"นี่หรือคือสิ่งที่เธอเรียกมันว่า... การอยู่รอด?"
เสียงทุ้มต่ำดังกังวานขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องโถง หานเฟิงยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ร่างกายกำยำในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวมะกอกดูคับแน่นราวกับจะระเบิดออกมาจากเนื้อผ้า ไหล่กว้างที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักผ่อนคลายลงเล็กน้อยขณะที่เขาสอดส่ายสายตาไปรอบห้อง แววตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นไม่ได้มองไปที่ข้าวของในบ้าน แต่มันหยุดอยู่ที่แผ่นหลังบางของหลี่จูหลันที่กำลังวุ่นวายอยู่กับเตาฟืน
หลี่จูหลันชะงักมือนิ่ง เธอไม่ได้หันกลับไปทันที ความรู้สึกเย็นเยือกจากสายตาของเขายังคงเกาะกินแผ่นหลัง แต่เธอก็เลือกที่จะวางตะหลิวไม้ลงบนขอบกระทะอย่างแผ่วเบา เสียง 'กริ๊ก' นั้นฟังดูชัดเจนในโสตประสาทของคนทั้งคู่
"ความหมายของคุณคืออะไรครับ คุณหานเฟิง?" เธอถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ไม่สั่นไหว แม้ในใจจะประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มสาวเท้าเข้ามาใกล้ กลิ่นอายของดินปืน กลิ่นเหงื่อจางๆ และกลิ่นอายของผู้ชายที่ผ่านสนามรบมาโชกโชนพุ่งเข้าปะทะจมูกของเธอ มันไม่ใช่กลิ่นเหม็น แต่เป็นกลิ่นที่น่าเกรงขามจนน่าอึดอัด หานเฟิงหยุดยืนห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปะทะเข้ากับท้ายทอยจนเธอต้องขยับตัวเลี่ยง
"ในหมู่บ้านเขาลือกันว่าเธอเปลี่ยนไป" เขาเว้นจังหวะ สายตาเหลือบมองไปยังจานอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะไม้เก่าๆ มันเป็นจานผัดผักบุ้งไฟแดงที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งจนน่าประหลาดใจ กลิ่นของน้ำมันหมูเจียวใหม่ๆ ผสานกับกระเทียมสับละเอียด มันไม่ใช่เมนูของคนยากจนในยุคข้าวยากหมากแพงนี้แน่นอน "แต่สิ่งที่ฉันเห็น... คือภรรยาที่ดูเหมือนกำลังซ่อนความลับบางอย่างไว้ภายใต้เครื่องปรุงรสเหล่านี้"
หลี่จูหลันหันกลับมาประจันหน้า ดวงตาของเธอฉายแววท้าทายเล็กน้อย เธอไม่ใช้ร่างเดิมที่ขี้ขลาดและปากร้าย แต่เป็นเชฟผู้กุมมิติห้างสรรพสินค้าที่พร้อมจะหักหน้าใครก็ตามที่เข้ามาขวางเส้นทางความมั่งคั่ง
"ความลับเหรอครับ?" เธอแค่นหัวเราะเบาๆ "คุณไปรบที่แนวหน้า นานวันเข้าคงลืมไปแล้วว่าความอร่อยคืออะไร หรือบางที... คุณอาจจะชินกับการกินอาหารจากกระป๋องจนลืมรสชาติของคนในครอบครัวไปแล้ว"
หานเฟิงขมวดคิ้วแน่น แววตาดุดันนั้นวูบไหวลงชั่วขณะ ความสับสนฉายชัดในแววตา เขาไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับคำตอบที่เผ็ดร้อนเช่นนี้จากผู้หญิงที่เคยเอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญถึงความลำบาก
"เสี่ยวเป่าล่ะ?" เขาเปลี่ยนเรื่องทันที ราวกับต้องการหลบเลี่ยงแรงปะทะทางอารมณ์นี้
"ลูกอยู่ในห้องนอน กำลังหลับสบายหลังจากที่ได้กินอิ่ม" เธอตอบพลางเดินไปหยิบถ้วยแกงไก่ที่ตุ๋นจนเปื่อยยุ่ยด้วยสมุนไพรจีน กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วครัวจนหานเฟิงเผลอสูดหายใจลึกโดยไม่ตั้งใจ เขาหิว... หิวมาก แต่ที่มากกว่าความหิวคือความสงสัยว่าหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเขานี้ คือคนคนเดียวกับที่เขาจำได้จริงๆ หรือไม่
"คุณดูมีความมั่นใจขึ้นนะ จูหลัน" เขากล่าวพลางมองไปที่มือของเธอที่กำลังขยับอย่างคล่องแคล่ว "และคุณก็ดู... มีเงินมากพอที่จะซื้อเนื้อไก่สดๆ ในช่วงเวลานี้"
หลี่จูหลันวางถ้วยแกงลงบนโต๊ะ แรงกระแทกเบาๆ ทำให้ซุปกระเพื่อมเป็นวงคลื่น เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ระยะห่างที่ใกล้เพียงลมหายใจทำให้เธอเห็นความอ่อนล้าที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าคมเข้มนั้น
"ถ้าฉันบอกว่าฉันโชคดีล่ะ? หรือถ้าฉันบอกว่าฉันแค่รู้จักวิธีการใช้ชีวิตให้ดีขึ้นกว่าเดิม คุณจะเชื่อไหม?"
