เสียงเป้งปั้งของค้อนเหล็กที่กระทบลงบนลิ่มไม้ดังสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณเชิงเขา เสียงนั้นไม่ใช่ความน่ารำคาญสำหรับหลี่จูหลัน แต่มันคือจังหวะดนตรีแห่งความเปลี่ยนแปลง
"ลุงเฉินครับ ตรงมุมเสაด้านนั้น ช่วยหนุนฐานให้แน่นหนาอีกนิดนะครับ ช่วงหน้าฝนดินแถบนี้ค่อนข้างทรุดตัวง่าย ผมเกรงว่าโครงสร้างปูนใหม่จะไม่มั่นคง"
หานเฟิงในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวเข้มเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรีตามแบบฉบับนายทหารผ่านศึก กำลังยืนสั่งการและลงมือช่วยเหล่าช่างฝีมือชาวบ้านด้วยความกระตือรือร้น เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มแผ่นหลังกว้าง แต่นัยน์ตาคมกริบกลับคอยเหลือบมองร่างเพรียวบางของภรรยาที่กำลังงละมุนอยู่กับการเตรียมมื้อเที่ยงใต้ร่มไม้ใหญ่อย่างไม่คลาดสายตา
ตั้งแต่ตัดสินใจควักเงินก้อนโตที่ได้จากการค้าขายในตลาดมืดมาเนรมิตบ้านใหม่ หลี่จูหลันก็ไม่เคยปล่อยให้เวลาเสียเปล่า กระท่อมไม้เก่าผุพังที่เคยกันลมกันฝนแทบไม่ได้ บัดนี้ถูกรื้อถอนโครงสร้างเดิมออกจนเกือบหมด เพื่อเตรียมยกเครื่องใหม่ให้กลายเป็นบ้านปูนชั้นเดียวที่ผสมผสานความทันสมัยและความอบอุ่นเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
"มองอะไรอยู่หรือครับ สามี? ถ้าเหนื่อยนักก็มาพักดื่มน้ำสมุนไพรก่อนสิคะ... อ้าว ผมหมายถึง ครับ" จูหลันแกล้งแซวพร้อมกับหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นสามีหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเดินตรงดิ่งเข้ามาหาด้วยใบหน้าแดงก่ำ
หานเฟิงรับกระบอกไม้ไผ่ที่บรรจุน้ำเก๊กฮวยเย็นเจี๊ยบจากมือภรรยา กระดกอึกใหญ่ดับกระหาย ดวงตาคมเข้มทอดมองเธอด้วยความรู้สึกซับซ้อน ตั้งแต่แต่งงานกันมา เขาไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงที่ขึ้นชื่อเรื่องความร้ายกาจและเกียจคร้านคนนั้น จะกลายเป็นเสาหลักที่ทำให้บ้านหลังเล็กๆ เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและกลิ่นหอมของอาหารชวนน้ำลายสอได้ถึงเพียงนี้
"ผมไม่เหนื่อยหรอกครับ... ได้เห็นคุณยิ้มแบบนี้ แรงผมเหลือเฟือที่จะสร้างคฤหาสน์ให้คุณอยู่ด้วยซ้ำ" หานเฟิงกระซิบเสียงทุ้มต่ำข้างหู พร้อมกับฉวยโอกาสใช้นิ้วมือหนาปัดเศษฝุ่นที่ติดอยู่ข้างแก้มเนียนของเธอออกอย่างเบามือ
"ปากหวานเสียจริง ระวังเถอะครับ เดี๋ยวข้าวเที่ยงฝีมือฉันวันนี้จะเผ็ดจนคุณพูดไม่ออก" จูหลันค้อนให้วงพักตร์คมคายนั้นอย่างหมั่นไส้ แต่ใบหูที่ขึ้นสีแดงระเรื่อก็ทรยศความตั้งใจที่จะทำเป็นดุเสียหมด
ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานชื่นจนมดแทบขึ้น เสียงตึงตังโครมครามก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้วชั่วคราว พร้อมกับเสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยจนน่าปวดหัว
"นี่! พวกเธอกำลังทำอะไรกันอยู่! คิดจะสร้างบ้านใหม่ใหญ่โตโดยไม่บอกกล่าวแม่ผู้ให้กำเนิดอย่างฉันเลยสักคำอย่างนั้นเรอะ!"
ร่างท้วมของแม่สามีจางเดินดุ่มๆ เข้ามาในเขตก่อสร้างโดยมีสายตาหวาดระแวงของเหล่าช่างชาวบ้านมองตาม นางกวาดสายตามองกองอิฐ กองปูน และเสาปูนสำเร็จรูปด้วยความอิจฉาริษยาจนตาแทบถลน สองมือเท้าสะเอว พลางชี้หน้าด่ากราดเสียงดังลั่น
"บ้านหลังเก่าก็อยู่ได้ดีๆ จะมารื้อทิ้งให้เปลืองเงินทำไมห๊ะ! นังตัวดี หล่อนไปเอาเงินมาจากไหนตั้งมากมาย หรือว่าแอบไปทำเรื่องชั่วช้าอะไรมาถึงได้มีปัญญาซื้อของพวกนี้!"
