ควันสีขาวนวลพวยพุ่งขึ้นประสานกับกลิ่นหอมกรุ่นของกระเทือนเจียวและน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวเคี่ยวจนงวด เป็นสัญญาณเตือนว่ายามวิกาลของตรอกแคบหลังตลาดสดมณฑลซานซีได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว หลี่จูหลันในผ้ากันเปื้อนสีสะอาดตาตวัดตะหลิวผัดเส้นบะหมี่โฮมเมดในกระทะเหล็กด้วยความคล่องแคล่ว เสียงฉ่าของน้ำมันหมูกระทบเหล็กแผ่นร้อนจัดขับเน้นบรรยากาศยามค่ำคืนให้มีชีวิตชีวาขึ้นมาถนัดตา
"แม่ครับ เสี่ยวเป่าช่วยล้างต้นหอมเสร็จแล้วนะ" เด็กชายตัวน้อยในชุดเสื้อกันหนาวตัวโคร่งวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในห้องครัว ดวงตากลมโตเป็นประกายจ้องมองหม้อน้ำซุปไม่วางตา ตั้งแต่หลี่จูหลันเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เจ้าหนูเสี่ยวเป่าก็ไม่ต้องทนหิวโซอีกต่อไป แก้มยุ้ยๆ ที่เริ่มมีเลือดฝาดเป็นเครื่องยืนยันฝีมือการขุนของแม่เลี้ยงสาวคนนี้ได้เป็นอย่างดี
หลี่จูหลันย่อตัวลงใช้ผ้าสะอาดเช็ดเหงื่อบนหน้าผากให้ลูกเลี้ยงเบาๆ "เด็กดี ไปนั่งรอที่โต๊ะได้เลยครับ เดี๋ยวแม่ทำบะหมี่หมูตุ๋นพิเศษให้ชามใหญ่เลย"
ในขณะที่บรรยากาศภายในร้านเล็กๆ กำลังอบอวลไปด้วยความสุขอบอุ่น เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้นสามครั้งเป็นจังหวะหนักแน่น—สัญญาณที่มักไม่ได้มาดีสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับหลี่จูหลันผู้กุมความลับจากโลกอนาคตและมิติห้างสรรพสินค้า เธอกลับเพียงแค่ปรายตามองอย่างไม่สะดุ้งสะเทือน
ร่างสูงโปรดในชุดโค้ทสีเข้มก้าวเข้ามาในร้าน กลิ่นอายความเย็นเยียบและบรรยากาศอันตรายแผ่ซ่านรอบตัวจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลง ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าคมคายดั่งสลักแต่แฝงไว้ด้วยรอยแผลเป็นจางๆ ที่หางตาคนนี้คือ "สือเฉิน" ผู้มีอิทธิพลตัวฉกาจแห่งตลาดมืดที่ใครๆ ต่างพากันเกรงกลัว แม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐยังต้องหลบทางให้สามส่วน
"ร้านปิดแล้วครับ ถ้าจะมาหาเรื่อง เชิญไปหาที่อื่น" หลี่จูหลันเอ่ยขึ้นเรียบๆ โดยไม่เงยหน้าจากเตา มือยังคงจัดเรียงเส้นบะหมี่ลงชามกระเบื้องเคลือบอย่างประณีต
สือเฉินหรี่ตาลงมองหญิงสาวตรงหน้า รอยยิ้มเยдяเยือกผุดขึ้นที่มุมปาก น้อยคนนักที่จะกล้าพูดจาเช่นนี้กับเขา ยิ่งเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวในย่านอิทธิพลนี้ด้วยแล้ว ยิ่งแปลกประหลาด "ฉันไม่ได้มาหาเรื่อง... ฉันได้กลิ่นบางอย่างที่ทำให้สุนัขล่าเนื้อของฉันต้องวิ่งตามมาถึงที่นี่"
สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วร้าน ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่หม้อน้ำซุปเดือดปุดๆ กลิ่นหอมลึกล้ำที่เตะจมูกตั้งแต่อยู่ปากตรอกทำให้กระเพาะอาหารที่สงบมานานส่งเสียงประท้วงขึ้นมาอย่างดื้อดึง
หลี่จูหลันแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "ถ้าอยากกิน ก็ต้องจ่ายด้วยราคาที่เหมาะสม และที่สำคัญ... ต้องต่อแถวเหมือนชาวบ้าน"
ลูกน้องด้านหลังของสือเฉินชักสีหน้าทันที "นังนี่! รู้ไหมว่าคุณสือคือ—"
สือเฉินยกมือขึ้นห้ามลูกน้อง ดวงตาคมกราบจ้องมองหลี่จูหลันด้วยความสนใจระคนทึ่ง ความกล้าหาญนี้ช่างหาได้ยากยิ่งนัก เขาก้าวเข้าไปนั่งที่โต๊ะไม้ตัวเก่ง หยิบตะเกียบขึ้นมาเคาะเบาๆ "ตกลง... ฉันอยากรู้ว่าบะหมี่ของแม่นางหลี่ จะมีรสชาติยอดเยี่ยมสักแค่ไหน ถึงทำให้เธอมีความกล้าหาญถึงเพียงนี้"
หลี่จูหลันไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอกลับหลังหันจัดการลวกเส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม ตักน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวเคี่ยวข้ามคืนที่อมหวานด้วยหัวไชเท้ารสชาติกลมกล่อม ราดทับด้วยหมูสามชั้นตุ๋นพะโล้ที่เปื่อยนุ่มละลายในปาก โรยหน้าด้วยต้นหอมซอยและกากหมูกรอบฟูสีทองอร่าม ชามบะหมี่ร้อนๆ ถูกวางลงตรงหน้าสือเฉินอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืด
ทันทีที่ชามบะหมี่วางลง กลิ่นหอมยวนใจก็พุ่งทะลวงเข้าจมูกของสือเฉินจนเขาชะงักไป ความหอมของเครื่องเทศจีนผสมผสานกับความมันกลมกล่อมของน้ำซุปทำเอาต่อมน้ำลายทำงานอย่างหนักอย่างไร้การควบคุม
สือเฉินหยิบตะเกียบขึ้นคีบเส้นบะหมี่เข้าปากคำแรก ดวงตาที่เคยคมปลาบและเต็มไปด้วยความระแวดระวังเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว เส้นบะหมี่เหนียวนุ่มกำลังดี ซึมซับน้ำซุปเข้มข้นที่เคี่ยวจนได้ที่ ความหวานเค็มกำลังพอเหมาะ และเมื่อเคี้ยวโดนหมูตุ๋นที่แทบไม่ต้องออกแรงเคี้ยว ความอร่อยระเบิดในปากจนชายหนุ่มผู้ผ่านโลกมาโชกโชนถึงกับนิ่งงัดไปชั่วขณะ
นี่ไม่ใช่แค่บะหมี่ธรรมดา... แต่มันคือศิลปะที่เยียวยาจิตใจอันเหนื่อยล้าของคนที่ต้องเดินอยู่บนเส้นทางแห่งความตายและผลประโยชน์
ภายในร้านเงียบสงบจนได้ยินเสียงซดน้ำซุป สือเฉินจัดการบะหมี่ชามใหญ่หมดเกลี้ยงในเวลาไม่กี่นาที แม้แต่หยดสุดท้ายในชามก็ยังไม่เว้น เขาวางตะเกียบลงอย่างช้าๆ เงยหน้าขึ้นมองหลี่จูหลันด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากความระแวงกลายเป็นความพึงพอใจอย่างลึกซึ้ง
"พรุ่งนี้... ฉันจะมาอีก และหวังว่าจะมีโต๊ะประจำให้ฉัน" สือเฉินเอ่ยเสียงทุ้มต่ำควักธนบัตรใบใหญ่หลายใบวางลงบนโต๊ะโดยไม่รอเงินทอน ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและเดินหายออกไปในความมืดของตรอกแคบ
หลี่จูหลันมองตามแผ่นหลังนั้นด้วยรอยยิ้มมุมปาก เธอกำลังคิดคำนวณในใจว่า การมี "ลูกค้าวีไอพี" ที่กุมอำนาจในตลาดมืดมาคอยคุ้มครองร้านทางอ้อม อาจจะเป็นก้าวแรกที่ชาญฉลาดที่สุดในการสร้างอาณาจักรธุรกิจยุค 70 ของเธอ
ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจะปิดร้านเก็บกวาด เสียงฝีเท้าหนักแน่นคุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูอีกครั้ง ร่างสูงใหญ่ของนายทหารหนุ่มที่ควรจะอยู่ที่ค่ายทหาร กลับยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูกระจกด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาคมกริบกวาดมองร่องรอยการมาของแขกแปลกหน้า พร้อมกับเอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความหึงหวงที่ปิดไม่มิด
"จูหลัน... ผู้ชายเมื่อครู่... มันคือใคร?"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสชาติชีวิตไปพร้อมกับความสุขในทุกๆ ตัวอักษรนะครับ
ฮูหยินตัวร้ายสายสโลว์ไลฟ์: เปิดร้านอาหารหมื่นล้านในยุค 70•ตอนที่ 17
ลูกค้าขาประจำคนแรก
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินตัวร้ายสายสโลว์ไลฟ์: เปิดร้านอาหารหมื่นล้านในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!