคสมัยที่ข้าวยากหมากแพงกลับสიบสานความตื่นตัวให้แก่ผู้คนในเงามืดได้อย่างน่าประหลาด หลี่จูหลันในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเก่าๆ สีมอ แต่ทว่าใบหน้ากลับสะอาดสะอ้านและดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววเฉียบคมเยือกเย็น เธอไม่ได้มีความเกรงกลัวต่อสายตาคุกคามของอันธพาลท้องถิ่นหรือเจ้าหน้าที่เทศกาลที่อาจจะโผล่มาตรวจค้นเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน เธอกลับกำลังใช้คีบไม้พลิกซาลาเปาแป้งบางๆ ที่กำลังทอดจนผิวกรอบสีทองอร่ามในกระทะเหล็กใบบัวอย่างใจเย็น "แม่นางหลี่... เจ้าช่างใจกล้าเสียจริงนะ" ชายร่างท้วมไว้หนวดเคราครึ้ม ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งคุมซอยนี้ เอ่ยขึ้นพร้อมกับยิ้มแยกเขียวเห็นฟันเหลือง "รู้ไหมว่าช่วงนี้ทางการกวาดล้างพวกค้าขายเถื่อนหนักหนาแค่ไหน หากเจ้าหน้าที่เขตเดินตรวจมาเจอแผงลอยลับๆ ของเจ้าเข้า ไม่ใช่แค่ซซาลาเปานะที่จะถูกยึด แม้แต่ตัวเจ้าอาจจะต้องไปนั่งสำนึกผิดในห้องขังโน่น" "ถ้าข้ากลัวจนหัวหด คงไม่มาตั้งเตาอยู่ตรงนี้หรอกพี่ใหญ่ซุน" จูหลันตอบกลับโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง เสียงน้ำมันเดือด *ฉ่า...* ดังกลบความหวาดกลัวรอบตัว เธอตักซาลาเปาทอดร้อนๆ ขึ้นมาวางบนใบตองสดที่รองไว้ด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์เก่า กลิ่นหอมเย้ายวนพุ่งทะยานขึ้นสู่จมูกจนคนฟังถึงกับขาอ่อนแรง "แต่อีกอย่าง... ข้าจำได้ว่าเมื่อวานนี้ ซาลาเปาทอดสูตรพิเศษนี้ สองลูกแรกท่านเป็นคนบอกเองว่า... ต่อให้แลกด้วยคูปองเนื้อทั้งเดือนก็ยอมไม่ใช่หรือ?" พี่ใหญ่ซุนหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย ลูกน้องอีกสองคนที่ยืนประกบอยู่ข้างหลังต่างพากันกลืนน้ำลายเสียงดังฮือกว่าเดิม ความตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความตะกละตะกลามที่กัดกินกระเพาะอาหารของทุกคนจนแสบร้อน ในยุคปี 70 ที่ทุกอย่างถูกควบคุมด้วยระบบปันส่วน อาหารรสชาติเยี่ยมยอดที่ปรุงขึ้นมาจากวัตถุดิบคุณภาพในมิติห้างสรรพสินค้าของจูหลัน ถือเป็นสิ่งล่อตาล่อใจที่แม้แต่ผู้มีอำนาจในท้องถิ่นก็ยังต้องยอมสยบ หลี่จูหลันฉลาดพอที่จะไม่เปิดร้านโต๊ะจีนใหญ่โต เธอเลือกใช้กลยุทธ์ "กองโจรอาหาร" ตั้งแผงลอยเคลื่อนที่ในตรอกมืดที่ซับซ้อน ขายเฉพาะขาประจำและคนที่เธอคัดกรองแล้วเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงสายตาของเจ้าหน้าที่รัฐผู้เคร่งครัด "เอ้า... อยากกินก็จ่ายมา สองเหมาต่อสองลูก ห้ามต่อรอง" จูหลันยื่นห่อใบตองส่งให้ ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากปากตรอก เงาร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดนายทหารสีเขียวเข้มปรากฏขึ้นท่ามกลางความสลัว หานเฟิงกวาดสายตาคมกริบมองรอบตัวชั่วพริบตา ก่อนที่รังสีความกดดันรอบตัวจะจางหายไปเมื่อเขาเห็นภรรยาของตนกำลังยืนถือตะหลิวอย่างสง่างาม "จูหลัน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกเบาๆ พร้อมกับที่หานเฟิงเดินเข้ามาใกล้ เขายื่นมือหนาไปช่วยยกถังน้ำสะอาดที่วางอยู่ข้างๆ โดยอัตโนมัติ "ข้างนอกลมแรง เจ้าไม่ควรออกมาคนเดียวตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเช่นนี้" จูหลันเหลือบมองสามีที่ช่วงนี้ดูเหมือนจะแปลงร่างจาก "ท่านแม่ทัพน้ำแข็งไส" กลายเป็น "สุนัขเฝ้าบ้านผู้คลั่งรัก" ไปเสียแล้ว ตั้งแต่เขากลับมาจากค่ายทหารและได้ลิ้มลองฝีมือการทำอาหารของเธอ หานเฟิงก็มักจะหาเวลาว่างจากการฝึกมาคอยตามประกบเธอทุกฝีก้าว ยิ่งรู้ว่าเธอแอบมาค้าขายหลบๆ ซ่อนๆ ในตรอกมืด เขาก็ยิ่งเป็นห่วงจนแทบนั่งไม่ติด "ถ้าฉันไม่มาแล้วใครจะหาเงินมาซื้อแป้งสาลีมาขุนเจ้ากับเสี่ยวเป่าให้แก้มป่องเล่า?" จูหลันเอ่ยปากแซวเบาๆ พร้อมกับยื่นซาลาเปาทอดลูกที่ร้อนที่สุดที่เพิ่งขึ้นจากเตาใส่ใส่มือของเขา "อ้าว... ชิมดูสิ เพิ่งเสร็จจากกระทะเลยนะ" หานเฟิงรับมาด้วยความเกรงใจ แต่เมื่อกัดคำแรกเข้าไป ดวงตาคมกริบก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย แป้งกรอบนอกนุ่มใน ไส้หมูสับปรุงรสด้วยเครื่องเทศลับที่มีความเผ็ดร้อนปลายลิ้นตัดกับความหวานฉ่ำของน้ำซุป รสชาติที่ระเบิดออกมาในปากทำให้ความเหนื่อยล้าจากการฝึกทหารทั้งวันมลายหายไปสิ้น "อร่อยมาก..." เขาพึมพำเบาๆ มองหน้าภรรยาด้วยสายตาที่ลึกล้ำเกินกว่าคำบรรยาย ทว่า ความเงียบสงบในตรอกลับก็อยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อจู่ๆ เสียงนกหวีดแหลมสูงก็ดังขึ้นจากปากตรอกฝั่งทิศตะวันออก ตามมาด้วยเสียงตะโกนก้องกังวานที่ทำให้พ่อค้าแม่ค้าเถื่อนแถบนั้นพากันหน้าซีดเผือก "เจ้าหน้าที่ตรวจระเบียบมาแล้ว! ทุกคนหนีเร็ว!" เสียงร้องตื่นตูมดังระงม พี่ใหญ่ซุนและลูกน้องวงแตกกระเจิงในพริบตาเดียว หานเฟิงขมวดคิ้วแน่น เขาวางห่อซาลาเปาลงแล้วก้าวมาบังหน้าจูหลันทันที แขนแกร่งคว้าข้อศอกเธอไว้เพื่อเตรียมพาหลบหนีไปทางโกดังร้างด้านหลัง "จับตาดูเตาให้ดี!" จูหลันไม่ได้ตื่นตระหนก เธอกลับคว้าผ้ากันเปื้อนมาคลุมปิดกระทะเหล็กและถ่านที่ยังคุแดงอย่างรวดเร็วด้วยความว่องไวราวกับนักแสดงกายกรรม แต่ในขณะที่เธอกำลังจะก้าวตามหานเฟิงไปนั้น แสงไฟฉายสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาจากมุมตึก พร้อมกับร่างของชายในชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่เทศการสองคนและ... ใบหน้าคุ้นเคยที่ทำให้จูหลันต้องหยุดชะงัก "ฮ่าๆๆ! นึกแล้วไม่ผิดว่านังสะใภ้ตัวดีคนนี้แอบมาทำผิดกฎหมายค้าขายเถื่อนอยู่ที่นี่!" เสียงแหลมสูงน่ารำคาญดังขึ้น แม่สามีจางก้าวออกมาจากด้านหลังเจ้าหน้าที่ด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยสะใจ ใบหน้ายับย่นเต็มไปด้วยความริษยา "ท่านเจ้าหน้าที่ครับ! นังนี่แหละครับที่ตั้งตลาดมืดขายของแพงขูดรีดชาวบ้าน จับมันไปเข้าคุกดัดสันดานให้เข็ดหลาบเลย!" หานเฟิงก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างของนายทหารหนุ่มจนเจ้าหน้าที่ทั้งสองคนถึงกับผะหนีบถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ทว่า ก่อนที่หานเฟิงจะทันได้เอ่ยปากขู่หรือใช้กำลังจัดการป้าจาง จูหลันกลับยกมือขึ้นแตะแขนสามีเบาๆ เป็นเชิงห้าม เธอระบายยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ดวงตาสุกใสราวกับดวงดาวในคืนเดือนมืดจ้องมองแม่สามีผู้ไม่รู้จักจำด้วยความสมเพชเวทนา "แม่สามี..." จูหลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่ดังพอจะให้ทุกคนในตรอกได้ยินชัดเจน "ท่านแน่ใจแล้วหรือว่าสิ่งที่ข้าขายในกระทะนี้... คือของเถื่อนที่ผิดกฎหมาย?" ป้าจางแค่น ะ "นังตัวแสบ อย่ามาปากแข็ง! กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วตรอกขนาดนี้ เจ้าปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าเจ้าแอบซ่อนอาหารดีๆ ไว้กินเองในขณะที่ชาวบ้านอดอยาก!" เจ้าหน้าที่เทศการขมวดคิ้ว เขาก้าวเข้ามาใกล้พร้อมกับใช้ไม้กระบองเขี่ยผ้าคลุมกระทะออก เผยให้เห็นควันสีขาวที่พวยพุ่งขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นหอมเย้ายวนใจ แต่ทว่า... สิ่งที่อยู่ในกระทะนั้นกลับไม่ใช่ซซาลาเปาหมูสับอย่างที่ป้าจางกล่าวอ้าง! ในกระทะเหล็กใบนั้น ตอนนี้กลับกลายเป็น "แป้งทอดสมุนไพรพื้นบ้าน" สีเขียวอ่อนที่ทำมาจากผักป่าราคาถูกที่หาได้ทั่วไปตามข้างทาง ไม่มีเนื้อหมูแม้แต่นิดเดียว! ป้าจางอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถลนออกมานอกเบ้า "เป็นไปได้ยังไง!? เมื่อกี้... เมื่อกี้มันยังเป็นซาลาเปาไส้หมูอยู่เลยนี่นา!" จูหลันหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างเย้ยหยัน เธอยืนกอดอกมองหน้าแม่สามีด้วยท่าทางเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด "ท่านแม่สามีตาฝาดไปหรือเปล่าเจ้าคะ? หรือว่าความโลภบังตาจนเห็นผักป่าเป็นเนื้อหมูชั้นดี? ท่านเจ้าหน้าที่ครับ... โปรดตรวจสอบดูให้ดีเถอะ ข้าเป็นเพียงแม่บ้านยากจนที่พยายามหาผักป่ามาทอดประทังชีวิตครอบครัวในช่วงข้าวยากหมากแพง ผิดกฎหมายตรงไหนหรือเจ้าคะ?" เจ้าหน้าที่เทศการก้มลงมองในกระทะ ตรวจสอบวัตถุดิบอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนจะหันไปมองหน้าป้าจางด้วยแววตาตำหนิ "ยายแก่คนนี้! เจ้ากล้าแจ้งความเท็จหลอกลวงเจ้าหน้าที่เพื่อกลั่นแกล้งคนในครอบครัวตัวเองอย่างนั้นเรทิ! รู้ไหมว่ามีโทษฐานก่อกวนการปฏิบัติงาน!" "คะ... คุกเข่าขอร้องล่ะท่านเจ้าหน้าที่ นังนี่มันปีศาจ! มันเสกได้!" ป้าจางหน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ รีบทรุดตัวลงโอบขาเจ้าหน้าที่ด้วยความตื่นตระหนก ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังชุลมุนและสายตาทุกคู่พุ่งเป้าไปที่ความอลหม่านของแม่สามี หานเฟิงที่ยืนอยู่ข้างกายจูหลันก็โน้มตัวลงกระซิบข้างหูเธอด้วยเสียงที่เบาหวิวแต่เต็มไปด้วยความร้อนรุ่มและแววตาที่อ่านไม่ออก "เจ้าซ่อนซซาลาเปาหมูสับจริงๆ ไว้ที่ไหนกันแน่... หือ, ภรรยาตัวแสบของข้า?" จูหลันหันไปสบตากับสามี รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบเพื่อหยอกล้าเขาเล่น ทว่าทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าปริศนาฝีเท้าหนึ่งก็ดังขึ้นจากมุมมืดลึกสุดของตรอก— *แปะ... แปะ... แปะ...* เสียงปรบมือดังช้าๆ สามครั้ง ท่ามกลางความเงียบงัน และน้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจก็เอ่ยขึ้นจากเงามืดที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีคนอยู่ "ฝีมือการเอาตัวรอดเยี่ยมยอดมาก... เชฟหลี่ ไม่สิ... เจ้าของร้านลับผู้กุมความลับแห่งรสชาติของเมืองนี้" -------------------------------------------------- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสชาติชีวิตไปพร้อมกับความสุขในทุกๆ ตัวอักษรนะครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินตัวร้ายสายสโลว์ไลฟ์: เปิดร้านอาหารหมื่นล้านในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%