เสี่ยวเป่าที่กำลังนั่งระบายสีอยู่บนแครไม้ไผ่รีบวิ่งมาหลบหลังเรียวขาของจูหลันทันที เด็กน้อยตัวสั่นเทาด้วยความกลัวฝังใจกับท่าทีเกรี้ยวกราดของผู้เป็นย่า จูหลันลูบศีรษะเล็กๆ นั้นเบาๆ เป็นการปลอบโยน ก่อนจะก้าวเท้าออกมาข้างหน้า ดวงตากลมโตฉายแววเย็นชาและเด็ดเดี่ยว
"คุณแม่ครับ กรุณาสำรวมคำพูดด้วยนะครับ เงินที่นำมาสร้างบ้านหลังนี้ เป็นหยาดเหงื่อแรงงานและความสามารถของผมกับสามี ไม่ได้ไปปล้นสะดมใครมา และที่สำคัญ..." จูหลันเว้นจังหวะ เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยรอยยิ้มเยาะ "นี่คือบ้านของเราครับ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับคุณแม่เลยแม้แต่สตางค์แดงเดียว"
"แก! นังสะดุ้งอกตักบาตรไม่รับคน! กล้าต่อปากต่อคำกับฉันเรอะ!" แม่สามีจางหน้าดำคร่ำเครียด ปรี่เข้ามาหมายจะคว้าแขนเรียวเพื่อสั่งสอนให้หลาบจำ
ทว่า ยังไม่ทันที่มือหยาบกร้านจะแตะโดนตัวจูหลัน ร่างสูงใหญ่ของหานเฟิงก็ก้าวเข้ามาขวางกั้นไว้ทันที นัยน์ตาสีนิลคู่นั้นเยียบเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลก แผ่รังสีคุกคามจนผู้เป็นแม่ต้องชะงักกึกโดยอัตโนมัติ
"พอได้แล้วครับแม่!" หานเฟิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงต่ำลึก ทรงอำนาจจนคนเป็นแม่ถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ "ถ้าแม่มาเพื่อแสดงความยินดีกับบ้านใหม่ของพวกเรา ผมยินดีต้อนรับ แต่ถ้ามาเพื่อหาเรื่องและสร้างความวุ่นวาย..." นายหนุ่มกวาดตามองไปยังกองอิฐด้านนอก "...ผมคงต้องเชิญแม่ออกไปจากพื้นที่ตรงนี้ครับ"
แม่สามีจางอ้าปากค้าง มองบุตรชายในสายเลือดที่กล้าเอ่ยปากไล่ตนเองเพื่อปกป้องภรรยา นางโกรจนตัวสั่น ทำท่าจะอ้าปากโวยวายบ้านแตก แต่ทว่า...
*ฟุดฟิด... ฟุดฟิด...*
จู่ๆ จมูกของนางก็กระตุก กลิ่นหอมกรุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ที่ลอยมาจากเตาถ่านชั่วคราวใต้เพิงพัก ลอยมาเตะจมูกเข้าอย่างจัง เป็นกลิ่นหอมของกระดูกหมูตุ๋นยาจีนที่เคี่ยวมานานหลายชั่วโมง ผสมผสานกับกลิ่นเครื่องเทศเข้มข้นที่เตะทะลวงลึกถึงโคนสมอง ทำให้น้ำลายในปากของนางสอขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ท้องที่กำลังจะส่งเสียงโวยวายกลับแปรเปลี่ยนเป็นเสียงร้องโครกครากประท้วงแทน
จูหลันสังเกตเห็นอาการนั้น มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นอย่างรู้ทัน นางหันไปตักน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นเห็ดหอมร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีนวล ควันสีขาวพวยพุ่งส่งกลิ่นหอมยวนใจไปทั่วบริเวณ จนแม้แต่เหล่าช่างปูนยังต้องกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่
"อืม... ซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนสูตรพิเศษเคี่ยวจนเนื้อเปื่อยนุ่มละลายในปาก ซดน้ำซุปร้อนๆ ให้คลายความเหนื่อยล้า ช่างเป็นรสชาติที่สวรรค์ประทานมาให้จริงๆ นะครับ..." จูหลันจงใจเอ่ยพูดลอยๆ พลางตักน้ำซุปเข้าปากช้าๆ แสดงสีหน้าฟินสุดขีดจนแม่สามีจางตาค้าง
นางกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ สมองที่เคยคิดจะอาละวาดถูกความหอมเย้ายวนครอบงำจนหมดสิ้น แต่ทิฐิก็ยังค้ำคออยู่ นางจึงทำได้เพียงยืนอ้าปากพะงาบๆ ทำท่าทางฮึดฮัด ขัดอกขัดใจ
ในจังหวะที่ทุกคนกำลังสนใจกลิ่นหอมของอาหารและท่าทีน่าขันของแม่สามีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นของชายแปลกหน้าคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากทางเดินเข้าหมู่บ้าน ร่างในชุดเสื้อคลุมกันหนาวเก่าๆ แต่มีท่าทางภูมิฐานเดินตรงเข้ามาหยุดอยู่หน้าเขตก่อสร้าง
"ขอโทษนะครับ... ที่นี่คือบ้านของสหายหลี่จูหลัน ใช่หรือไม่?"
ชายแปลกหน้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวาน สายตากวาดมองไปรอบตัวก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของจูหลัน พร้อมกับรอยยิ้มแปลกประหลาดที่ซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสชาติชีวิตไปพร้อมกับความสุขในทุกๆ ตัวอักษรนะครับ
ฮูหยินตัวร้ายสายสโลว์ไลฟ์: เปิดร้านอาหารหมื่นล้านในยุค 70•ตอนที่ 14
ซ่อมแซมบ้านใหม่ให้แข็งแรง
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินตัวร้ายสายสโลว์ไลฟ์: เปิดร้านอาหารหมื่นล้านในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!