หานเฟิงนิ่งเงียบไปนาน เขามองมือที่ขาวสะอาดและดูสุขภาพดีของเธอ ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาประสานกับดวงตาคู่สวยที่ไม่มีความหวาดกลัวอยู่อีกเลย หัวใจของนายทหารผู้เข้มแข็งเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง มันไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความตระหนักรู้บางอย่างที่ว่า... บัดนี้ เขาไม่ใช่ผู้ควบคุมทิศทางของบ้านหลังนี้อีกต่อไป
ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบขาดผึง ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูบ้านก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวตามด้วยเสียงโวยวายของแม่สามีจางที่ดังลอยมาก่อนตัว
"หานเฟิง! ลูกกลับมาแล้วใช่ไหม? เปิดประตูให้แม่เดี๋ยวนี้! แม่รู้นะว่านังลูกสะใภ้ตัวแสบนั่นแอบเอาของดีๆ ไปซ่อนไว้กินกับลูก!"
หลี่จูหลันยกยิ้มมุมปาก เป็นยิ้มที่ดูเยือกเย็นและร้ายกาจเสียจนหานเฟิงต้องเลิกคิ้วขึ้นด้วยความตกใจ เขาไม่เคยเห็นรอยยิ้มแบบนี้จากใครมาก่อน โดยเฉพาะจากภรรยาของเขา
"ดูเหมือนว่าความสงบสุขของเราจะจบลงแล้วนะ คุณสามี" เธอพูดพลางหยิบจานไก่ตุ๋นขึ้นมาถือไว้ในมือ "คุณจะเลือกจัดการกับแม่ของคุณ หรือจะปล่อยให้ฉันเป็นคนจัดการด้วยวิธีของฉัน?"
หานเฟิงยังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบ ประตูไม้บานเก่าก็ถูกถีบจนเปิดผางออก แรงกระแทกนั้นทำให้ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่ว แต่สิ่งที่ทำให้หานเฟิงต้องตัวแข็งทื่อไม่ใช่การปรากฏตัวของแม่ของเขา... แต่เป็นเงาร่างของชายแปลกหน้าในชุดเครื่องแบบทหารระดับสูงที่ยืนขวางอยู่หลังแม่จาง พร้อมกับกระดาษตราประทับลับจากค่ายทหารในมือที่กำลังส่งสัญญาณบางอย่างมาให้เขาโดยตรง
"หานเฟิง" ชายคนนั้นกล่าวเสียงเย็น "คำสั่งด่วนจากส่วนกลาง... เรื่องที่เธอทำในคืนนั้นถูกเปิดโปงแล้ว"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามดื่มด่ำไปกับเรื่องราวของผมนะครับ หวังว่าตอนถัดไปจะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกจนวางไม่ลงครับ
ฮูหยินตัวร้ายสายสโลว์ไลฟ์: เปิดร้านอาหารหมื่นล้านในยุค 70•ตอนที่ 31
สามีหนุ่มรูปงามก้าวเข้าบ้าน
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินตัวร้ายสายสโลว์ไลฟ์: เปิดร้านอาหารหมื่นล้านในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!